SME Think Tank/ดร. เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม

เรายังคงต้องพูดกันเรื่อง Covid-19 กันอีกนานพอสมควร ทั้งที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านออกมาให้ความเห็นว่าเราคงต้องอยู่กับเจ้าโรคระบาดร้ายนี้ไปกันแบบยาว ๆ และทำให้มันเป็นเหมือนโรคระบาดสามัญทั่ว ๆ ไปทำนองไข้หวัดใหญ่หรือโรคระบาดจากไวรัสตัวอื่น ๆ ที่วงการแพทย์สามารถบริหารจัดการได้ ไม่เป็นอันตรายหรือฆ่าคนจำนวนมาก

แพทย์บางรายถึงกับแนะนำว่าไม่ต้องฉีดวัคซีนให้กับคนหนุ่มสาวที่แข็งแรง เพราะถ้าติด Covid-19 ไปก็ไม่เป็นอะไรมากไม่ถึงตาย (พูดเหมือนคนมีน้ำใจบกพร่อง) ควรเอาวัคซีนไปฉีดสร้างภูมิคุ้มกันให้พวกสูงวัยและกลุ่มเสี่ยงมากกว่า แล้วเมื่อมีภูมิคุ้มกันมาก ๆ ทั่วหน้า ทั้งจากการฉีดวัคซีนและจากการติดโรค Covid-19 เราก็จะอยู่กับเจ้าโรคร้ายนี้ได้แบบไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก

ความเห็นก็คือความเห็น ขึ้นอยู่กับผู้บริหารประเทศจะเอาอย่างไร ยิ่งเรามีผู้บริหารที่อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย (เป็นประจำ)

เวลาจะปรับภาพลักษณ์ (แต่ปรับนิสัยตัวเองไม่ได้) พูดเล่นก็ไม่ถูกกาลเทศะอีก อย่างที่ไปพูดว่า น้ำท่วมให้สวดมนต์ น้ำก็จะไปเอง ท่านอาจจะคิดว่าพูดแล้วจะดูผ่อนคลาย ไม่เครียด แต่มันไม่ถูกกาลเทศะครับ

หวังว่าคณะผู้บริหารและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยกันดูแลประเทศชาติ ประชาขน ให้ผ่านวิกฤตโรคระบาดนี้ไปได้แบบไม่สาหัสนัก

ถึงวันนี้เจ้า Covid-19 ฆ่าคนทั่วโลกไปแล้วจำนวนมากและทำลายเศรษฐกิจโลกไปอีกพอสมควร

แต่ไม่ว่าเราจะหยุดมันได้หรือต้องอยู่กับมันแบบถาวร มันได้ฆ่าพฤติกรรมบางอย่างของมนุษย์โลกจำนวนมากแบบถาวร เราคงไม่ต้องพูดกันมากว่า ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) คืออะไร เพราะเรื่องบางอย่าง พฤติกรรมบางอย่าง เราต้องปรับตัวจนเคยชินไปแล้ว กลายเป็น Next Normal

การต้องถูกบังคับให้ทำโน่นทำนี่ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ อื่น ๆอีกมากมาย เป็นเวลานาน ทำให้พฤติกรรมบางอย่างเปลี่ยนไปแบบถาวร ส่วนที่ว่าจะเปลี่ยนไปมากน้อยและจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความพอใจในเรื่องนั้น ๆ หลายคนอาจจะเปลี่ยนนิสัย (เคยชิน) อย่างรวดเร็ว กับการล้างมือบ่อย ๆ มีแอลกอฮอล์แบบพกพาติดตัวตลอด เป็นต้น

การต้องเว้นระยะห่าง ต้องทำงานที่บ้าน หลายท่านอาจจะชอบ จนเคยชินไม่อยากกลับไปทำงานที่ทำงานอีก หรือหลายคนเสพติดการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ สั่งอาหารผ่านบริการส่งอาหาร (food delivery) จนขาดไม่ได้

บริษัทวิจัยแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาทำการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่า Covid-19 ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เปลี่ยนพฤติกรรมมาชอบซื้อสินค้าออนไลน์ภายในเวลา 8 เดือน ทั้งที่ถ้าไม่มีเจ้าโรคร้ายระบาดนี้อาจจะต้องใช้เวลาหลายปี

คนอเมริกันเปลี่ยนมาหาความบันเทิงออนไลน์ ที่เห็นได้ชัด คือ Disney Plus ใช้เวลา 5 เดือนในการหาสมาชิกจำนวนเท่ากับสมาชิกที่ Nexflix ใช้เวลาถึง 7 ปีในการสร้างสมาชิก

คนอเมริกันหันมาเรียนออนไลน์ ทำงานออนไลน์ ประชุมออนไลน์ ใช้บริการแพทย์ออนไลน์ มากกว่าก่อนที่เจ้า Covid-19 จะระบาดหลายเท่าตัว

เรามาดูว่า พฤติกรรมแบบ Next Normal มีอะไรที่เห็นได้ชัด ๆ บ้าง

  1. การทำงาน มีการเปลี่ยนงาน หรือตกงานเพิ่มขึ้น คนทำงานที่บ้านหรือนอกสถานที่ทำงานมากขึ้น ใช้และเข้าใจเทคโนโลยีในการทำงานมากขึ้น คำนึงถึงความปลอดภัย ถูกสุขอนามัยมากขึ้น
  1. การจับจ่ายใช้สอย การบริโภค นิยมบริการออนไลน์ ลดความถี่ของการจับจ่ายใช้สอย แต่เพิ่มปริมาณในการซื้อแต่ละครั้ง เลือกซื้อเฉพาะแบรนด์ที่มั่นใจ เลือกซื้อสินค้าจากร้านใกล้บ้านมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย
  1. การสื่อสาร การพบปะเพื่อสื่อสารน้อยลง เพิ่มการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ไม่เชื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ เชื่อความเห็นจากคนทั่วไปมากกว่า
  1. การเดินทางท่องเที่ยว ลดการเดินทางระหว่างประเทศ เพิ่มการเดินทางในประเทศ เดินทางด้วยยานพาหนะส่วนตัวมากขึ้น
  1. การศึกษา เพิ่มการเรียนรู้ออนไลน์มากขึ้น มุ่งเพิ่มความรู้ ทักษะที่ต้องการมากกว่ามุ่งได้ปริญญา ประกาศนียบัตรต่าง ๆ
  1. ความบันเทิง คนไปโรงภาพยนตร์น้อยลง นิยมความบันเทิงออนไลน์มากขึ้น ไม่ชอบความยืดเยื้อ ไม่ติดยึดรูปแบบความบันเทิงแบบเดิม ๆ
  1. สุขภาพและอนามัย คนให้ความสำคัญกับสุขภาพ สุขอนามัยมากขึ้น พยายามบริโภคสิ่งที่ปราศจากเคมี พวกพืชผักออแกนิก นิยมการใช้บริการแพทย์ออนไลน์มากขึ้น สนใจการมีแพทย์ประจำตัว แพทย์ประจำครอบครัวมากขึ้น

คนที่มองโลกในด้านบวกคงนั่งนับวันที่โลกจะกลับมาปกติแม้ว่าจะไม่มีวันกลับไปเป็นแบบเดิมเหมือนก่อนที่ Covid-19 ระบาด แต่ก็ดำเนินชีวิตปกติแบบ Next Normal ได้

ก่อนถึงวันนั้นลองมาดูผลงานวิจัยของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยในวันนี้กันครับ

บริษัท วันเดอร์แมน ธอมสัน และ บริษัทแดทเทลได้ร่วมกันจัดทำการวิจัยพฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้บริโภคต่อการซื้อสินค้าในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเกิดวิกฤตการณ์ Covid-19 โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. สินค้าที่ใช้ข้อมูลและเวลาในการตัดสินใจซื้อน้อย (Low Involvement) เช่น อาหาร เครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม ฯลฯ
  2. สินค้าที่ใช้ข้อมูลและเวลาในการตัดสินใจซื้อมาก (High Involvement) อาทิ รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ
  3. ธุรกิจค้าปลีกและการบริการ (Retail & Services) เช่น ร้านขายของชำ สถานีบริการน้ำมัน ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

ในภาพรวมของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เห็นได้ชัดเจน คือ ผู้บริโภคใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยยังมีความกังวลถึงเศรษฐกิจหลังจบการระบาดของ Covid-19

  1. สินค้าที่ใช้ข้อมูลและเวลาในการตัดสินใจซื้อน้อย

สินค้าอุปโภค บริโภคในชีวิตประจำวัน พฤติกรรมของผู้บริโภคก่อน Covid-19 ระบาดพบว่าช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการซื้อสินค้าคือหน้าร้าน ช่องทางออฟไลน์ต่าง ๆ ถึง 76 เปอร์เซ็นต์ แต่ในช่วงที่ Covid-19 ระบาดพบว่า ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อเดือนมีการจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์น้อยลง ส่วนผู้บริโภคที่มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าเท่าเดิมหรือบ่อยขึ้น สินค้าที่ได้รับความนิยมในช่วง Covid-19 ระบาดคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีการซื้ออาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น และเลือกสินค้าขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนสินค้าด้านสุขภาพและความงามไม่ค่อยมีผลกระทบมากนัก

หลังจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ผ่านไป ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะยังคงไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ โดยจะซื้อสินค้าน้อยลงเนื่องจากรายได้ที่ไม่มั่นคงในช่วงที่ผ่านมา

  1. สินค้าที่ใช้ข้อมูลและเวลาในการตัดสินใจซื้อมาก

สินค้าประเภทอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ การท่องเที่ยว ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคนั้นลดลงทุกกลุ่มสินค้า หลังสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ผ่านไป ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยกว่า 40,000 บาทมีแนวโน้มที่จะลดหรือหยุดการซื้อสินค้าและบริการชั่วคราว ส่วนผู้บริโภคที่มีรายได้มากกว่า 40,000 บาทต่อเดือนมีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อสินค้าและบริการทุกกลุ่มธุรกิจภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี

  1. ธุรกิจค้าปลีกและการบริการ

ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดนั่นคือร้านปลีก ร้านค้าส่ง และสถานีบริการน้ำมัน ส่วนร้านเพื่อความบันเทิงและการผ่อนคลาย ร้านกิจกรรมเพื่อสุขภาพ และร้านอาหารได้รับผลกระทบมากที่สุด

หลังสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ผ่านไป ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะกลับสู่สภาวะการใช้จ่ายปกติ โดยเฉพาะร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมัน ร้านความงามและยา ร้านเพื่อความบันเทิงและการผ่อนคลาย ส่วนร้านไลฟ์สไตล์และสุขภาพนั้น พบว่ามีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะใช้จ่ายหรือใช้บริการมากขึ้น

เมื่อเรายอมรับว่าโรคระบาด Covid-19 เป็นเหมือนโรคระบาดธรรมดาทั่วไป ธุรกิจต้องดำเนินต่อไปตามสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เจ้าของแบรนด์สินค้าและบริการยังต้องสร้างฐานลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์ เพื่อรักษาฐานลูกค้าของแบรนด์ให้ยังคงกลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการปกติ

ผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อสินค้าและบริการ จึงไม่ควรควรหยุดทำกิจกรรมทางการตลาด ต้องสื่อสารสม่ำเสมอทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ พยายามสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวเพื่อสร้างการรับรู้และความภักดีต่อแบรนด์

ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแบรนด์ที่อยู่ในใจ แต่เวลาตัดสินใจซื้อผู้บริโภคอาจจะเปลี่ยนแบรนด์ได้ เพราะการถูกกระตุ้นด้วยปัจจัย ราคา การส่งเสริมการขาย ฯลฯ ท่านจึงจำเป็นต้องเข้าใจพื้นฐานพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค สื่อสารให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกเป้าหมายและเลือกสื่อที่จะสร้างความโดดเด่นให้แบรนด์ ไม่ว่าจะอยู่ในยุค New Normal หรือ Next Normal ก็ตาม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน