เดอะ คอฟฟี่คลับ (The Coffee Club) ร้านกาแฟแบบ All-Day Dining สัญชาติออสเตรเลีย ที่เปิดกิจการมานานกว่า 10 ปีในไทย และ 30 ปีจากแดนจิงโจ้ ปัจจุบันมีทั้งหมด 459 สาขาทั่วโลก และ 30 สาขาทั่วประเทศไทย

จุดเด่นของร้านเดอะ คอฟฟี่คลับ คือไม่ได้มีเพียงแค่กาแฟขายเท่านั้น แต่ยังมีเมนูอาหารทั้งไทยและเทศที่สามารถสั่งได้ตลอดทั้งวัน รวมถึงที่ตั้งของร้านส่วนมากจะไม่ได้ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า เพราะคอนเซ็ปต์ของร้านคือต้องการบรรยากาศที่สบาย ๆ ชิล ๆ ไม่อึดอัดจนเกินไป

ด้วยความที่แบรนด์มีความเป็นนานาชาติ และสถานที่ตั้งของร้านส่วนมากนั้นอยู่ในย่านเศรษฐกิจ ย่านสถานทูต ฯลฯ

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นชาวต่างชาติ คิดสัดส่วนเป็น ลูกค้าต่างชาติ 80% ส่วนอีก 20% เป็นลูกค้าคนไทย

แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบให้ลูกค้าต่างชาติหายไปเกือบหมด แบรนด์จึงต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าคนไทยให้มากขึ้น 

นงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไปภายใต้การดำเนินการของบริษัทเดอะไมเนอร์ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 

“เดอะคอฟฟี่คลับ มุ่งเน้นที่จะสะท้อนจุดขายและบริการในรูปแบบ All-Day Dining ผ่านคอนเซ็ปต์การนำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่มีความหลากหลาย รวมถึงบรรยากาศร้านที่มีความอบอุ่น สบาย ๆ เหมาะกับการพบปะ รวมถึงราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนยุคใหม่ไม่ว่าจะคนไทยหรือต่างประเทศ ทั้งในช่วงเวลาปกติและช่วงไฮซีซั่น”

นอกจากนี้ ในช่วงสิ้นปีนี้ เดอะคอฟฟี่คลับยังได้จัดแคมเปญเฉลิมฉลองเพื่อดึงดูดลูกค้า ด้วยการเปิดตัวเซตอาหาร “เมนูเฟสทีฟ (Festive Menu)”

เริ่มตั้งเเต่ช่วงปีใหม่นี้เตรียมเสิร์ฟ แซลมอนเวลลิงตัน (Salmon Wellington), สเต๊กปลาแซลมอนซอสครีมและผักโขม (Creamy Spinach Salmon) แฟลท กริลล์ เห็ดทรัฟเฟิลพร้อมผักสลัด (Flat GrillMushroom Truffle), คริสต์มาส คัพเค้ก (Christmas Cupcake) เป็นต้น

ปัจจุบันเดอะคอฟฟี่คลับในประเทศไทยนั้นเป็นของบริษัท เดอะไมเนอร์ฟู้ด กรุ๊ป  จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นอยู่ 70% โดยแบรนด์ยังมีแผนเพิ่มเมนูให้กับลูกค้าคนไทยให้มากถึง 15-20% รวมถึงมีการปรับราคาลงเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าคนไทยมากขึ้น 

ประเด็นสำคัญ คือ ลูกค้าคนไทยส่วนมากที่เห็นคำว่า “คอฟฟี่” จะต้องนึกว่ามีขายแค่กาแฟ เพราะฉะนั้นโจทย์ของทางร้านคือจะต้องทำให้ลูกค้านึกถึงแบรนด์แล้วรู้เลยว่า

“เราไม่ได้มีแค่กาแฟ แต่ยังมีอาหารอีกหลากหลายเมนูที่พร้อมเสิร์ฟทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบรับประทานที่ร้าน สั่งกลับบ้าน หรือเดลิเวอรี่”

ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 นี้ ภาพรวมของเดอะคอฟฟี่คลับมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับภายหลังจากการผ่อนคลายของโควิด-19

ต่อจากนี้ โจทย์สำคัญของแบรนด์คือการ “เข้าถึงลูกค้าคนไทยให้มากขึ้น”

โดยมีการตั้งเป้าสัดส่วนไว้ที่ 50:50 (50% ต่างชาติ 50% คนไทย) จากเดิม 80:20 (80% ต่างชาติ 20% คนไทย)



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน