ไม่นานมานี้ บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล ซินเนอร์ยี่ จำกัด หรือ GRSC บริษัทลูกที่ GPSC ถือหุ้น 100% ได้ลงนามสัญญาร่วมทุนกับ “บริษัท Copenhagen Infrastructure Partners” หรือ CIP เข้าถือหุ้น 25% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Changfang and Xidao ในไต้หวัน ขนาดกำลังการผลิตรวม 595 เมกะวัตต์ ด้วยสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี คาดจะจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ครบในปี 2567 และสามารถครอบคลุมการใช้ไฟกว่า 600,000 ครัวเรือนในไต้หวัน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนในสัดส่วนของ GPSC จนโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ กว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ถามว่าการลงทุนครั้งนี้ดีอย่างไร GPSC จะได้ประโยชน์แค่ไหน ลองมาอ่านข้างล่างนี้กัน

ก่อนอื่นเล่าให้ฟังก่อนว่าเทรนด์โลกในขณะนี้กำลังมองหา “พลังงานสะอาด” พลังงานทดแทนที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในนั้นคือ ‘พลังงามลม’ ที่มีคุณสมบัติเป็นแหล่งพลังงานจากธรรมชาติ ไม่กินเนื้อที่ ไม่มีค่าเชื้อเพลิง มีเสถียรภาพ และเป็นพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะกลายเป็นอนาคตของการผลิตไฟฟ้าในสายพลังงานสะอาดที่ว่านี้

แต่ด้วยการลงทุนอาจต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการเลือกสภาพแวดล้อม ภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย เกิดข้อจำกัดที่ทำให้พลังงานลมสามารถผลิตได้ในบางประเทศเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตไฟฟ้าชั้นนำในประเทศต่าง ๆ ต่างแสวงหาโอกาสลงทุนในแหล่งพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ เพื่อสร้างศักยภาพและต่อยอดความรู้ในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และไต้หวัน คือ หนึ่งในผู้คิดค้นนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก ด้วยภูมิศาสตร์ นโยบายภาครัฐ และการตั้งเป้าว่าภายในปี 2568 พลังงาน 20% จะมาจากพลังงานหมุนเวียนจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเป็นหลัก

ทำให้ตอนนี้ไต้หวันเป็นพื้นที่แรกในเอเชียแปซิฟิกที่มีแผนขับเคลื่อนโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน มีกำลังลมที่เหมาะสมแก่การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง จึงมีบริษัทต่างประเทศและนักพัฒนาเข้ามาเพื่อขับเคลื่อนให้ไต้หวันสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานลมนอกชายฝั่ง เรียกได้ว่า ไต้หวันคือต้นแบบด้านพลังงานหมุนเวียน และเป็นศูนย์กลางของการธุรกิจพลังงานลมนอกชายฝั่งของภูมิภาค

GRSC (บริษัทลูกที่ GPSC ถือหุ้น 100%) เองก็มองเห็นโอกาสนี้ที่ไต้หวันเช่นกัน จึงเกิดเป็นดีล การลงนามสัญญาร่วมทุนกับ “บริษัท Copenhagen Infrastructure Partners” หรือ CIP เข้าถือหุ้น 25% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Changfang and Xidao ในไต้หวัน ขนาดกำลังการผลิตรวม 595 เมกะวัตต์ ด้วยสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี กับ บริษัท Taiwan Power Company คาดจะจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ครบในปี 2567 และสามารถครอบคลุมการใช้ไฟกว่า 600,000 ครัวเรือนในไต้หวัน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนในสัดส่วนของ GPSC จนโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ กว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยการลงทุนครั้งนี้จะทำให้ GPSC เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอีก 149 เมกะวัตต์ตามสัดส่วนการถือหุ้น 25% ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเท่ากับ 2,635 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 37% ของกำลังการผลิตทั้งหมด 7,102 เมกะวัตต์ รวมถึงเสริมแกร่งด้วยการขยายความเชี่ยวชาญด้านองค์ความรู้การพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่ง เทคโนโลยีก่อสร้างที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ และนวัตกรรมกังหันลมที่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงให้กับ GPSC เอง ที่สำคัญคือ ทำให้ กลุ่ม ปตท. เดินหน้าสู่เป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ได้ 12,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 และสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานดั้งเดิมเป็น 8000 MW ภายในปี 2573

การลงทุนนี้ ยังเปิดโอกาสให้ GPSC ได้ขยายความเชี่ยวชาญด้านองค์ความรู้การพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่ง เนื่องจากต้องอาศัยเทคโนโลยีในการก่อสร้างและพัฒนาโครงการที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงนวัตกรรมกังหันลมที่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของโครงการ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน