ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องสำหรับ “ตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่” ปีที่ผ่านมาได้อานิสงส์จากสถานการณ์โควิด-19

ที่ผู้คนเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต ร้านอาหารถูกสั่งให้เปิดบริการแบบสั่งกลับบ้านเพื่อเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด

ทำให้ผู้คนต้องหันมาพึ่งบริการเดลิเวอรี่มากขึ้น
ส่วนร้านค้าเองจากร้านที่ไม่เคยมีบริการรับส่ง จากเมนูที่ไม่น่าจะเดลิเวอรี่ได้ ก็ปรับตัวกันหมด

ทั้งการเปิดบริการเดลิเวอรี่เอง และพึ่งพา Food Aggregator แอปฯ สั่งอาหารจากพี่ไรเดอร์หลากสี

ทำให้ตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ในปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างน่าสนใจ

ส่วนปีนี้ 2564 ตลาดน่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากพฤติกรรมที่คุ้นชิน การซื้อของออนไลน์ การสั่งอาหารเดลิเวอรี่จะยังเป็นเทรนด์ที่อยู่ต่อไปในอนาคต

และเพราะจากการระบาดระลอกใหม่ รวมถึงมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น เป็นปัจจัยหนุนทำให้ตลาดเติบโตขึ้นไปอีก

อ้างอิงข้อมูลจาก euromonitor มูลค่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ปี 2563 อยู่ที่ 68,000 ล้านบาท

ส่วนปีนี้คาดว่ามูลค่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่จะเติบโตขึ้นมาอยู่ 74,000 ล้านบาท

และในปี 2567 ตลาดมีมูลค่า 99,000 ล้านบาท

ปี 2563-2567 ตลาดเติบโตเฉลี่ย 10%

2563 : 68,000 ล้าน
2564f : 74,000 ล้าน
2565f : 82,000 ล้าน
2566f : 90,000 ล้าน
2567f : 99,000 ล้าน

 

แล้วตอนนี้ในเวทีฟู้ดเดลิเวอรี่มีผู้เล่นมากน้อยแค่ไหน และแข่งกันอย่างไร

รายล่าสุดที่เพิ่งเข้ามาในตลาดมาจากค่ายโทรคมนาคมอย่างทรูที่ส่ง “Truefood” ลงมาแย่งส่วนแบ่งตลาด

ชูจุดเด่นเนื่องของการไม่เก็บค่า GP รวมทั้งยังดึงลูกด้วยที่มี true point จะได้รับส่วนลดค่าส่ง

ส่วนปีที่ผ่านมาอีกน้องใหม่ที่ชูเรื่องการไม่เก็บค่า GP เหมือนกันคือ “Robinhood” ในเครือของ SCB

Gojek ที่ปีที่แล้วรีแบรนด์จาก Get มาเป็น gojek, lineman ที่ควบรวมกิจการกับวงใน ที่ได้เปรียบจากอินไซต์ข้อมูลร้านอาหารจากวงใน

ยังมีทั้ง grab, foodpanda นี่ยังไม่นับรวมร้านอาหารที่มีบริการเดลิเวอรี่ของตัวเองอีก

ทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่แข่งกันสนุก และเข้มข้นกว่าเดิม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน