สถานการณ์เศรษฐกิจและโควิด-19 ในปัจจุบันส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ต่อทุกภาคส่วน หนึ่งในนั้นคือ ผู้ประกอบการรายย่อย หรือกลุ่มธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี (Micro SME) ที่แม้จะเป็นกลุ่มค่อนข้างใหญ่ แต่ด้วยขนาดธุรกิจขนาดย่อม ส่งผลให้เข้าถึงบริการทางการเงินได้ยากและมักถูกมองข้ามจากการสนับสนุนในมิติต่าง ๆ

“กู้นอกระบบ” จึงเป็นทางออกที่เหล่าผู้ประกอบการรายเล็กมักเลือกใช้ และเกิดเป็นวังวนของการทำงานใช้ดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงลิ่ว เกิดเป็นหนี้ที่พอกพูน และท้ายที่สุดคือหมดโอกาสเติบโตในธุรกิจอาชีพ

สิ่งที่ทำให้ TCRB แตกต่างจากธนาคารอื่นคือ เราเชื่อว่า “ทุกคนคือคนสำคัญ” จากการทำงานร่วมกับลูกค้ากลุ่มนี้ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย เห็นในสิ่งที่ธนาคารอื่นไม่เห็น หรืออาจจะไม่ให้ความสำคัญ จึงเป็นที่มาของคำว่า “ใครไม่เห็น เราเห็น” ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น (Reason to Believe) ในธนาคารฯ ซึ่งข้อความที่ธนาคารฯ อยากสื่อถึงกลุ่มลูกค้า คือ…“ไม่ต้องกังวล ธนาคารไทยเครดิตฯ เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัญหาของพวกคุณ และจะช่วยหาหนทางเพื่อแก้ปัญหาด้านการเงินของคุณในทุกมิติ เพื่อทำให้คุณแข็งแกร่ง และสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง”

คุณรอย  ออกุสตินัส กุนารา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยเครดิตฯ กล่าวว่า “ธนาคารฯ มีความเชื่อว่า “ทุกคนคือคนสำคัญ” ในฐานะธนาคารขนาดเล็ก เราทำงานอย่างหนักและค้นพบว่า มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านการธนาคารและการเงินจากธนาคารพาณิชย์ ส่วนหนึ่งมาจากสถาบันการเงินทั่วไปมักให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มี ‘ความเสี่ยงน้อยกว่า’ กลายเป็น Pain Point ของผู้ประกอบการรายเล็กอย่าง Micro SME เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตของพ่อค้าแม่ค้าและเจ้าของกิจการร้านค้าย่อย จึงมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่ (underserved market) เพื่อให้สามารถเข้าถึงการบริการทางด้านการเงินอย่างเท่าเทียม”

ตังค์โต Know-how ติดอาวุธด้วยความรู้

หนึ่งในโครงการที่โดดเด่นและน่าสนใจจาก ‘ธนาคารไทยเครดิตฯ’ คือ โครงการ “ตังค์โต Know-how” (Financial Literacy) หลักสูตรความรู้ทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งความรู้พื้นฐานทางการเงินนับเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำไปปรับใช้และเอาตัวรอดได้ในวิกฤตต่าง ๆ และเป็นความรู้สำคัญในการสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

แรงผลักดันที่ทำให้เราจัดทำหลักสูตรความรู้ทางการเงินขึ้น จึงไม่ใช่เพียงแค่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาก้าวไปสู่ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันอีกด้วย  ซึ่งหลักสูตรได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการรายย่อยอย่างแท้จริง โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม ตังค์โต Know-how (The Tang To Know-how (TTKH) จะสามารถทราบถึงศักยภาพของตนเอง และความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้มาใช้เพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ จึงสามารถสานฝันของพวกเขาให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ด้วยเหตุนี้เอง ธนาคารไทยเครดิตฯ จึงได้ร่วมมือกับคณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พัฒนาหลักสูตรความรู้ทางการเงิน และการต่อยอดธุรกิจขึ้นซึ่งได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับหลักเหตุผล และดำเนินการตามระเบียบแบบแผนที่กำหนด  ความร่วมมือของธนาคารฯ กับมหาวิทยาลัยฯ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าฝึกอบรมว่าหลักสูตรนี้มีคุณภาพ และได้รับการรับรองจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง

ซึ่งโครงการนี้ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 (เริ่มแรกใช้ชื่อ โครงการพ่อค้าแม่ค้าพากเพียร ซึ่งในปี 2564 มีการยกระดับหลักสูตร ให้มีมาตรฐานทางวิชาการเป็นที่ยอมรับ) เพื่อลดปัญหาหนี้ครัวเรือนและรักษาระดับหนี้เสียไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาทางสังคมที่กระทบเศรษฐกิจของประเทศ

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุดและครอบคลุมมากที่สุด ธนาคารไทยเครดิตฯ ได้เข้าไปศึกษาอินไซต์ความต้องการในเชิงลึก ทั้งกระบวนการทำงาน พื้นฐานการใช้ชีวิต ตั้งแต่ความคาดหวัง ความต้องการ หากมีโอกาสอยากได้เงินไปทำอะไร ความกังวลทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ตลอดจนจุดอ่อน (Pain Point) และปัญหาที่ Micro SME ต้องเจอ ก่อนจะถ่ายทอดออกมาเป็น หลักสูตรความรู้ทางการเงิน ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานหลักสูตรจากคณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอย่างที่กล่าวในข้างต้น

โดยเนื้อหาหลักสูตรประกอบด้วย การตลาดและการจัดการธุรกิจพื้นฐาน, โลกการเงินยุคใหม่ (Digital Banking), การสร้างช่องทางจำหน่ายและกระตุ้นการขาย, การจัดการการเงินขั้นพื้นฐาน, การทำบัญชีรายรับรายจ่าย, การเตรียมขอสินเชื่อ หรือการจัดการทุนและกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ดังนั้น ผู้ที่เข้าร่วมอบรมโครงการจะสามารถรู้ถึงศักยภาพของตนเองในขณะนั้นและความเป็นไปได้ในธุรกิจ ที่สำคัญคือได้รับความรู้ในการประกอบธุรกิจมาปรับใช้ แก้ปัญหา และต่อยอดให้เติบโตไปได้

ที่น่าสนใจคือ นอกจากจะเป็นการติดอาวุธพัฒนาคุณภาพธุรกิจ และคุณภาพชีวิตของลูกค้ากลุ่มไมโครไฟแนนซ์และครอบครัวให้ดีขึ้นแล้ว โครงการนี้ยังสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals –SDGs) เป้าหมายที่ 4 คือการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ทุกคน ส่งเสริมความรู้พื้นฐานทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร เพื่อเตรียมความพร้อมในยุคสังคมไร้เงินสด

ที่ผ่านมา โครงการตังค์โต Know-how ส่งเสริมให้ผู้เข้าอบรมมีวินัยในการชำระหนี้และสามารถสร้างเครดิตที่ดีได้มากกว่า 98% ของจำนวนผู้เข้าอบรมทั้งหมด ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการมีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมกว่า 30,000 ราย โดยเป็นการอบรมฟรีไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ และจัดการอบรมแล้วกว่า 1,161 ครั้งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

มุ่งสร้าง “โอกาส” ให้มากที่สุด

เมื่อถามถึงก้าวต่อไปของ โครงการตังค์โต Know-how นอกจากการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปีแล้ว จะขยับขยายต่อยอดไปทำอย่างอื่นหรือไม่ คุณรอย ให้คำตอบที่น่าสนใจว่า

“สำหรับธนาคารไทยเครดิตฯ เราเน้นการทำงาน “เชิงลึก” มากกว่า “เชิงกว้าง” เรามีการพัฒนาคุณภาพของโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคือเรามุ่งขยายโครงการให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างโอกาสให้กลุ่มลูกค้าและไม่ใช่ลูกค้าสามารถเข้าร่วมโครงการอย่างเท่าเทียม เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการประกอบธุรกิจโดยใช้ทักษะด้านการเงิน เทคนิคด้านการบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

ธนาคารฯ ไม่ต้องการเป็นแค่เพียงที่พึ่งทางด้านการเงิน แต่ต้องการสร้างพลังเพื่อผลักดันให้ลูกค้าไปสู่ความสำเร็จในการประกอบกิจการ อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้

โครงการตังค์โต Know-how เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ธนาคารไทยเครดิตฯ ริเริ่มตั้งใจจัดทำขึ้น และพร้อมให้ความช่วยเหลือสนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่ ภายใต้นโยบาย “การกำกับดูแล ให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม” (Market Conduct) และ “การให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ” ( Responsible Lending ) เพื่อให้ธุรกิจรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นระบบ และท้ายที่สุดคือยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการรายย่อยไทยและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ

“ในอนาคต เราตั้งเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ และเป็นผู้จัดเตรียมเนื้อหาสำหรับลูกค้าเพื่อผลักดันให้พวกเขาไปสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจ เราหวังจะสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นเสมือนคลังข้อมูลที่เก็บรวบรวมเนื้อหาความรู้ที่เป็นประโยชน์ โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ทุกเมื่อ

“เรามุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและสังคมโดยรวม ผ่านการสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจที่ดี เราต้องการเห็นการเติบโตในธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศไทย จึงสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการทำธุรกิจ มอบความรู้และทักษะการเงินที่จำเป็นเพื่อช่วยให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงการกู้ยืมเงินนอกระบบ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของธนาคารไทยเครดิตฯ” คุณรอย กล่าวทิ้งท้าย

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน