1.อสังหาริมทรัพย์ไตรมาส1/59 มีความคึกคักจากผู้ประกอบการณ์อสังหาอาศัยช่วงจังหวะโค้งสุดท้ายของมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์จาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจองจาก 1% เหลือ 0.01% ที่รัฐบาลประกาศใช้เมื่อ19 ตุลาคม 2558 สิ้นสุด 28 เมษายน 2559อัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมสร้างยอดจำหน่าย ระบายสต๊อกบ้านที่มีอยู่ให้หมดไป

2. ในไตรมาส 2 หลังจบโครงการลดค่าธรรมเนียม ตลาดอสังหาสามารถเดินต่อไปได้จากโครงการบ้านประชารัฐ ที่อยู่อาศัยมือหนึ่งแฃะมือสองไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เจาะกลุ่มเป้าหมายระดับล่างที่ต้องการที่อยู่อาศัย และที่เคยถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อมาแล้ว โดยคาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้อสังหาต่างจังหวัด และคอนโดในกรุงเทพที่ราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาทกลับมาสดใสอีกครั้งถึงแม้ว่ากลุ่มเป้าหมายต่างจังหวัดจะประสบปัญหาพืชผลเกษตรและภัยแล้ว และกลุ่มเป้าหมายบางส่วนตัดสินใจซื้อบ้านพร้อมอยู่ในช่วงโครงการลดค่าธรรมเนียมบ้างแล้วก็ตาม

3.ตลาดอสังหาระดับกลาง-ล่าง ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ยังคงเป็นตลาดใหญ่ กินสัดส่วน 70-80% ในธุรกิจอสังหา และยังคงเป็นตลาดที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงกว่าเดิมถึง 25-30% จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ทั้งปัญหาหนี้สินในครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง จนสถาบันการเงินต้องเข้มงวดในการปล่อยเงินกู้มากขึ้น

4.อสังหากลุ่มซูเปอร์ลักชัวรี่เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ ในไตรมาส1/59 ซูเปอร์ลักชัวรี่คอนโดราคามากกว่า 2.5 แสน/ตรม สามารถสร้างยอดจำหน่าย 65% ของหน่วยรวมทั้งหมด 3,393 หน่วย โดยทำเลสุขุมวิท 1-55 เป็นโซนที่มียอดจำหน่าย 1,354 หน่วย สัดส่วน 40% ของตลาด รองลงมาคือริมแม่น้ำเจ้าพระยา 880 หน่วยหรือ 26% ของตลาด และอันดับ 3 สีลม-สาทร 809 หน่วย ส่วนบ้านจัดสรรราคาสูงกว่า 40 ล้านบาท สามารถสร้างยอดจำหน่าย 61% ของหน่วยรวมทั้งหมด 668 หน่วย โดยโซนราชพฤกษ์ และวงแหวนรอบนอกได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดขาย 371 หน่วย หรือ 55% ของตลาด รองลงมาคือพระราม 2 จำนวน 122 หน่วย และเกษตรฯ-นวมินทร์ 98 หน่วย

5.ธุรกิจรับสร้างบ้านในไตรมาส 1/59 มีปริมาณและมูลค่าเติบโต 12% เมื่อเทียบกับไตรมาส4/58 และเติบโตกว่าไตรมาส 1/58 ถึง 9% จากการเติบโตของตลาดสร้างบ้านเดี่ยวสร้างเองในต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือ อีสาน และใต้ หลังจากกำลังซื้ออั้นมานานเกือบ 2 ปี เพราะไม่มั่นใจในเศรษฐกิจและการเมือง ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลขยายตัวเพียงเล็กน้อยและจากการสำรวจของสมาคมรับสร้างบ้านพบว่าผู้บริโภคให้ไปกู้เงินจากสถานบันการเงินเพื่อสร้างบ้านถึง 76% และ ใช้เงินสดหรือเงินออมเพียง 24 สวนทางกับปีที่ผ่านมาที่ใช้เงินออมสร้างบ้านถึง 80%


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer