จากมาตรการปิดเมือง เคอร์ฟิว และ work from home ทำให้ช่วงเวลาปีที่ผ่านมาผู้โดยสารของรถไฟฟ้าบีทีเอสลดลงประมาณ 47%

แต่ตัวเลขผลประกอบการของบีทีเอสในปี 2563/2564 (1 เม.ย. 63-31 มี.ค. 64) ยังทำได้ถึง 42,379 ล้านบาทสูงกว่าปีที่ผ่านมาที่เคยทำได้ 38,680 ล้านบาท แต่มีกำไร 4,576 ล้าน ลดลง 44%

โชคดีในส่วนรายได้หลัก บีทีเอสกรุ๊ปยังมีรายได้จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเต็มทั้งสายมาช่วยเสริม

วันนี้ BTS เดินทางมาไกลกว่าการเป็นแค่ “ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า” อย่างมาก ๆ

จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ สู่ธุรกิจคมนาคม เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542 ในสายสุขุมวิทและสีลม

ก่อนที่จะต่อยอดสู่ธุรกิจโฆษณา อาหาร บริการด้านการเงิน และอื่น ๆ อีกมากมาย

เป็นการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องมาจากการเดินทางอย่างเดียวอีกต่อไป

ปัจจุบัน BTS มีบริษัทในเครือมากกว่า 60 บริษัท (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2564)

แบ่งแพลตฟอร์มในการทำธุรกิจเป็น 3 ธุรกิจหลักคือ

Move แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1. Rail Business คือธุรกิจรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ และเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ประมาณ 90%  2. Non-rail Business เช่น การสร้างสนามบินอู่ตะเภา

 MIX ให้บริการ Offline-to-Online, data marketplace เช่น บริษัทสื่อโฆษณา (บมจ. วีจีไอ), แรบบิท, เคอรี่ เอ็กซ์เพรส

 MATCH ธุรกิจอสังหาฯ และการสร้างพันธมิตรใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ เช่น บมจ. ยู ซิตี้ , ร้านอาหาร ทอร์เทิล ทเวนตี้ทรี, เชฟแมน ฯลฯ

จะว่าไปแล้ว ธุรกิจหลักในกลุ่ม MATCH  คือ บมจ. ยู ซิตี้ ซึ่งมีรายได้จากธุรกิจโรงแรม (43 แห่ง) 9 ประเทศในยุโรป 7 ประเทศในเอเชีย (ข้อมูลปี 2563) รวมทั้งคอนโดมิเนียมที่ร่วมทุนกับแสนสิริ อีก 10โครงการ (สร้างเสร็จแล้ว 7 โครงการ) โครงการสนามกอล์ฟ ธนาซิตี้ และโรงเรียนนานาชาติ เวอร์โซ

ก็โดนมรสุมโควิด-19 ซัดใส่อย่างหนักโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม

ช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา กลุ่ม MATCH ของบีทีเอสยังได้ขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องด้วยการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในร้านอาหารต่าง ๆ บริษัทอสังหาฯ และบริษัทขนส่ง มีทั้งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และถือหุ้นรายย่อย

ที่ถือหุ้นใหญ่ติด Top 3 เช่น บมจ. อาฟเตอร์ ยู, เคอรี่  เอ็กซ์เพรส, อนันดา, โนเบิล ที่ถือหุ้นรายย่อย เช่น  บมจ. โอสถสภา, อาร์เอส

ส่วน บมจ. วีจีไอ เองได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากการโฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS รวมถึงสื่อโฆษณานอกบ้านที่ลดลง

แต่ถ้าฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ บีทีเอสคงเดินเครื่องเต็มที่ เพราะกำลังมีโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอีกหลายโครงการ เช่น “สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา” ที่ลงทุนร่วมกับ บมจ. การบินกรุงเทพ และ บมจ. ซิโน-ไทย (คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างในปีนี้ มูลค่า 1.50 -1.80 แสนล้านบาท) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บางปะอิน-นครราชสีมา, บางใหญ่-กาญจนบุรี

รวมทั้งโครงการยูนิคอร์นพญาไท มิกซ์ยูส สูง 51 ชั้น, โครงการร้อยชัก 3 บูติกโฮเต็ล, โครงการหมอชิตคอมเพล็กซ์ มิกซ์ยูส ที่จะเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบีทีเอสเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

 แพลตฟอร์มของ MOVE  MIX และ MATCH ที่จะผนึกกำลังกันจะเป็นอาวุธสำคัญที่คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหารมั่นใจว่าจะทำให้ บีทีเอส กรุ๊ป แข็งแกร่งในอนาคต



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน