ในวันที่ 1 ธันวาคม 2564 นี้ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ  กบง. มีมติปรับสูตรน้ำมันดีเซลจากที่มีหลายสูตรทั้ง ดีเซล B7, ดีเซลธรรมดา, ดีเซล B20 และดีเซลพรีเมียม เหลือเพียงดีเซล​ B7 เท่านั้น พร้อมกับคอยกำกับดูแลราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร

 

มติของ กบง. ในครั้งนี้จะมีผลกระทบกับผู้บริโภคอย่างไร

จากข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน พบว่า การใช้น้ำมันดีเซลในประเทศไทย (อ้างอิงข้อมูลมกราคม-กันยายน 2564) พบว่าประเทศไทยใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยที่ 61.09 ล้านลิตรต่อวัน

แบ่งเป็น

ดีเซล B7 35.23 ล้านลิตร

ดีเซลธรรมดา  22.64 ล้านลิตร

ดีเซล B20 1.06 ล้านลิตร

และอื่น ๆ 2.16 ล้านลิตร

จากข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน พบว่าการใช้งานดีเซล B7 กินสัดส่วนประมาณ 57.7% ของการใช้น้ำมันดีเซลทั้งหมด

ส่วนดีเซล หรือบางคนเรียกว่าดีเซลธรรมดา ซึ่งเป็นน้ำมันดีเซลที่เปลี่ยนชื่อมาจาก B10 เมื่อ 1 ตุลาคม 2563 มีปริมาณการใช้เป็นอันดับสอง ด้วยการใช้มากถึง 22.64 ล้านลิตร หรือคิดเป็นสัดส่วน 37.1%

และที่เหลือเป็นดีเซล B20 ดีเซลพรีเมียม และอื่น ๆ

ซึ่งราคาปลีกของดีเซลธรรมดาที่มีสัดส่วนการใช้อันดับสองรองจากดีเซล B7 มีราคาจำหน่ายต่อลิตรที่ต่ำกว่าดีเซล B7 รวมถึงดีเซล B20 ด้วยเช่นกัน

มีเพียงดีเซลพรีเมียมเท่านั้นที่มีราคาสูงกว่าดีเซล B7

อ้างอิงจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานราคาขายปลีกดีเซลสถานีบริการน้ำมัน PTT และบางจาก ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 พบว่า

ราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันดีเซล B7 ลิตรละ 28.84 บาท

ดีเซล ลิตรละ 28.69 บาท

ดีเซลธรรมดา B20 ลิตรละ 28.59 บาท

ดีเซลพรีเมียม ลิตรละ 34.46 บาท

ถ้าเรายังคงอ้างอิงจากราคาจำหน่ายดีเซล B7 ในปัจจุบัน เท่ากับว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มจากเดิมที่เคยเติมดีเซลธรรมดา และดีเซล B20

 

สิ่งที่ทำให้ดีเซลธรรมดา และดีเซล B20 มีราคาถูกกว่า ดีเซล B7 มาจากดีเซล B7 มีค่าใช้จ่ายระหว่างทางจากราคาหน้าโรงกลั่นไปจนถึงถังน้ำมันรถผู้บริโภคที่สูงกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดาและ B20 ทั้ง ๆ ที่ราคาหน้าโรงกลั่นถูกกว่า

อ้างอิง 25 พฤศจิกายน 2564 (ตัวเลขปัดเป็น 2 ตำแหน่ง)

น้ำมันดีเซล B7 ราคาหน้าโรงกลั่น ราคาลิตรละ 20.82 บาท

จ่ายภาษีสรรพสามิต 5.99 บาท

ภาษีเทศบาล 0.59 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.79 บาท

ค่าการตลาด 1.44 บาท

ภาษีค่าการตลาด 0.10 บาท

 

กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 0.10 บาท ซึ่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานนี้น้ำมันทุกประเภทจ่ายเท่ากันหมด

 

 

รวมค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มจากราคาหน้าโรงกลั่น 10.01 บาท

 

และได้รับการสนับสนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1.99 บาท

 

 

ส่วนน้ำมันดีเซลธรรมดา

ราคาหน้าโรงกลั่น ราคาลิตรละ 21.49 บาท

จ่ายภาษีสรรพสามิต 5.80 บาท

ภาษีเทศบาล 0.58 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.78 บาท

ค่าการตลาด 1.41 บาท

ภาษีค่าการตลาด 0.10 บาท

 

กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 0.10 บาท

 

รวมค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มจากราคาหน้าโรงกลั่น 9.77 บาท

 

และได้รับการสนับสนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2.56 บาท

 

ค่าใช้จ่ายระหว่างทางและเงินสนับสนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่น้อยกว่านี่เองทำให้ดีเซล B7 มีราคาที่แพงกว่าดีเซลธรรมดา

 

ส่วนมาตรการลดน้ำมันดีเซลเหลือเพียง B7 จะมาพร้อมกับโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างไร เราคงต้องดูต่อไปในวันที่ 1 ธันวาคม 2564



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน