ธุรกิจส่งอาหาร ปี 2565 โอกาสใหญ่ที่ยังคงมาพร้อมกับความท้าทายใหม่ๆ (วิเคราะห์)

ในวันนี้ฟู้ดเดลิเวอรี่ ได้กลายเป็นผู้ช่วยหลักเวลาหิว โดยเฉพาะคนเมืองรุ่นใหม่ ที่ฟู้ดเดลิเวอรี่ให้บริการถึง จากความสะดวกสบายที่ได้รับ อย่างน้อยก็ได้รับประทานอาหารที่ต้องการโดยไม่ต้องเดินทางไปซื้อและรอด้วยตัวเอง

เมื่อฟู้ดเดลิเวอรี่กลายเป็นตลาดที่เติบโตด้วยมูลค่าตลาดในปีที่ผ่านมา 65,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าปีนี้จะเติบโตถึง 105,000 ล้านบาท จากข้อมูลของ EIC

ตลาดนี้จึงเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายที่ผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ต้องเผชิญ จากการวิเคราะห์ของ EIC ประกอบด้วย

 

1. ฟู้ดเดลิเวอรี่รายได้ดีแต่ยังขาดทุน

จากข้อมูลที่ EIC รวบรวมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่าผู้ประกอบการฟู้ดเดลิเวอรี่ไทยมีรายได้ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่กลับพบว่าแต่ละรายยังประสบปัญหาขาดทุน

การขาดทุนที่ว่านี้ส่วนหนึ่งมาจาก

การลงทุนเพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการ และรองรับการเติบโตของจำนวนผู้ใช้ ทั้งระบบหลังบ้าน บุคลากร และอื่น ๆ

การทุ่มเม็ดเงิน เพื่อจัดทำโปรโมชั่นดึงดูดผู้ใช้บริการ เพื่อแย่งชิงลูกค้าจากคู่แข่ง และแรงจูงใจให้กับไรเดอร์เพื่อให้มารับงานแพลตฟอร์มตัวเองแทนคู่แข่ง

2. คู่แข่งหลากหลายวงการเข้าสู่ ธุรกิจส่งอาหาร

ในปัจจุบันแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่มีคู่แข่งที่หลากหลายวงการ เข้ามาแข่งขันในตลาด เช่น โรบินฮู้ด มาจากกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์, แอร์เอเชีย ที่เข้าซื้อกิจการของ Gojek ในไทย, ช้อปปี้ แพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสที่หันมาเล่นธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ รวมถึงกลุ่มทรูที่เปิด True Food เป็นต้น

การที่ตลาดมีผู้แข่งขันจำนวนมาก ทำเกิดสงครามราคา ด้วยการนำโปรโมชั่น แพ็กเกจส่วนลด และอื่น ๆ มาเป็นจุดขายเพื่อดึงดูดลูกค้า และร้านอาหาร

และการแข่งขันนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ยังเดินหน้าขยายไปยังต่างจังหวัดและหัวเมืองใหญ่ ๆ เพื่อหาฐานลูกค้า และรายได้ใหม่ ๆ ให้กับแพลตฟอร์ม

 

3. เพิ่มบริการที่มากกว่า Food Delivery

นอกเหนือจากฟู้ดเดลิเวอรี่ ในแต่ละแพลตฟอร์มยังแข่งขันผ่านบริการอื่น ๆ เพื่อสร้างการเติบโตด้านรายได้ ผลกำไร และกลุ่มลูกค้าที่อาจจะกลายเป็นลูกค้าประจำได้ เนื่องจากบริการอื่น ๆ เป็นบริการที่มีมูลค่าการสั่งซื้อสูงกว่าอาหาร 2-3 เท่า

โดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่บริการซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นหลัก

แต่ก็มีหลายแพลตฟอร์มที่นำจุดเด่นของตัวเองมาให้บริการกับลูกค้าบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ หรือขยายไปยังบริการอื่น ๆ ที่มองว่ามีโอกาส

ซึ่งการแข่งขันในรูปแบบนี้ EIC มองว่าจะทำให้การแข่งขันสู่การเป็น Super App หรือ Everyday App ของแพลตฟอร์มรายใหญ่มีความชัดเจนมากขึ้น และเกิดการแข่งขันที่รุนแรงเพื่อแย่งชิงกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่อย่างจำกัดในหลากหลายธุรกิจ

4. ฟู้ดเดลิเวอรี่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องจาก 3 ปัจจัยสนับสนุน

EIC คาดการณ์ว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ฟู้ดเดลิเวอรี่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง การขยายตัวนี้มาจาก 3 ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่

– การขยายตัวของฐานผู้ใช้บริการใหม่ จากการเข้าถึงสมาร์ทโฟนและความสะดวกรวดเร็ว ความหลากหลายของอาหารที่ให้บริการ

ที่ผ่านมา อัตราการผู้ใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ในไทยมีเพียง 14% ของมูลค่าธุรกิจอาหาร และต่ำกว่าประเทศชั้นนำหลายประเทศ เช่น จีน สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ที่มีสัดส่วนมากกว่า 20% ของมูลค่าธุรกิจอาหารทั้งหมด

– ลูกค้าเก่าใช้บริการเพิ่มขึ้น จากการเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่ New Normal และความคุ้นชินในการใช้บริการ

จากข้อมูลที่ EIC เคยสำรวจในเดือนกันยายน 2021พบว่า 60%ของกลุ่มตัวอย่าง มีแนวโน้มในการใช้บริการเพิ่มขึ้นหลังโควิด-19 คลี่คลาย

– การขยายฐานลูกค้าไปยังบริการต่าง ๆ เช่น การทำ Cloud Kitchen การทำแบรนด์ของตัวเอง มีส่วนช่วยเพิ่มยอด GMV (Gross Merchandize Volume) และรายได้ให้กับแพลตฟอร์ม ตลอดจนทำให้อัตรา take rate ปรับตัวดีขึ้น บริการใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้น

และการเพิ่มบริการ เช่น สะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตออนดีมานด์ การขนส่งสินค้า ท่องเที่ยว จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าของแพลตฟอร์มให้กว้างขึ้น และดึงดูดให้มีการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นด้วย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน