ถ้าพูดถึงแบรนด์ระดับโลกในแง่การรับรู้และรู้จัก แน่นอนว่ามีมากมายหลายแบรนด์ แต่ถ้าพูดถึงแบรนด์ระดับโลกที่ผู้คนรู้จัก เข้าถึงได้ง่าย และเป็นแบรนด์ในดวงใจ เชื่อว่ามีไม่กี่แบรนด์ และหนึ่งในนั้นคือ แบรนด์ไก่ทอดจานด่วนอย่าง เคเอฟซี (KFC)

ด้วยรสชาติถูกปาก มีเอกลักษณ์ ได้มาตรฐาน และมีบริการที่ครอบคลุม ทำให้ KFC คือเจ้าตลาดที่ครองใจผู้บริโภคและทิ้งห่างเบอร์สองและสาม ยืนยันด้วยผลการสำรวจของนิตยสาร Marketeer ร่วมกับ Marketing Movea Co.,Ltd. ที่ระบุว่า KFC เป็นแบรนด์ยอดนิยมของผู้บริโภคทั่วประเทศ No.1 Brand Thailand ในหมวด Fast Food ครองตำแหน่งต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 6

ตลาดไก่ทอดโตสวนกระแส

“ตลาดไก่ทอดมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องและเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดใน QSR (Quick Service Restaurant) แม้ในช่วงนี้ผู้บริโภคจะจับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวัง แต่ในตลาดไก่ทอดกลับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันค่อนข้างสูง นอกจากแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่มีอยู่ในตลาดแล้ว ที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นเชนร้านอาหารที่ไม่ได้ขายไก่ทอดกระโดดเข้ามาเล่น รวมถึงโลคอลแบรนด์อีกมากมาย เหล่านี้ต่างช่วยผลักดันให้ตลาดไก่ทอดขยายตัว”

อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ Marketeer

ขณะเดียวกัน วิกฤตโควิด-19 ตลอดช่วงปีที่ผ่านมาเป็นตัวผลักดันให้โลกดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตผู้คนมากขึ้น รวมถึงการบริโภคอาหารที่มีการบริการเดลิเวอรี่เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสั่งซื้อ

แน่นอนว่า KFC ที่มีบริการเดลิเวอรี่สั่งผ่านเว็บไซต์ : www.kfc.co.th แอปพลิเคชัน และ 1150 เป็นของตัวเองอยู่แล้ว ก็ได้รับอานิสงส์นี้เช่นกัน ส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมาธุรกิจเดลิเวอรี่และดิจิทัล (Application และ Website) ของ KFC มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์จนถึงปัจจุบันมีการเติบโตมากถึง 1.5 เท่า ถือเป็น Record New High ในด้านอัตราการเติบโต

อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

แม้ทิศทางการแข่งขันในตอนนี้จะเบนเข็มมาที่ช่องทางดิจิทัล ทั้งเว็บไซต์ ออนไลน์ หรือผู้ให้บริการ Food Aggregators แต่ อนวัชยังคงย้ำว่า แก่นของกลยุทธ์หลักที่จะทำให้ KFC ขับเคลื่อนองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกสถานการณ์ รวมถึงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด Fast Food ได้ยังคงเป็นคีย์หลักอย่าง Taste, Quality, Value และ Access

“เรื่องรสชาติ เรามีไก่ทอดสูตรผู้พันที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์และไม่มีใครเลียนแบบได้ ภายใต้คุณภาพมาตรฐานการผลิตที่คุณภาพสูงและความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง และเพื่อยกระดับความมั่นใจให้กับลูกค้าในอาหารและบริการในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสเราคือร้านอาหารแบรนด์แรก ๆ ที่เริ่มให้บริการส่งแบบไร้สัมผัส (Contactless) รวมถึงเรื่องความปลอดภัยของพนักงานที่ร้านเราก็ให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน

“ขณะที่เรื่อง Value เราทำเรื่องนี้มานานแล้วทั้ง Value for Money and Affordability ทุกคนสามารถอร่อยกับไก่ทอด KFC ในราคาที่เข้าถึงได้ เรามีการปรับเปลี่ยนชุดเมนูและราคาตามความเหมาะสมและความต้องการในตลาด เน้นการเข้าใจและเข้าถึงผู้บริโภคในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ อย่างการออกเมนูใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ New Normal มากขึ้น เช่น Chick’n Roll ให้ตอบโจทย์ Quick and Easy สะดวก ง่าย รวดเร็ว และราคาที่เข้าถึงได้ในทุกกลุ่ม เริ่มต้นที่ 35 บาท

“เรื่อง Access เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงไก่ทอด KFC ได้อย่างครอบคลุม เรายังคงเดินหน้าขยายสาขาและบริการเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด สะดวกที่สุด โดยตอนนี้เคเอฟซีมีทั้งหมด 880 สาขา เราตั้งเป้าขยายให้ถึง 920 สาขาภายในสิ้นปี 2021 นี้ และเป้าหมายของปี 2022 คือเปิดให้ถึง 1,000 ใน 75 จังหวัดครอบคลุมทั่วประเทศ”

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม KFC ไม่ได้เพียงแค่เดินหน้าขยายสาขา ยังพัฒนาบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในทุก ๆ มิติ เริ่มตั้งแต่การมีบริการเดลิเวอรี่เป็นแบรนด์แรก ๆ ซึ่งปัจจุบัน KFC มีร้านที่ให้บริการเดลิเวอรี่มีทั้งหมด 809 สาขา, บริการ Drive Thru 129 สาขา, บริการ Self-Pick Up รับที่ร้าน 852 สาขา หรือบริการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่าง Self-Pick Up รับที่รถ 207 สาขา

“นอกจากนี้ ยังมี KFC Food Truck ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด หรือในบางพื้นที่ที่ร้าน KFC อยู่ไกล ตรงนี้ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ปัจจุบันโมเดล Food Truck มีอยู่ 2 คัน และมีแผนที่จะขยายเพิ่มจำนวนในอนาคต

“เรา Beyond ไปมากกว่านั้น โจทย์ของเราคือทำอย่างไรให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงไก่ทอด KFC ได้มากที่สุด อะไรที่ ‘ง่าย’ และ ‘เร็ว’ ที่สุดสำหรับเขา เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่นต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ไปพร้อมกับการตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค”

ไม่ใช่แค่ขยายสาขาหรือเพิ่มบริการใหม่เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ New Normal อนวัชย้ำว่าในสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงไก่ทอด KFC ได้ การออกเมนูใหม่ ๆ ที่มาจากอินไซต์ผู้บริโภค รวมถึงโปรโมชั่นเพื่อความคุ้มค่าคุ้มราคา KFC ยังคงทำอย่างต่อเนื่อง

สร้างแบรนด์ให้โดดเด่น สื่อสารกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งเรื่องที่โดดเด่นและแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าเรื่องรสชาติคือ การทำ Branding อย่างสม่ำเสมอ ที่ผ่านมาได้เห็นทั้งการ Collaboration ระหว่าง KFC กับแบรนด์ต่าง ๆ ในหลากหลายธุรกิจเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มเป้าหมาย หรือการสื่อสารผ่านแนวคิด KFC Always Original เป็นตัวจริง เป็นสิ่งที่ดีที่สุด 2016

ล่าสุด เมื่อต้นปีที่ผ่านมา KFC ออก Branding Campaign ที่จะรันต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี อย่างแคมเปญ Colonel Fighting Spirit พร้อมอยู่เคียงข้าง ขอเพียงอย่าหยุดสู้ ที่ต่อยอดมาจากคำกล่าวของผู้พันแซนเดอร์ส ที่เคยกล่าวไว้ว่า “ทุกความล้มเหลวคือบันไดก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น” เพื่อเป็นกำลังใจกับผู้บริโภค รวมไปถึงน้องพนักงานในร้าน และทุก ๆ คนในองค์กรให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปด้วยกัน สร้าง Emotional Connection ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

“โจทย์ต่อไปของเรา คือ ทำอย่างไรให้แบรนด์ KFC เปลี่ยนสังคม หรือขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวต่อไปด้วยสิ่งดี ๆ อาจจะได้เห็นกิจกรรมดี ๆ เพื่อสังคมจาก KFC เร็ว ๆ นี้”

ในวันนี้ แม้ KFC จะเป็นเจ้าแห่งไก่ทอดที่เป็นเบอร์หนึ่งในทุก ๆ ด้าน แต่การแข่งขันที่มีแนวโน้มดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมผู้ท้าชิงทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่พร้อมขอแบ่งส่วนเค้ก ยังคงเป็นความท้าทายที่ KFC ต้องเจอ

“มีผู้เล่นมากขึ้นแต่ท้ายที่สุดคือเป็นผลดีกับผู้บริโภคและตลาด การแข่งขันจะทำให้แต่ละแบรนด์พัฒนาตัวเองอยู่เรื่อย ๆ รวมถึง KFC ด้วยเช่นกัน การที่เราขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย Taste, Quality, Value และ Access ไม่ได้ทำให้เราสามารถครองใจผู้บริโภคได้เท่านั้น แต่จะทำให้ KFC ก้าวข้ามวิกฤตและเติบโตอย่างยืน” อนวัช กล่าวทิ้งท้าย

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน