SME Think Tank/ดร. เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม

ท่านผู้อ่านหลายท่านคงทำหน้างง ๆ เมื่อเห็นคำนี้หรืออาจจะพอเดาได้บ้างว่าคงจะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับการสื่อสาร แต่คงไม่คิดมากไปถึงเวทมนตร์ คาถาอาคม หรือโทรจิต อะไรทำนองนั้น

มีคำศัพท์หลายคำที่คนไทยเราชอบพูดภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษจนติดปากแล้วก็ไม่ใช้ภาษาไทยกัน (ทั้งที่ภาษาอังกฤษก็ไม่ดีเท่าไร) อาจจะเป็นเพราะการพูดภาษาไทยปนภาษาต่างประเทศทำให้รู้สึก(ไปเอง)ว่าตัวเองดูดี เท่ หรืออาจจะเป็นเพราะไม่รู้ว่าคำต่างประเทศนั้นคำไทยใช้อย่างไร ผมว่าเหตุผลที่สองน่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องบัญญัติคำศัพท์ภาษาไทยสำหรับคำต่างประเทศที่คนไทยนิยมใช้กัน และเผยแพร่ให้ทราบทั่วกัน ที่สำคัญเมื่อทราบกันแล้วก็ต้องพยายามใช้ศัพท์ภาษาไทยให้ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อสังคม

นอกเรื่องไปพอสมควรครับ กว่าจะเข้าเรื่องที่ตั้งใจจะเล่าสู่กันฟังในคราวนี้

คำว่า โทรเวช หรือ แพทย์ทางไกล มาจากคำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Telemedicine

หลายท่านรวมทั้งตัวผมด้วย คุ้นชินกับคำภาษาอังกฤษมากกว่า

เรามาดูความหมายของคำว่า  “โทรเวช” ตามประกาศแพทยสภา ที่ 54/2563 เรื่องแนวทางปฏิบัติการแพทย์ทางไกลหรือโทรเวชและคลินิกออนไลน์ กันสักหน่อยครับ

โทรเวช หรือ การแพทย์ทางไกล หมายถึงเป็นการส่งผ่านหรือการสื่อสารเนื้อหาทางการแพทย์แผนปัจจุบันโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทั้งจากสถานพยาบาลภาครัฐและหรือเอกชนจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งโดยอาศัยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้การปรึกษา คำแนะนำ แก่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือบุคคลอื่นใด เพื่อการดำเนินการทางการแพทย์ในกรอบแห่งความรู้ทางวิชาชีพเวชกรรมตามภาวะ วิสัยและพฤติการณ์ที่เป็นอยู่ ทั้งนี้โดยความรับผิดชอบของผู้ส่งผ่านหรือการสื่อสารเนื้อหาทางการแพทย์นั้น

นอกจากนี้ ในประกาศของแพทยสภาฉบับนี้ยังระบุสาระสำคัญในเรื่องนี้ไว้ เช่น

  • ผู้ให้บริบาลและผู้รับบริบาลพึงตระหนักรู้และต้องรับทราบถึงข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ว่า เฉพาะบางโรคหรือบางภาวะเท่านั้นที่เหมาะสมในการใช้ โทรเวชหรือแพทย์ทางไกล
  • สิทธิของผู้ให้บริบาลและผู้รับบริบาล ในการปฏิเสธการใช้โทรเวชหรือแพทย์ทางไกล
  • การใช้เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence- AI) ร่วมกับการใช้โทรเวชหรือการแพทย์ทางไกล จำต้องเป็นไปตามกฎหมายเฉพาะ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยา เป็นต้น
  • ผู้ให้บริบาลและผู้รับบริบาลต้องทราบว่ามีความเสี่ยงจากระบบสารสนเทศ จึงต้องใช้ระบบสารสนเทศที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยที่เป็นสากล
  • ระบบสารสนเทศที่ใช้ในการดำเนินการ ต้องได้รับมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การยืนยันตัวตนของผู้ให้บริบาลว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจริงและได้ดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านสารสนเทศของโรงพยาบาลหรือสถานบริบาล ภายใต้มาตรฐานที่กฎหมายเฉพาะเรื่องกำหนดไว้
  • การยืนยันตัวตนของผู้รับบริบาลจากระบบการให้บริบาลผ่านระบบบริบาลโทรเวชหรือแพทย์ทางไกล ควรดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านสารสนเทศที่หน่วยงานรับผิดชอบที่กำกับดูแลเรื่องการยืนยันตัวบุคคลของรัฐเป็นผู้กำหนด
  • การให้บริการ คลินิกออนไลน์ การให้บริบาลผ่านระบบโทรเวชหรือแพทย์ทางไกล จำเป็นต้องดำเนินการผ่านสถานพยาบาลเท่านั้น

ประกาศฉบับนี้ ประกาศเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าโรคระบาด Covid- 19 ระบาดหนัก และเราถูกบังคับให้เว้นระยะห่างและหลีกเลี่ยงการพบปะกันจำนวนมาก รวมถึงการรักษาพยาบาลและการให้/รับบริการทางการแพทย์ด้วย

อย่างเช่น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่จำเป็นต้องหาวิธีการมาบริบาลผู้ป่วยที่ถูกจำกัดจำนวนที่มารับบริบาลในแต่ละวัน เริ่มต้นด้วยการใช้การติดต่อผ่าน Line application โดยใช้ชื่อว่า Chula Covid19 และก็พัฒนาต่อมาเป็นแอปพลิเคชันของโรงพยาบาลจุฬาฯ เองเรียกว่า Chula Teleclinic และเป็น Chula Care ในที่สุด

ต้องนับว่าเจ้า Covid-19 เป็นตัวเร่งให้ทุกวงการต้องหันมาใช้เทคโนโลยีในการทำงาน ทำธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ และผมเชื่อว่า การเริ่มต้นนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องชั่วคราว แม้ว่าเมื่อเราสามารถพิชิตเจ้าโรคระบาดร้ายนี้ได้ หรืออยู่กับมันแบบปกติใหม่ (New Normal) ได้ เรื่องเหล่านี้จะพัฒนาต่อไป

ศูนย์วิจัยกสิกรประเมินว่า ในปี 2564 มูลค่าการใช้จ่ายสำหรับบริการทางการแพทย์ที่บ้านของไทยอยู่ที่ 2,200-2,300 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อยที่ 2.4% แต่มีแนวโน้มเติบโตดีและมีบริการทางการแพทย์ที่หลากหลายขึ้น เพราะความต้องการเข้าถึงการบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึงและความสะดวกสบาย ทำให้ผู้ประกอบการเดิมในตลาดเช่น โรงพยาบาล คลินิก ศูนย์ดูแลสุขภาพ ต่างเร่งพัฒนาการบริการแพทย์ทางไกล รวมทั้งมีผู้ประกอบการใหม่จากนอกวงการแพทย์ ทั้งธุรกิจ SME และ Startups  ที่เข้ามาทำการตลาดอย่างจริงจัง

จุดเด่นหรือข้อดีของการบริการแพทย์ทางไกลหรือโทรเวชที่เป็นตัวเร่งให้ตลาดนี้เติบโต พอจะให้เห็นภาพคร่าว ๆ ได้ดังนี้

1. ผู้รับบริบาลสามารถปรึกษาแพทย์พร้อมรับยาได้ที่บ้านไม่ต้องเดินทางไปสถานบริบาลหรือโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรคประจำที่ต้องปรึกษาแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนด การรับยา หรือผู้รับบริบาลสูงอายุ หรือพิการ ไม่สะดวกในการเดินทาง

  1. สะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
  2. ปลอดภัยจากโรคระบาด ลดการสัมผัส ลดความแออัด
  3. สื่อสารได้สองทางระหว่างผู้ให้การบริบาลและผู้รับการบริบาล
  4. ผู้ให้บริบาลสามารถให้การบริการแก่ผู้รับการบริบาลจำนวนมาก

เมื่อเทคโนโลยีและความต้องการ (แบบถูกบังคับด้วยความเจ็บป่วย) มาเจอกันโอกาสทางการตลาดก็เกิดขึ้นสำหรับผู้พร้อมหรือเห็นโอกาสนั้น ๆ อย่างเช่น ธุรกิจ Startups อย่าง “ดอกเตอร์รักษา” ที่เป็น

แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการให้บริการปรึกษาทางการแพทย์ที่เปิดตัวธุรกิจในช่วงที่ Covid-19 ระบาดหนัก

แอปพลิเคชันนี้ระบุว่าเขามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองมาตรฐานถึง 600 รายพร้อมให้บริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ โดยลูกค้าสามารถใช้แอปพลิชัน Raksa นี้โดยเสียค่าบริการ 200 บาทต่อการรับคำปรึกษาจากแพทย์ในเวลา 15 นาที และสามารถรับยาผ่านบริการ e-Pharmacy ที่ร้านขายยาในเครือข่ายทั่วประเทศ หรือรับยาผ่านเครือข่ายส่งสินค้าทั่วไป ลูกค้าสามารถเลือกแพทย์ที่ต้องการปรึกษาได้จากประวัติและรายละเอียดของแพทย์แต่ละท่าน และความเห็นจากลูกค้ารายที่เคยรับบริการจากแพทย์ท่านนั้น ๆ ผลตอบรับจากลูกค้าดีมากจนเจ้าของแอปพลิเคชันนี้คาดหวังว่าจะมีลูกค้าจากทั่วโลกถึง 20 ล้านคน

บริษัทประกันสุขภาพกลุ่มซันเดย์ ได้นำบริการแพทย์ทางไกลมาเสริมบริการประกันสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสร้างซูเปอร์แอปพลิเคชัน Sunday Service ที่เสริมบริการหลากหลายขึ้น ทั้ง

  • Telemedicine ลูกค้าที่ทำประกันสุขภาพสามารถใช้บริการแพทย์ทางไกลได้
  • E-card ลูกค้าสามารถใช้แอปพลิเคชันแทนบัตรสำหรับยืนยันสิทธิการคุ้มครองต่าง ๆ
  • Recommended hospital ลูกค้าที่จำเป็นต้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล แอปพลิเคชันนี้สามารถแนะนำโรงพยาบาลที่ใกล้และเชี่ยวชาญได้ทันที

ตลาดโทรเวชคงจะเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากนอกวงการแพทย์มาเล่นในตลาดนี้มากขึ้น ทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐและความเชี่ยวชาญความเก่งของแพทย์ไทยที่ต่างประเทศให้การยอมรับ องค์ประกอบเหล่านี้จะเป็นตัวเร่งให้วงการนี้เติบโต

ผมเชื่อว่า เราอาจจะได้เห็นคลินิกออนไลน์มากขึ้นทั้งจากโรงพยาบาลรัฐ/เอกชนที่พัฒนาขยายการให้บริการ หรือคลินิกแพทย์ทั่วไปที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันถูกปรับ/ควบรวมกับระบบใหญ่ของเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ภาพคล้าย ๆ ร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยาสมัยใหม่ที่เราเห็นการปรับตัวไปแล้ว

 

ผมจะมาเล่าต่อถึงสภาพของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในปัจจุบันรวมทั้งโอกาสและอุปสรรค และเหตุผลว่าทำไมโรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้จะให้บริการแพทย์ทางไกลกันมากขึ้น

ติดตามบทความตอนหน้านะครับ

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน