กว่า 1 ปีของการระบาดโควิด-19 ที่จนถึงปัจจุบันวิกฤตนี้ก็ยังไม่ยุติลง และมีแนวโน้มจะสร้างผลกระทบที่ยืดเยื้อยาวนาน

นอกจากภาคธุรกิจจะโดนกระทบ กลุ่มที่สำคัญที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ คือ “แรงงาน”

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยที่สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ด้วยการฉีดวัคซีนให้กับประชากร 70% ขึ้นไปของประชากรทั้งประเทศอาจมีความเสี่ยงว่าจะเกิดขึ้นไม่ทันภายในช่วงปี 2564 นี้

ถึงแม้ภาครัฐมีแผนจะจัดหาวัคซีนไว้แล้วมากกว่า 63 ล้านโดสก็ตาม

เพราะแม้ว่าเราอาจจะสามารถควบคุมการระบาดของโควิดในรอบเดือนเมษายนนี้ให้คลี่คลายได้ก่อนเข้าสู่จังหวะการเปิดประเทศในจังหวัดท่องเที่ยวเป้าหมายตามแผนที่วางไว้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 (ทั้งการไม่กักตัว/ลดวันกักตัวลง)

แต่ก็มีความเป็นไปได้ในกรณีเลวร้ายที่อาจมีเหตุการณ์ที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นคือการระบาดรอบถัดไปหรือคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ได้อีก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาพดังกล่าว ย่อมกดดันเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจและครัวเรือน ให้มีความเปราะบางมากขึ้นผ่านจังหวะการฟื้นตัวที่สะดุดลงและเลื่อนเวลาออกไปจากที่เคยหวังกันไว้ก่อนเกิดระลอกปลายเดือนธันวาคม 2563 และเมษายน 2564

ซึ่งถ้าย้อนไปดูผลกระทบต่อแรงงานจากสถิติล่าสุด พบว่า โควิดรอบแรก ทำให้มีผู้ว่างงานเร่งจำนวนขึ้นมาอยู่ที่ 5.9 แสนคน ณ ธันวาคม 2563 คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.5% ต่อกำลังแรงงานทั้งหมด (เทียบกับ 0.96% ณ ธันวาคม 2562)

ขณะที่หากนับรวมผู้เสมือนว่างงานหรือผู้ที่มีจำนวนชั่วโมงการทำงานน้อย อีกราว 2.1 ล้านคน หรือ 5.4% ต่อกำลังแรงงาน โดยแบ่งเป็นภาคเกษตรราว 1.3 ล้านคน และภาคนอกเกษตร 0.8 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นการผลิต ขายส่งขายปลีก ที่พักแรม เป็นต้น

ส่งผลให้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิดรอบแรกและมีความเปราะบางด้านรายได้ อาจมีมากถึง 2.7 ล้านคน หรือ 6.9%

 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองอีกว่า ปี 2564 มีความเป็นไปได้สูงที่จำนวนแรงงานเปราะบางที่วัดจากผู้ว่างงานและผู้เสมือนว่างงานจะยังทรงตัวหรือขยับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

เนื่องจากจังหวะเวลาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและรายได้ของภาคธุรกิจที่ถูกเลื่อนออกไป ในขณะที่แต่ละกิจการได้พยายามลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพมาอย่างเต็มที่ก่อนหน้านี้แล้ว

ดังนั้น ความเสี่ยงที่ธุรกิจจะลดแรงงานหรือไม่จ้างงานใหม่เพิ่ม น่าจะมีมากกว่าธุรกิจที่จะรับแรงงานใหม่ ประกอบกับจะยังมีนักศึกษาจบใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกด้วย

นั่นหมายความว่า ตลาดแรงงานโดยรวมจะยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบนอกภาคเกษตรในสาขาการค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวที่มีจำนวน 6.9 ล้านคน หรือคิดเป็น 17.5% ต่อกำลังแรงงาน

ซึ่งก่อนเกิดการระบาดโควิดรอบเดือนเมษายน 2564 แรงงานนอกระบบที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่ครอบคลุมถึงตลาดนัด ร้านนวดและสปา แท็กซี่ และจักรยานยนต์รับจ้าง รวมถึงหาบเร่แผงลอย ก็มีรายได้ที่ลดลงมาเหลือเพียง 10-50% ของรายได้ก่อนโควิดแล้ว

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน