BMX ตำนานจักรยานรุ่นเก๋า ทำไมหายไปจากตลาดประเทศไทย

ถ้าเราเอ่ยชื่อ จักรยาน BMX

สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ในยุค 70-80 ภาพจำสมัยวัยเด็กของใครหลาย ๆ คน คือ

การปั่นจักรยานBMXกับแก๊งเพื่อนตะลอนเที่ยวแถวบ้านไปทั่ว (ถ้าบ้านไหนไม่ซื้อBMXให้ก็จะปั่นจักรยานแม่บ้าน เฟสสัน ปั่นตาม ๆ กันไป) นึกไม่ออกอารมณ์คล้าย ๆ กับแก๊งเด็กในหนังแฟนฉัน

ส่วนบางคนหัดเล่นท่า โชว์ท่าผาดโผนบนจักรยานBMXล้มบ้าง เจ็บบ้าง และเจ๋งในสายตาเพื่อนบ้าง

แต่การเล่นท่าบนBMXคือ The Best of ของเด็กในยุคนั้นแล้ว (ไม่นับปั่นจักรยานปล่อยมือสองข้าง ที่เป็นท่าพื้นฐานที่เด็กในยุคนั้นส่วนใหญ่ทำได้)

เรียกได้ว่าจักรยานBMXคือความทรงจำที่หอมหวนของเด็กในยุค 70-80 ที่ไม่มีใครอยากลืม

แต่พอมาในยุคปัจจุบันที่เราเป็นผู้ใหญ่ จักรยานBMXหายไปไหน ทำไมถึงมีแต่ Dahon, Bianchi, Trek, Giant, Merida, Tokyobike  และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

ความจริงแล้วจักรยานBMXไม่ได้หายไปไหนเลย และจักรยานBMXไม่ใช่ชื่อแบรนด์ เหมือน Dahon, Bianc อื่น ๆ ที่เรายกตัวอย่างมาข้างต้น

แต่จักรยานBMXเป็นชื่อเรียกของจักรยานวิบากประเภทหนึ่ง

เหมือนกับการเรียกจักรยานพับ จักรยานเสือภูเขา จักรยานแม่บ้าน และอื่น ๆ

 

คำว่าBMXมาจาก Bicycle Motocross โดยคำว่า B มาจาก Bicycle, M มาจาก Moto และ X มาจากความหมายของคำว่า Cross ที่แปลว่ากากบาท

 

จุดเริ่มต้นของจักรยานBMXเกิดขึ้นในปี 1970 จากเด็กกลุ่มหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่ปรับแต่งจักรยานล้อ 20 นิ้วที่ตัวเองมีอยู่เพื่อเลียนแบบรถมอเตอร์ไซค์วิบาก จากการได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากในสมัยนั้น

และมีการต่อยอดBMXไปยังการเล่นท่าผาดโผนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสและเสน่ห์ให้กับจักรยานBMX

จนจักรยานBMXได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปยังหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

และได้กลายเป็นกีฬาที่มีการจัดชิงแชมป์โลกครั้งแรกในปี 1981 ก่อนที่จะถูกบรรจุในการแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิก, กีฬาระดับภูมิภาคเอเชียนเกมส์ และอื่น ๆ

โดยนักกีฬาBMXที่เรารู้จักกันดีคงจะหนีไม่พ้น อแมนด้า คาร์ นักกีฬาBMXลูกครึ่งไทย-อเมริกาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในการคว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกม 2014 และผ่านเข้าแข่งขันในรายการโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล

cr. photo GT Website

เมื่อพูดถึงประเทศไทยเมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา จักรยานBMXถือเป็นจักรยานที่ Mass มากในบรรดาเด็ก ๆ และวัยรุ่นยุคนั้น

ส่วนปัจจุบัน BMXกลายเป็นจักรยานที่ Niche ที่มีผู้เล่นเฉพาะกลุ่ม

สิ่งที่ทำให้BMXได้กลายเป็นจักรยานที่เคยเฟื่องฟูในยุคแฟนฉันกลับถูกลดความนิยมลงหลังจากที่เด็กรุ่นนั้นโตขึ้นมา เรามองว่าส่วนหนึ่งมาจาก

1. การที่มีของเล่นและกิจกรรมใหม่ ๆ เข้ามาดึงดูดความสนใจ เช่น เกมคอนโซลที่มีราคาถูกลง ซื้อหาได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเข้ามาของเกมออนไลน์ที่ทำให้เด็กติดหน้าจอ เล่นเกมแทนออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เป็นต้น

2. มีจักรยานรูปแบบใหม่ ๆ ในตลาดที่สร้างความสบายในการปั่นมากขึ้น โดยเฉพาะจักรยานที่มีเกียร์ ที่ให้นักปั่นปั่นสบายและเบาแรงขามากกว่าจักรยานBMX ซึ่งเป็นจักรยานในรูปแบบ Single Speed Bike ที่ไม่มีเกียร์ให้ปรับความเร็วในการเคลื่อนที่ เป็นต้น

 

สำหรับตลาดโลก จักรยานBMXเป็นตลาดที่ Niche เช่นกัน ในปีที่ผ่านมามีมูลค่าที่ 230.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,540 ล้านบาท

และคาดการณ์ว่าในปี 2030 จะมีมูลค่าที่ 381.8 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12,500 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5.1% ต่อปี นับจากปี 2021-2030 ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก Allied Market Research

แม้จุดเริ่มต้นของจักรยาน BMX จะมาจากล้อ 20 นิ้ว แต่ในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนให้มีวงล้อหลายขนาด ทั้งขนาดน้อยว่า 18 นิ้ว ไปจนถึงมากกว่า 22 นิ้ว แต่ล้อจักรยานที่ได้รับความนิยมที่สุดยังคงเป็นขนาด 20-22 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่นักปั่นBMXใช้กัน

 

ทั้งนี้ แบรนด์จักรยานBMXที่เป็น Key Player อย่างเช่น Cult Crew, Elite BMX, Fit Bike Co., Haro Bikes, Kink, MafiaBikes, Pacific Cycles, Stolen BMX, GT Bicycles, และ Redline Bicycles เป็นต้น

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co / Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer