ปล่อยงานกองท่วมหัว – ทุกครั้งที่มีงานสุมมากมายรอให้สะสาง การผลัดวันประกันพรุ่งมักเกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะท้อกับจำนวนงาน อีกส่วนหนึ่งเกิดจากมัวคิดแต่ว่ายังเวลาว่างทำไม่ได้ เพื่อให้งานเพิ่มขึ้นอีกไม่รู้ตัวจนเป็นพอกหางหูควรเลิกนิสัยแบบนี้ แล้วทยอยจัดการงานให้เสร็จทีละน้อยๆ หรือเจียดเวลาวันละไม่มาก อาจเป็น 15 ,30 ,45 หรือ 1 ชั่วโมงต่อวันตามสะดวกเพื่อลดปริมาณงานไปเรื่อยๆ ทำได้แบบนี้ไม่ว่างานที่ค้างอยู่จะใหญ่หรือมากมายแค่ไหนคงเสร็จเรียบร้อยลงได้
มัวรอจังหวะเวลาลงตัว – สาเหตุถัดมาที่ฉุดคุณให้กลายเป็นคนไม่ตรงเวลาคือทำงานฝืนธรรมชาติร่างกาย เพราะแต่ละคนมีช่วงเวลาที่ทำงานได้อย่างลื่นไหลหรือมีสมาธิต่างกัน ดังนั้นจงหาให้พบแล้วใช้ช่วงเวลาดังกล่าวให้คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า บ่ายหรือกลางดึก และกำหนดตายตัวไว้เลยเพื่อเตือนร่างกายให้รู้ว่า “ถึงเวลาทำงานแล้ว” โดยหากทำได้คุณจะพร้อมลุยงานทุกแบบไม่ว่ายากหรือซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม
ต้องทำงานแบบจำใจ – เพราะไม่มีใครเก่งไปหมดทุกอย่าง แต่ละคนจึงมีงานที่ไม่ชอบแต่ต้องทำอย่างจำใจด้วยความจำเป็น เช่นคนเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์มักหลีกให้ไกลงานตัวเลขหรืองบประมาณ และในทางตรงกันข้ามคนที่พูดน้อยถนัดการคำนวนอย่างฝ่ายบัญชีก็คงไม่อยากต้องพูดนำเสนองาน บ่อยๆ เข้าพฤติกรรมแบบนี้ส่งผลเสียให้คุณกลายโรคเลื่อนและส่งงานช้าโดยไม่รู้ตัว แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วยให้รางวัลกับเล็กๆ น้อยๆ ตัวเองทุกครั้งเมื่องานเสร็จ คล้ายกับการได้เจอรุ้งงามหลังฝ่าพายุร้ายนั่นเอง
เชื่อผิดๆ ว่ามีเส้นตายไล่หลังแล้วดี – อาจดูแปลกสักหน่อย แต่หลายคนชอบทำงานใกล้เส้นตาย เพราะคิดว่าท่ามกลางภาวะกดดันทั้งไฟและพลังสร้างสรรค์จะลุกโชน แต่นี่เป็นความเชื่อผิดมหันต์เนื่องจากในระยะยาวอาการเสพย์ติดเส้นตายจะทำให้การรับรู้เรื่องเวลาเสียไป ซ้ำร้ายยิ่งถ้าทำงานเสร็จไม่ทันเส้นตายอาจเสียหายทั้งองค์กร โดยเราสามารถขจัดมายาคตินี้ให้หายไปได้ด้วยตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้นกว่าปกติ อาจเริ่มจากแค่ 5-10 นาทีแล้วค่อยๆ ขยับเพิ่มขึ้น เพื่อเตือนตัวเองว่าช้าไม่ได้แล้วและส่งผลให้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนทำงานเสร็จก่อนกำหนดได้ในที่สุด
ที่มา : entrepreneur.com
