จากท้องฟ้าสู่พื้นดิน ไอบีเอ็ม อยู่รอบตัวเรา

หากพูดถึง IBM คนอาจจะรู้จักในฐานะผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ หรือบริษัทเทคโนโลยี

แต่จริงๆ แล้ว IBM อยู่ใกล้คนไทยมากกว่าที่คุณคิด และอยู่ในอุตสาหกรรมที่ช่วยคนไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกรรม การศึกษา หรือสุขภาพ

และในโอกาสที่ IBM ประเทศไทย ครบรอบ 65 ปี Marketeer จะพาไปดูเทคโนโลยีที่ IBM ทำมาตลอด 65 ปีกัน

 

ภาคเกษตรกรรม

ภาคเกษตรกรรม

ในปี 2491 ประเทศไทยอยู่ในช่วงของการปฏิรูปการจัดเก็บข้อมูลและการประมวลผลให้ทันสมัยขึ้น ในครั้งนั้นไอบีเอ็มได้นำเครื่อง Punched Card เพื่อมาสนับสนุนการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งแรกของไทย ทำให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรได้ดียิ่งขึ้น

ในปี พ.ศ. 2538 IBM จับมือกับ TOP Group และกรมอุตุนิยมวิทยาของสหราชอาณาจักรเพื่อนำซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของไอบีเอ็ม มาใช้ในการสนับสนุนระบบพยากรณ์อากาศแบบใหม่ของกรมอุตุนิยมวิทยาของประเทศไทย ช่วยให้เกษตรกรไทยมีข้อมูลพยากรณ์อากาศที่แม่นยำมากขึ้น

ล่าสุดในปีนี้ ไอบีเอ็มนำเทคโนโลยี PAIRS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ผ่านระบบคลาวด์ ที่มีการจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาล สามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบซับซ้อนทั่วโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลการพยากรณ์อากาศที่มีความแม่นยำสูง หรือโมเดลด้านการเกษตร PAIRS สามารถรับข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลสภาพอากาศ การจัดทำสำมะโน ข้อมูลรายวันเกี่ยวกับการใช้ที่ดินและทำเลธุรกิจ มากกว่า 2 เทระไบต์ต่อวัน

หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ PAIRS คือความสามารถในการสืบค้นข้อมูลข้ามชั้นได้อย่างรวดเร็วและปรับขนาดได้ เช่น การสืบค้นข้อมูล “แสดงพื้นที่เมืองทั้งหมดที่จะมีแดดจัดในช่วง 10 วันต่อจากนี้”  เป็นต้น การค้นหาข้อมูลในระดับทวีปสามารถทำได้รวดเร็วกว่าวิธีการแบบเดิม 10 ถึง 100 เท่า

ปัจจุบัน PAIRS ได้ถูกนำมาใช้ในประเทศไทยแล้ว โดยอยู่ในขั้นเริ่มต้นใช้กับพืชเศรษฐกิจของไทย

เทคโนโลยี PAIRS

 

ภาคการศึกษา

ในปี พ.ศ. 2547 ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดตัวโครงการไทยกริดพอร์ทัล เพื่อการคิดค้นสูตรยา และมอบเครื่อง IBM eServer xSeries อันทรงพลัง เพื่อการประมวลผลที่สูงและลดค่าใช้จ่ายด้านทรัพยากร

ในปี พ.ศ. 2558 ไอบีเอ็มเปิดตัวพอร์ทัล IBM OnTheHub เพื่อให้นักพัฒนา สตาร์ทอัพ และนักเรียน-นักศึกษาจากทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่สำคัญๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยหลักสูตรและเนื้อหาต่างๆ ครอบคลุมเทคโนโลยีค็อกนิทิฟ ปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กดาต้า-อนาไลติกส์ บล็อกเชน อินเตอร์เน็ตอ็อฟธิงส์ ซิเคียวริตี้ เมนเฟรม ฯลฯ

ไอบีเอ็มยังได้เปิดตัว IBM Skills Gateway ที่ซึ่งนักพัฒนา สตาร์ทอัพ และนักเรียน-นักศึกษาจากทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย สามารถสอบวัดระดับและได้รับ IBM Open Badge ซึ่งถือเป็นประกาศนียบัตรด้านทักษะไอทีและธุรกิจที่เป็นที่ยอมรับและนับถือในอุตสาหกรรมไอที

 

ธุรกิจค้าปลีก

ในช่วงปี 2533 ไอบีเอ็มได้เริ่มนำระบบ Point of Sale (POS) เข้ามาในประเทศไทย โดยระบบดังกล่าวได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของหลายธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหารที่เป็นที่รู้จัก ต่อมาในปี พ.ศ.2557 ไอบีเอ็มได้ขายธุรกิจระบบ POS ให้แก่โตชิบา

ในปี พ.ศ. 2554 บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในกลุ่ม ซีพี ออลล์ ที่ให้บริการซ่อมบำรุงรักษาและติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หรือร้านมินิมาร์ทในปั๊มน้ำมัน ได้นำเทคโนโลยีบริหารจัดการทรัพย์สินแบบครบวงจร IBM Maximo Enterprise Asset Management ในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ วางแผนดูแล ตรวจสอบ และซ่อมแซมบำรุงรักษาอุปกรณ์หลากหลายภายในร้านของลูกค้าให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรก โดยระบบจะแจ้งเตือนให้ทีมบริการลูกค้าทั่วประเทศทราบก่อนที่จะถึงกำหนดการซ่อมหรือเมื่อมีอุปกรณ์ขัดข้องโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถวางแผนการดูแลอุปกรณ์ได้ในแบบ Proactive ช่วยให้รีเทลลิงค์วางแผนและตัดสินใจได้อย่างฉับไวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

การเงิน

ในปี พ.ศ.2559 IBM Safer Payments ได้เข้ามาช่วยธนาคารกสิกรไทย ในการป้องกันไม่ให้ลูกค้าหลายล้านคนของธนาคารต้องตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงอันเนื่องจากอาชญากรรมไซเบอร์ ช่วยให้ธนาคารสามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย อาทิ ตู้ ATM บัตรเดบิต บัตรเครดิต บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต แอพบริการของธนาคารบนมือถือ ฯลฯ

ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับไอบีเอ็มในการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อสร้างระบบต้นแบบใช้รับรองเอกสารต้นฉบับเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เน้นความถูกต้องมีมาตรฐานเดียวกัน สามารถลดความเสี่ยง ตรวจสอบข้อมุลได้อย่างรวดเร็วปลอดภัย ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการนำร่องใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อบริหารจัดการกระบวนการจัดเก็บเอกสารการให้บริการต่างๆ ระหว่างธนาคารและบริษัทในเครือ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทำให้ข้อมูลมีความปลอดภัย การทำธุรกรรมมีความโปร่งใส ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการดำเนินงาน

ระบบเมนเฟรมของไอบีเอ็มยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับข้อมูลธุรกรรมปริมาณมหาศาลในประเทศไทย โดยถือเป็นระบบสำคัญที่อยู่เบื้องหลังระบบ core banking ของธนาคารเกือบทุกแห่งในประเทศไทย รองรับการฝาก ถอน โอน จ่ายเงิน ฯลฯ ของประชาชนทั่วประเทศ

 

มีเดีย

ในแวดวงมีเดียบ้านเรา เทคโนโลยี Aspera ของไอบีเอ็มยังอยู่เบื้องหลังระบบรับส่งข้อมูลข่าวความเร็วสูงของสถานีโทรทัศน์ชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2560 แสนรู้ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการติดตามตรวจสอบข้อมูลแบรนด์แบบเรียลไทม์ วิเคราะห์ข้อมูลและเทรนด์ต่างๆ เชิงลึก ป้องกันและบริหารจัดการเหตุวิกฤติที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ รวมถึงบริการวิจัยระบบดิจิทัล เลือกใช้ IBM Cloud เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานหลักและแพลตฟอร์มนวัตกรรม เพื่อเสริมศักยภาพและรองรับการเติบโตระดับโลก

 

การแพทย์

ในปี พ.ศ. 2557 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ประกาศใช้เทคโนโลยี IBM Watson for Oncology ที่ได้รับการพัฒนาฝึกฝนโดยศูนย์มะเร็งชั้นนำของโลก โดย IBM Watsonจะทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล และนำเสนอข้อสรุปเป็นทางเลือกในการรักษาต่างๆ อย่างสอดคล้องกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งความแม่นยำของเทคโนโลยีนี้สูงถึง 83% เมื่อเทียบกับผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยาของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (BIH)

ในปี พ.ศ. 2560 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมกับไอบีเอ็ม นำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง IBM POWER8 for High Performance Computing เพื่อสร้างระบบที่รองรับการวิจัยและเก็บข้อมูลด้านจีโนม ซึ่งช่วยให้นักวิจัยสามารถจัดการกับข้อมูลจีโนมของแต่ละบุคคลที่มีปริมาณมหาศาลได้เร็วกว่าเดิม 100 เท่า

 

เมืองอัจฉริยะ

ในปี พ.ศ. 2557 ไอบีเอ็มได้รับความไว้วางใจในการเป็นพันธมิตรรายแรก กับ CAT เพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการด้านคลาวด์ และในปี พ.ศ. 2560 ความร่วมมือได้พัฒนาไปอีกขั้น โดยไอบีเอ็มได้พัฒนา Cloud Managed Services เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้ CAT ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้ง ตลอดจนการขยายขีดความสามารถในการให้บริการ Smarter City Platform เพื่อช่วยเมืองมากมายในประเทศไทยยกระดับการบริหารจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ขานรับนโยบาย Thailand 4.0 โดยภูเก็ตได้รับเลือกให้เป็นจังหวัดแรกในการนำร่องโครงการนี้

 

IBM Watson

อย่างที่ทราบกันว่า ไอบีเอ็มสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อว่า IBM Watson ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจนำไปใช้งานแล้วใน45 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ครอบคลุม 20 อุตสาหกรรมโดยคาดว่ากว่า1,000 ล้านคนทั่วโลกจะได้รับประโยชน์จากIBM Watson ภายในปีนี้ตัวอย่างการใช้งานในประเทศไทย อาทิ

ในปี พ.ศ. 2560 ปตท.ได้เริ่มนำเทคโนโลยี IBM Watson IoT มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเพิ่มผลผลิตและเสริมศักยภาพระบบปฏิบัติการของโรงแยกก๊าซ โดยเริ่มใช้กับชุด gas turbine ของโรงแยกก๊าซระยอง ก่อนที่จะขยายไปใช้กับเครื่องจักรที่สำคัญทั้งหมดในโรงงานแยกก๊าซทั้ง 6 แห่ง

 

ในปี พ.ศ.2560 บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ยังได้นำ AI chatbot ที่พัฒนาขึ้นโดย ConvoLab มาใช้กับงานบริการลูกค้าด้านนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์และ Facebook ของบริษัท ช่วยให้สามารถลดปริมาณงานของฝ่ายบริการลูกค้าลงได้ถึง 60% โดย AI chatbot ดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี IBM Watson
นอกจากนี้การใช้งานที่น่าสนใจอีกรูปแบบคือ Watson Explorer ที่สอนให้ Watson เรียนรู้ตัวอักษร และเข้าใจในสิ่งที่มนุษย์ต้องการจะสื่อ หากให้ Watson Explorer อ่าน งานวิจัยจำนวน 1000 หน้า เรื่อง ‘นโยบายการเงินในแต่ละประเทศ’ Watson ก็จะสรุปออกมาให้เห็นเลยว่า แต่ละประเทศประสบความสำเร็จอย่างไร ล้มเหลวอย่างไร เทรนด์คืออะไร

Watson Visual Recognition คือการสอนให้ Watson เรียนรู้รูปภาพจำนวนหนึ่งแล้วตีความหมายให้มัน อย่างเช่นในรูปด้านล่าง ทีมงานของไอบีเอ็มได้สอนให้ระบบ จำแนกว่าคนแบบไหนมีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมาย เช่น คนที่ปิดบังใบหน้า คนที่สวมผ้าปิดปาก คนที่สวมหมวก เป็นต้น เมื่อนำระบบนี้ไปรวมร่างกับกล้องวงจรปิด คุณก็จะได้ Smart CCTV ประเมินความปลอดภัยได้ เช่น เวลาเจอคนที่สุ่มเสี่ยงเดินเข้ามาในห้าง Watson ก็สามารถแจ้งไปที่ส่วนกลางได้ว่ามีคนน่าสงสัยเดินอยู่ที่จุดนี้ เป็นต้น

 

จะเห็นได้ว่า IBM อยู่คู่คนไทย ช่วยเหลือ และพัฒนาเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่ระบบพยากรณ์อากาศที่อยู่บนท้องฟ้า การป้องกันธุรกรรมการเงิน การซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ การรักษาโรคมะเร็ง รวมไปถึงการสร้างห้องเรียนออนไลน์

เอาจริงๆ ที่เล่ามาทั้งหมด ยังไม่ถึง 10% ของที่ ไอบีเอ็ม ทำมาด้วยซ้ำ

ใครอยากรู้ว่า ไอบีเอ็ม ทำอะไร และสามารถช่วยอะไรคุณได้บ้าง

ไปดูที่นี่เลย >> http://www.ibmthailand65.com/

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer