ตลาดนำเข้าผลไม้นอกในปีที่ผ่านมา เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงถึง 4.46 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นผลไม้เพื่อบริโภคสดประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาท ด้วยผู้เล่นมากกว่า 100 ราย จากความง่ายในการนำเข้าและจำหน่ายโดยไม่ต้องสร้างแบรนด์ของตัวเอง มีเพียงแม่ค้าพ่อขายที่รับผลไม้ไปจำหน่ายเท่านั้น และที่สำคัญไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าสำหรับผลไม้บางชนิดในบางประเทศคู่ค้า เช่นจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี

ตลาดนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มียอดจำหน่ายต่ำกว่า 100 ล้านบาท 100กว่าราย ขนาดกลางที่มียอดจำหน่าย 400-600 ล้านบาท 7-8 ราย และขนาดใหญ่1,000 ล้านบาท 2 ราย เท่านั้น โดยผู้เล่นขนาดกลางและใหญ่เป็นผู้ที่ขับเคี่ยวในตลาดเพื่อแย่งชิงช่องทางจัดจำหน่ายให้มากที่สุด เพราะตลาดนี้ช่องทางดี ผลไม้เด่น กำไรเห็นๆ แน่นอนถ้าไม่ขาดทุนจากผลไม้เน่าเสียจากการจัดเก็บ ขนส่ง และขายไม่ออกเสียก่อน

 

คนรักสุขภาพดันตลาดโต

วัชมนฟู้ด ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลไม้ต่างประเทศรายใหญ่ด้วยยอดจำหน่าย 2,500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา มองตลาดผลไม้นอกมีนัยสำคัญในการเติบโตมาจากกระแสคนรักสุขภาพ เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มอายุ 30-45 ปีบริโภคผักและผลไม้มากขึ้น ยอมจ่ายเพื่อผลไม้คุณภาพดี เสริมสร้างประโยชน์ต่อร่างกายที่มาพร้อมกับความอร่อย โดยเฉพาะการบริโภคผักและผลไม้มากขึ้น จากเดิมที่กลุ่มสูงอายุเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลัก

แม้ภายนอกตลาดผลไม้นอกจะหอมหวน วัชมนฟู้ด เปิดเบื้องลึกๆ ว่าตลาดนี้ค่อนข้างปราบเซียนสำหรับหน้าใหม่ในวงการถ้าเงินทุน การคาดการณ์ตลาด และการจัดการไม่ดี ผลไม้บางชนิดสั่งมาล้นตลาดมีผู้ขายจำนวนมากราคาตลาดก็จะลดลง และต้องยอมขายขาดทุน ก่อนผลไม้เน่าเสียนำเงินทุนมาหมุนต่อ โดยเฉพาะปีนี้ที่เศรษฐกิจกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวท่ามกลางสภาพอากาศฝนตกที่ทำให้ผู้บริโภคเดินตลาดสดน้อยลง

โรดโชว์ใครว่าไม่สำคัญ

วัชมนฟู้ด เชื่อมั่นว่า ถึงแม้ผลไม้นำเข้าจะเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคไม่ได้เลือกซื้อจากแบรนด์ผู้นำเข้าแต่การโรดโชว์และกิจกรรมการตลาดในรูปแบบต่างๆ จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย จากฐานลูกค้าหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ลูกค้าโมเดิร์นเทรด 60% ค้าส่ง 30% และประเทศเพื่อนบ้าน ลาว เมียนมา กัมพูชา 10% และสุดท้ายคือยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น

ในปีนี้ได้ใช้งบการตลาด 30 ล้านบาท โรดโชว์ไม่ต่ำกว่า 50 ครั้งต่อปี จัดบรรจุภัณฑ์พิเศษตามช่วงเวลา พร้อมแคมเปญโปรโมชั่นลุ้นเที่ยวต่างประเทศ เช่น แคมเปญ” Win a trip to New Zealand ” ร่วมกับเทสโก้ โลตัส ลุ้นเที่ยวนิวซีแลนด์ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หลักผลักดันยอดจำหน่ายตลอดทั้งปี 2,700-2,800 ล้านบาท 9 เดือนที่ผ่านมาเติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

 

ไม้ตายคือความหลากหลายและแบรนด์ผลไม้

การแข่งขันในตลาดผลไม้นอกที่มีผู้เล่นเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง จากนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามา และผู้ขายปลีกมาเป็นผู้นำเข้าหวังผลกำไรที่เพิ่มขึ้น ซิตี้เท็กซ์ ผู้นำเข้าผลไม้ระดับ Top5 ในตลาด วางกลยุทธ์รับผู้ท้าชิงหน้าเก่า-ใหม่ด้วยการเพิ่ม ความหลากหลายของผลไม้ ที่ปัจจุบันได้นำเข้าจาก 13 ประเทศหลัก

ตลอดจนให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ผลไม้จากซิตี้เท็กซ์ และแบรนด์ของพาร์ตเนอร์ อีก 13 แบรนด์ เช่น แอปเปิลพิงก์เลดี้ กีวีครันช์ ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคสังเกตสติกเกอร์แบรนด์ติดบนผลไม้ก่อนซื้อ เพิ่มโอกาสการจำหน่ายด้วยโรดโชว์ ให้ความรู้เรื่องผลไม้ จัดวางสินค้าให้ผู้บริโภคชิมก่อนตัดสินใจ และแคมเปญโปรโมชั่นกับห้างสรรพสินค้าในรูปแบบต่างๆ

Direct Sale ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

นอกจากช่องทางจัดจำหน่ายผลไม้ 60-65% ยังเป็นโมเดิร์นเทรดและที่เหลือเป็นขายส่ง ไม่ต่างจากคู่แข่งรายใหญ่ ซิตี้เท็กซ์เพิ่มช่องทาง Direct Sale จัดส่งผลไม้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรงเป็นช่องทางเสริม ปัจจุบันให้บริการในกรุงเทพและปริมณฑล คิดค่าส่งตามระยะทางหากสั่งไม่ถึง 2,500 บาท

ผลไม้ที่จำหน่ายผ่านช่องทางนี้จะเป็นผลไม้ที่แตกต่างจากช่องทางหลัก ผลไม้ออร์แกนิกแบรนด์ฟรุต ดิออร์เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลไม้ปลอดสาร และร้านนำผลไม้ออร์แกนิก จำหน่ายเป็นแพค 30-40 ลูกหรือ 4-5 กิโลกรัม ที่สามารถบริโภคหมดภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งการนำผลไม้ออร์แกนิกซึ่งมีราคาจำหน่ายสูงกว่าผลไม้ทั่วไปมาจำหน่ายช่องทางนี้เป็นการลดความเสี่ยงในการกระจายสินค้าไปในตัว

ด้วยแรงผลักดันของผู้นำเข้ารายใหญ่และกระแสรักสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่องจึงไม่แปลกเลยที่ผลไม้นำเข้าจะเติบโตเหยียบ 20% ในแต่ละปี