เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า Microsoft เปิดตัว Windows 11 ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ให้ใช้งานในปลายปี 2564
Windows 11 เป็นระบบปฏิบัติการที่ทิ้งช่วงห่างจาก Windows 10 นานถึง 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 ที่ Windows10 เปิดให้ดาวน์โหลดใช้งานครั้งแรก
การมาของ Windows11 นี้พานอส พาเนย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ให้ข้อมูลว่าเป็นการพัฒนามาจากการมองเห็นรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา
จากการใช้เพื่อทำงานเน้นฟังก์ชันก็เปลี่ยนเป็นการใช้เพื่อตอบโจทย์เรื่องส่วนตัวและความรู้สึกมากยิ่งขึ้น
รูปแบบของ Window 11 จึงยกเครื่องทั้ง User Experience (UX) และ User Interface (UI) ใหม่ ให้ดูสบายตาเข้ากับการใช้งานในยุค 2564 และอนาคต
เช่น การย้ายปุ่มสตาร์ทไว้ตรงกลางจอจากเดิมที่อยู่มุมซ้าย และปุ่มสตาร์ทยังเป็นศูนย์รวมไฟล์ที่ใช้งานล่าสุดบนทุกดีไวซ์ที่เก็บไว้บนคลาวด์ และ Microsoft 365 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดึงมาใช้งานได้ทันที
รองรับการทำงานในรูปแบบ Multi Task ได้ดียิ่งขึ้น
สามารถดาวน์โหลดแอปที่ให้บริการอยู่บน Android มาใช้งานบนเครื่องได้ทันทีผ่าน Amazon App store โดยไม่ต้องลงโปรแกรมจำลอง เช่น Nox, Bluestacks และอื่น ๆ เพื่อติดตั้งแอป Android ให้สามารถใช้งานบนคอมพิวเตอร์อีกต่อไป
รวมถึงมี Microsoft Teams บิวท์อินเข้ามาต่อเติม Ecosystem การใช้งาน Microsoft อย่างสมบูรณ์แบบขึ้น

และยังเปิดให้ผู้ใช้งาน Windows 10 ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1.3 พันล้านดีไวซ์ทั่วโลกสามารถอัปเกรดฟรี
แต่ไม่ใช่ผู้ใช้งาน Windows 10 ทุกคนจะได้ไปต่อที่ Windows 11 เพราะ Windows 11 กำหนดสเปกขั้นต่ำดังนี้
CPU 1 GHz แบบ 64-bit
RAM 4 GB
Hard Disk 64GB
หน้าจอต้องมากกว่า 9 นิ้ว และความละเอียดระดับ HD เป็นต้น
การเปิดตัวของ Windows 11 เรามองว่าส่วนหนึ่งมาจากที่ Microsoft จะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดระบบปฏิบัติการบนเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ให้ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดหรือไม่
เพราะจากข้อมูลของ Statcounter พบว่าในเดือนพฤษภาคม 2564 Windows มีส่วนแบ่งตลาดโลกที่ลดลงเหลือ 73.54% เมื่อเทียบกับพฤษภาคม 2563 ที่มีส่วนแบ่งตลาด 77.04% จากการเข้ามาแทนที่ของระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ OS X ของ Mac OS
เพราะ OS X ก็มีส่วนแบ่งตลาดที่ลดลงเช่นกัน
ส่วนแบ่งตลาดระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์
พฤษภาคม 2564
Windows 73.54%
OS X (Mac OS) 15.87%
อื่น ๆ 7.59%
พฤษภาคม 2563
Windows 77.04%
OS X (Mac OS) 18.38%
อื่น ๆ 4.58%
พอมาถึงบรรทัดนี้เราขอเล่าอีกหน่อยว่า ในตลาดของ Windows ที่ยังมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบันแม้ส่วนใหญ่โลกจะเป็น Windows 10 แต่ก็ยังมีการใช้งาน Windows อื่น ๆ หลงเหลืออยู่ ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก Statcounter
โดยแต่ละ Windows มีสัดส่วนการใช้งานดังนี้
Windows 10 78.88%
Windows 7 15.52%
Windows 8.1 3.44%
Windows Vista 0.25%
แม้ในตลาดยังมี Windows ให้บริการอยู่หลาย Generation แต่เชื่อไหมว่า Windows Version แรกเกิดมาตั้งแต่ปี 2528 วางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน และไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร
Microsoft เรียก Windows รุ่นแรก ว่า Interface Manager และเปลี่ยนเป็น Windows ในเวลาต่อมา ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือจดจำง่ายกว่า

โดย Turning Point ของ Windows ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในปัจจุบันเริ่มต้นจาก Windows 3 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Windows รองรับสีได้ถึง 16 สี และใช้งานง่ายขึ้น
Windows 3 เปิดวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2533
Windows 95 เป็น Windows แรกที่มีปุ่ม Start และ Taskbar ให้ใช้งานง่ายขึ้น
และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เช่น การพัฒนา Windows NT ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการตัวแรกของ Windows ที่เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร
จนปัจจุบันปุ่ม Start ได้ถูกย้ายไปอยู่ตรงกลางจอใน Windows 11
–
