ปลุกไฟในตัว – จำได้ไหมว่าครั้งล่าสุดที่มีงานต้องส่งพรุ่งนี้หรือเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน คุณเป็นอย่างไรบ้าง? ใช่กล้ามเนื้อตึง วิสัยทัศน์เฉียบคมขึ้นและมีความมุ่งมั่น หรือไม่ นี่แหละเป็นปฏิกริยาตามธรรมชาติที่ร่างกายตอบสนองต่อความเครียดเพื่อให้เราพร้อมรับมือกับเรื่องวิกฤตต่างๆ ช่วยให้คุณผ่านพ้นมันไปได้ พูดง่ายๆ ว่าเป็นการปลุกไฟในตัวให้ลุกโชนพร้อมลุยงานตรงหน้านั่นเอง

ทลายขีดจำกัด – ท่ามกลางความเครียด คุณจะรู้ตัวว่าไม่ใช่เวลามาลังเล มัวคิดว่าคนอื่นมองคุณอย่างไร พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้ได้มองจุดแข็งและทักษะที่จำเป็นต่อการแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งบางอย่างก็ไม่รู้ว่าก่อนว่ามี ความเครียดฉุดคุณให้ออกจาก Comfort Zone เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง ลืมคำว่า “ทำไม่ได้” ไปเลยและได้รู้จักกับศักยภาพใหม่ ซึ่งควรพัฒนาไว้ใช้วันข้างหน้ายามจำเป็น

ชี้ชัดให้เห็นปัญหา – ด้านดีถัดมาของความเครียดคือการทำหน้าที่เป็นไฟฉายส่องให้เห็นว่าจุดไหนบ้างในชีวิตหรือการงานที่ต้องแก้ไข อาจเป็นบริหารจัดการเวลาไม่ดี หรือตั้งเป้าที่ไม่โยงกับความจริงหรือเชื่ออะไรผิดๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วถูกมองข้ามไปช่วงปกติ เมื่อรู้ต้นตอ ซึ้งว่า “นี่มันไม่ OK แล้วนะ” จงลงมือจัดการตามความเหมาะสม เพื่อให้ข้อติดขัดที่ปิดกั้นความสุขของชีวิตเช่นนี้ไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป

กระตุ้นให้เดินหน้า – เมื่อหลังชนฝา คุณถูกอุปสรรครายล้อมทั้งบน ล่าง ซ้าย ขวา ทางเดียวที่ทำได้คือ การเดินหน้าเผชิญวิกฤตเป็นเรื่องเดียวเท่านั้นที่ทำได้ เช่นเดียวกับเมื่อปัญหากดคุณให้ถึงจุดต่ำสุด อย่างเดียวที่ต้องทำคือกลับขึ้นไปข้างบนให้ได้ การตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ ‘ไม่สู้ก็ตาย’ ไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมด เพราะในห้วงเวลาแบบนั้น พลังแฝงด้านต่างๆที่แฝงอยู่ของขึ้นจะถูกนำออกมาใช่ เป็นเชื้อเพลิงผลักดันให้เดินหน้า ทั้งหมดนี่อธิบายได้ว่าทำไมหลายคนถึงชอบออกกำลังกายหรือเดินเมื่อเครียด คราวหน้าถ้าเครียด คิดอะไรไม่ออก หรือความคิดดีๆผุดขึ้นระหว่างประชุม ลองเดินไปเดินมา เชื่อสิมันทำให้คุณได้ปลดปล่อยและใช้ความเครียดให้เกิดประโยชน์

เป็นเวลารู้จักอารมณ์ตัวเอง – เหตุผลที่ผู้นำยิ่งใหญ่ของโลกหลายคนมีความฉลาดทางอารมณ์ด้วย เพราะเขาเหล่านั้นรู้จักตัวเอง จับสัญญานร่างกายได้เมื่อเครียด เช่น เกร็งท้องหมายถึงเริ่มคุมตัวเองไม่อยู่หรือมีความคิดขัดแย้ง อาการไหล่ตึงสื่อถึงการแบกรับภาระมากเกินไป และอาการเจ็บแปลบที่คออาจเป็นการเตือนว่าคุณไม่ยืดหยุ่น ความเครียดเป็นตอบสนองของร่างกายต่อความคิดหรืออารมณ์ความรู้สึก ดังนั้นถ้าคุณเรียนรู้ที่จะอ่านสัญญาณเหล่านี้ให้ได้ ก็จะช่วยในเรื่องการเข้าใจตัวเองด้วย

ที่มา : lifehack.org</s