ความกังวล – หากพบว่าหลายครั้งที่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะคิดว่า “ถ้าไม่” อย่างนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น นั่นแสดงว่าจุดอ่อนของคุณคือความกังวล แต่อย่าเพิ่งเครียดเกินเหตุ เพราะมันสามารพลิกให้เป็นข้อดีได้ โดยทุกครั้งที่รู้สึกแบบนี้ควรเร่งแปลงเรื่องในหัวเป็นการกระทำ เพื่อทำให้คุณแก้ไขปัญหาและเรื่องคาใจต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนท่ามกลางวิสัยทัศน์ที่รอบด้านขึ้น และพอมารู้ตัวอีกทีก็ปิด Job ได้เรียบร้อยพร้อมความกังวลต่องานที่หายไป

ความเกียจคร้าน – ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านิสัยแบบนี้ก็สามารถปรับใช้จนเป็นข้อดีได้ด้วย แต่เชื่อเถอะว่ามันใช้ได้ โดย Bill Gates เคยกล่าวไว้ว่า “ผมมักเลือกคนที่ดูเหมือนขี้เกียจให้มาทำงานยาก เพราะคนแบบนี้จะใช้วิธีง่ายสุดเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง” สิ่งที่มหาเศรษฐีวงการเทคโนโลยีผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ต้องการสื่อคือ ลึกๆ แล้วคนขี้เกียจนั้นฉลาด ชอบคิดค้นวิธีทำงานที่ไม่เปลืองแรง เปลืองเวลามาก พูดง่ายๆคือหาทางลัดเก่งนั่นเอง

ยอมผู้อื่นตลอด – ทุกเรื่องที่มีคำว่า “เกิน” เพิ่มเข้ามา สื่อถึงความไม่พอดี แต่ข้อเสียนี้ก็เหมือนเหรียญ 2 ด้าน หากใช้เป็นก็พลิกให้เป็นข้อดีได้เช่นกัน โดยเฉพาะในการการเจรจาต่อรอง เนื่องจากช่วยสร้างเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในใจคู่สนทนา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือหัวหน้าเชื่อมั่นในตัวคุณ เพราะทุกคนจะมองว่าคุณให้ความสำคัญกับเขา ยอมได้เกือบทุกเรื่องและหากเมื่อไรคุณพูดว่าไม่ขึ้นมา อีกฝ่ายก็จะรู้ทันว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้

ความหวาดระแวง – Andrew Grove อดีตผู้บริหาร Intel ผู้ล่วงลับที่กระทั่งอัจฉริยะอย่าง Steve Jobs ยังมาขอคำปรึกษาช่วงชีวิตเจอทางตัน เคยกล่าวไว้ว่า “มีแต่พวกขี้ระแวงเท่านั้นแหละที่จะอยู่รอด” ซึ่งพิสูจน์มาหลายครั้งแล้วว่าจริง เพราะการตีตนไปก่อนไข้ของคนกลุ่มนี้ นำมาสู่การเตรียมความพร้อม คิดหาแผนสำรองไว้หากสถานการณ์ที่แย่สุดเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้งานต้องล้มครืนกลางคันหรือเกิดความเสียหายร้ายแรงกระทบถึงบริษัท ฉะนั้นควรมองการหวาดระแรงเสียใหม่และใช้แต่พอดี ให้มันคอยเตือนคุณถึงการมองตามความเป็นจริงไม่ใช่แต่ในแง่ร้าย

เถรตรง – ใครที่เถรตรง มองอะไรเป็นขาว-เป็นดำ ไม่ยืดหยุ่น หากได้คุยด้วยระยะแรกอาจไม่สบายใจ แต่ในระยะยาวนี่คือข้อดี เพราะแสดงให้เห็นว่าเขาซื่อสัตย์กับตัวเอง ต้องการความชัดเจน โดยเมื่อคู่เจรจารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรก็ไม่ต้องเสียเวลามาคุยซ้ำอีก ไม่มองข้ามเรื่องสำคัญและมุ่งลุยงานได้แบบหมดห่วง

อ่อนประสบการณ์ – ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ความไร้เดียงสานั้นเท่ากับอ่อนประสบการณ์ แต่เพราะความไม่ค่อยรู้อะไรนี่เองที่ผลักดันให้เรากล้าฝัน กล้าลุยหลายอย่ารวมถึงกล้าเริ่มธุรกิจอย่างไม่กลัวความล้มเหลว เชื่อเถอะหากขจัดความกลัวไปได้แล้วเริ่มลงมือทำแล้วต้องพลาดสะดุดล้ม แต่ก็เป็นการล้มก่อนคนอื่น และแน่นอนว่าเราก็จะลุกได้ก่อน เดิน วิ่งหรือแม้กระทั่งบินได้ก่อนคนผู้อื่นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เมื่อถึงปลายทางประสบการณ์ก็ยังมีมากกว่า

ที่มา : success.com



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน