โควิด-19 ถือเป็นโจทย์ใหม่ที่สร้างความท้าทายให้กับองค์กร รวมถึง “ธุรกิจประกันภัย” ที่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์บริหารจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน รวมถึงนำพาองค์กรก้าวข้ามผ่านคลื่นดิสรัปชัน พร้อมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ “TVI” ผู้นำด้านนวัตกรรมประกันภัยที่เคียงข้างคนไทยมานาน 70 ปี

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถฝ่าวิกฤตมาทุกยุค ด้วยการปรับตัวให้ทันสมัยในทุกช่วงเวลาภายใต้หัวใจหลักสำคัญคือ เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ทำให้ที่ผ่านมาเราได้เห็นประกันภัยไทยวิวัฒน์นำเทคโนโลยีมาพัฒนานวัตกรรมประกันภัย และขยายบริการให้หลากหลายเพื่อรองรับความเสี่ยงในทุกมิติของชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน จนขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำด้าน “InsurTech”

คำถามที่ว่า ประกันภัยไทยวิวัฒน์ทำอย่างไร ดูเหมือนจะไม่สำคัญเท่า จากนี้ไปจะทำอย่างไรในการนำพาองค์กรเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง

ภายในงาน “ประกาศความสำเร็จ 70 ปี แห่งผู้นำ InsurTech” ทีมผู้บริหารประกันภัยไทยวิวัฒน์เล่าถึงโรดแมปก้าวสู่ทศวรรษที่ 8 ไว้อย่างน่าสนใจ

คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต

จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)

จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เล่าถึงแนวคิดในการทำธุรกิจให้ฟังว่า “เพราะชีวิตคนเรามักมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ หน้าที่ของบริษัทประกันภัยคือ การคิดเผื่อลูกค้าถึงอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ รวมถึงการช่วยเหลือ ดูแล ป้องกันทั้งชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้า แต่สิ่งที่ประกันภัยไทยวิวัฒน์แตกต่างคือ การดำเนินธุรกิจภายใต้ความรับผิดชอบ ธรรมาภิบาล และความทุ่มเทที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการลูกค้าเพื่อให้ได้สิ่งที่ตอบโจทย์ที่ดีที่สุด”

ทำให้ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ประกันภัยไทยวิวัฒน์ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และบริการที่หลากหลาย เพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงต่อยอดสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีกว่าเดิม ภายใต้การยึดหลักแนวคิด “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” ในทุก ๆ สถานการณ์

และจากนี้ไปประกันภัยไทยวิวัฒน์ประกาศปักหมุด “สร้างประสบการณ์แห่งอนาคต” นำ InsurTech มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อแก้ปัญหา Pain Point ผู้บริโภคในทุกมิติ

เทพพันธ์ อัศวะธนกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เล่าให้ฟังถึงเรื่องการนำ InsurTech มาปรับใช้ให้ฟังว่า

“เราเดินหน้าทุ่มเทพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในทุก ๆ ด้าน สร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ช่วยพลิกโฉมวงการประกันภัยไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะนำเอา InsurTech มาใช้เต็มรูปแบบ เน้นไปที่การคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความยืดหยุ่น สามารถแก้ปัญหา Pain Point ของผู้บริโภคอย่างเข้าใจ ทั้งในด้าน “ความคุ้มครอง” และ “ความคุ้มค่า” สอดรับวิถีชีวิตและความต้องการเฉพาะบุคคล (Personalized)”

เทพพันธ์ อัศวะธนกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)

เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต โจทย์สำคัญคือต้องเข้าใจความต้องการผู้บริโภคในทุกมิตินั้นทำให้ประกันภัยไทยวิวัฒน์ปรับการทำงานให้เป็นแบบ Start Up รุ่นใหม่ที่ต้องเติบโต กล้าคิด กล้าทำ กล้าที่จะเปลี่ยนและพัฒนา เพื่อให้เข้าถึงและเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน

จากการศึกษาอินไซต์พบว่าลูกค้าแต่ละคนล้วนมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ทำให้ประกันภัยไทยวิวัฒน์คิดค้น Thaivivat Innovation Model แนวทางการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค กล่าวคือ ทุกผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์มานั้นจะต้องมี 3 สิ่งนี้ก่อนออกไปสู่ผู้บริโภค

  • Personalized ผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการหรือไลฟ์สไตล์ลูกค้ารายบุคคล
  • Reliable ผลิตภัณฑ์นั้นต้องได้รับการทดลองและทดสอบว่ารองรับทุกสถานการณ์ที่ลูกค้าอาจประสบได้
  • End-to-End คือ ต้องตอบโจทย์ทุกกระบวนการใช้งานของผู้บริโภคเพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

ห้องทดลองประกันภัยไทยวิวัฒน์

เมื่อได้แนวคิด Thaivivat Innovation Model แล้วจึงเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

ด้วยขั้นตอนกระบวนการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยี IoT, AI และอื่น ๆ ควบคู่กับ Data Base ที่มีตั้งต้นเป็นไอเดีย ต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นนวัตกรรมประกันภัย มีการทดสอบผลิตภัณฑ์ว่าสามารถแก้ Pain Point หรือตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้มากน้อยแค่ไหน การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากประกันภัยไทยวิวัฒน์จึงเปรียบได้กับการทดลองทางวิทยาศาสตร์

ที่น่าสนใจคือ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ยังนำหลัก Design Thinking มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นแบบ Agile Methodology ซึ่งทำให้การทำงานกระชับมากขึ้น คนทำงานนำศักยภาพออกมาใช้ได้เต็มที่ และสามารถทำให้ Launch Product ได้เร็ว หรือหากมีการแก้ไขปรับเปลี่ยนก็ทำได้ง่ายตามความต้องการของพฤติกรรมผู้บริโภค

ขณะที่ด้านบริการประกันภัยไทยวิวัฒน์ชูแนวคิด One stop service ที่จัดการเรื่องประกันทุกอย่างไว้ในที่เดียวคือ Thaivivat Application ที่เข้าถึงง่ายได้ทุกที่ เมื่อต้องการใช้ประกัน เปิด-ปิดประกัน แจ้งเหตุ หรือต่ออายุกรมธรรม์ ตลอดจน Lifestyle Service บริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เช่น Thaivivat Parking เปิด Unlock ช่องจอดได้เองผ่านแอปโดยนำเทคโนโลยี IoT มาใช้สอดรับเทรนด์ Touchless, บริการล้างรถถึงบ้าน และบริการหรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ สามารถทำได้ในแอปเดียว ช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายและลดความยุ่งยากได้เป็นอย่างดี

ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์จากประกันภัยไทยวิวัฒน์ที่ผ่านกระบวนการทำงานข้างต้น

ประกันรถเปิดปิด ที่เป็นการพลิกโฉมวงการประกันภัยรถยนต์ประเทศไทยครั้งใหญ่ จากเดิมที่คิดเบี้ยประกันแบบเหมาจ่าย สู่รูปแบบใหม่ด้วยการคิดค่าเบี้ยตามระยะเวลาการขับจริง ซึ่งช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดค่าเบี้ยสูงสุดถึง 70% โดยการนำเทคโนโลยี NB-IoT มาใช้ นั่นคือ ระบบเปิด-ปิดประกันอัจฉริยะ TVI Connect  เมื่อ Start หรือดับเครื่องยนต์ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเปิดปิดประกันและยังให้ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง  ถือเป็นตัวอย่างคำตอบประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์รายบุคคล (Personalized) โดยให้ผู้ใช้รถมีประกันภัยคุ้มครองเมื่อมีการขับขี่ และหยุดจ่ายค่าเบี้ยประกันทันทีเมื่อหยุดใช้รถ

ประกันสุขภาพ Active Health ที่นำ Wearables เทคโนโลยีมาปรับใช้ร่วมกับ Application เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคสูงสุดในแง่การส่งเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรงสม่ำเสมอ โดยให้ส่วนลดจากการออกกำลังกายทุกเดือนสูงสุดถึง 40%  ซึ่งในแต่ละเดือนผู้ใช้บริการสามารถออกกำลังเพื่อรับส่วนลดเบี้ยได้ ทำให้เบี้ยเริ่มต้นเพียง 999 บาท/เดือน  และคิดเบี้ยเป็นรายเดือน โดยไม่ต้องเหมาจ่าย

ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส เปิด-ปิด  ที่ให้จ่ายตามจริง เดินทางเท่าไร จ่ายเท่านั้น หากมีวันเหลือสามารถเก็บไว้ใช้ทริปต่อไปได้ รวมถึง Top up วันเดินทางได้ง่าย ๆ แม้อยู่ต่างประเทศผ่าน Thaivivat Application ที่ช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ มั่นใจทุกการเดินทาง

ด้านการเคลมประกันที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นกังวล ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังคงคอนเซ็ปต์ “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” เพื่อตอบโจทย์ทั้งความต้องการและความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ให้มากที่สุด โดยนำระบบรับแจ้งที่ทันสมัย รวดเร็ว การให้คำแนะนำ การดูแลไม่ขาดหาย สามารถแจ้งจุดเกิดเหตุ และติดตามพนักงาน รวมถึงสามารถรับเอกสารใบเคลมผ่าน  Application ได้ทันที

ด้านการควบคุมคุณภาพในการซ่อม ประกันภัยไทยวิวัฒน์มีศูนย์ซ่อมที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ โดยมีการใช้เทคโนโลยี AI Machine Learning สามารถเคลมประกันผ่านแอป ได้ด้วยตัวเอง

ในด้านประกันสุขภาพ มี Digital Care Card ตัวช่วยให้ลูกค้าเข้ารับบริการโรงพยาบาลได้ทัน แก้ปัญหาการหาเอกสารที่ยุ่งยาก รวมถึงการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วโลกที่ไม่ต้องสำรองจ่ายประกันเดินทางต่างประเทศอีกต่อไป

แม้การนำ InsurTech มาใช้อย่างเต็มรูปแบบจะช่วยแก้ปัญหาและเติมเต็มความต้องการผู้บริโภคได้ แต่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างรอบด้านและสร้างประสบการณ์ความประทับใจแบบไร้รอยต่อ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ให้ความสำคัญทุกๆ Journey ที่ผู้บริโภคต้องเจอ ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกผลิตภัณฑ์และบริการที่นำเสนอ ตลอดจนการเทรนบุคลากรให้พร้อมส่งต่อการดูแลที่ดี

ที่สำคัญ นอกจากด้านธุรกิจอีกหนึ่งมิติที่ประกันภัยไทยวิวัฒน์ให้ความสำคัญควบคู่กันไป คือ การมุ่งสร้างสังคมที่ดีให้เติบโตไปด้วยกัน โดยโอกาสครบรอบ 70 ปี ประกันภัยไทยวิวัฒน์ได้จัดแคมเปญพิเศษ  “Caring is Giving” โดยมอบเงินส่วนหนึ่งของเบี้ยรับที่มาจากการขายทาง Online รวม 1 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิยุวพัฒน์, มูลนิธิรามาธิบดี และสภากาชาดไทย พร้อมจัดโครงการ Thaivivat Innovation Awards 2021 ด้วยการจับมือ 3 พันธมิตรหลัก ได้แก่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และ บริษัท Amazon Web Service Thailand จำกัด ร่วมทำ Workshop เฟ้นหา InsurTecher เจเนอเรชั่นใหม่สู่วงการประกันภัย

ทั้งหมดนี้คือโรดแมปในการดำเนินธุรกิจจากนี้ไปของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ที่เชื่อว่าทุก ๆ ย่างก้าวที่เดิน ทุกนวัตกรรมที่ส่งออกไปคือ การคิดเผื่อเพื่อทุกชีวิตแล้วจริง ๆ

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน