กระแสคำว่า “metaverse” มาแรงทั้งในสื่อสายเกม สายไอที สายธุรกิจ ไปจนถึงสายการเงินการลงทุน … แต่ก็ยังมีความคิดเห็นหลากหลาย ว่าความหมายของคำนี้คืออะไรกันแน่?
ตัวอย่างความหมายของ “เมตาเวิร์ส” ที่พูด ๆ กัน ก็เช่น เป็นเกมที่มีสังคมออนไลน์ในนั้น, เป็นเกมที่ผู้เล่นเข้าไปสร้างตัวตนหรือสิ่งของได้, เป็นเกมที่มีระบบซื้อขายสิ่งต่าง ๆ ภายใน, เป็นเกมคริปโทฯ, ฯลฯ
และปัจจุบันแม้จะมีเกมที่เข้าใกล้ความเป็น “metaverse” ที่สุดเกมหนึ่ง นั่นคือ “Roblox” ที่กำลังฮิตเล่นกันมากในกลุ่มเด็ก ๆ ขึ้นมาจนถึงวัยรุ่น และก็เป็นที่สนใจในกลุ่มนักสร้างงานกราฟิกและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่แห่กันสร้างไอเทมสิ่งของต่าง ๆ ในเกมนี้ด้วย
Roblox (อ่านว่า “โรบล็อกซ์”) เป็นเกมออนไลน์รูปแบบใหม่ คือเป็นเกมใหญ่ที่เปิดกว้างให้ผู้เล่นสามารถสร้างเกมย่อย ๆ เองได้ จึงมีเกมเล็ก ๆ อยู่มากมายไปหมดใน “โลกเหมือน” ของ Roblox โดยที่เกือบทั้งหมดสร้างโดยคอเกมทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเก่งก็สร้างเกมได้ง่าย ๆ ในนั้น
โรบล็อกซ์ถูกสร้างขึ้นโดย David Baszucki (เดวิด บาสซุกกี) และ Erik Cassel (เอริค แคสเซล) ในปี 2004 โดยที่เก้าปีต่อมา Erik Cassel ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจะเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็ง ฉะนั้นผู้ที่กุมบังเหียนโรบล็อกซ์ถึงทุกวันนี้ก็คือ เดวิด บาสซุกกี

เริ่มต้นจากโปรแกรมสอนฟิสิกส์
David Baszucki เกิดปี 1963 ในแคนาดา ปัจจุบันอายุ 59 ปี โดยชีวิตวัยเรียนของเดวิดนั้น ไม่ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันแบบเพื่อนร่วมวงการหลาย ๆ คน เพราะเดวิดจบปริญญาตรีด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และปริญญาโทด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากสถาบันเดียวกันตั้งแต่ปี 1985 ด้วย
จากนั้นในปี 1989 เดวิดกับพี่ชายก็หุ้นกันเปิดบริษัทชื่อ “Knowledge Revolution” สร้างซอฟต์แวร์ชื่อ “Interactive Physics” เป็นโปรแกรมช่วยเรียนรู้ฟิสิกส์แบบง่าย ๆ แล้วปีต่อมาก็ออกอีกโปรแกรมชื่อ “Working Model” ที่เจาะลงไปที่เรื่องฟิสิกส์สาขากลศาสตร์
ทั้ง 2 โปรแกรมนี้มีจุดเด่นที่เป็นเหมือน “ห้องทดลองโจทย์ฟิสิกส์” ให้ทดลองได้ในจอคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ๆ แต่เมื่อปล่อยออกไป ทางบริษัทก็พบว่าเด็ก ๆ เอาโปรแกรมไปเล่นอย่างอื่นด้วย เช่น ไปจำลองเหตุการณ์รถชน, ตึกถล่ม, อุกกาบาตชนโลก, ฯลฯ โดยเน้นที่ความสนุกมากกว่าทดลองจริงจัง
แต่แม้จะสังเกตเห็นอย่างนั้น ทางบริษัทก็ยังมุ่งขายซอฟต์แวร์ประกอบการเรียนต่อไป จนได้ขายกิจการให้บริษัท MSC Software ในอีกเก้าปีต่อมา 1998 ด้วยราคาสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เดวิดที่มีทุนทรัพย์มาคิดก่อตั้งธุรกิจใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2000
สู่เกมรูปแบบใหม่ “โลกแห่งตัวต่อ 3 มิติ”
และครั้งนี้เองที่เดวิดใช้สิ่งที่สำรวจตลาดพบมาให้เป็นประโยชน์ นั่นคือพฤติกรรมการเล่นของเด็ก ๆ ในโปรแกรมเรียนฟิสิกส์
โดยครั้งนี้เขาร่วมกับเพื่อนคือ Erik Cassel ก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ DynaBlocks ในปี 2004 แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น Roblox ในปี 2005 และเปิดตัวเกม “Roblox” ออกมาในปี 2006
“เราตั้งใจทำโปรแกรมแนวใหม่ เป็นความบันเทิง 3 มิติเหมือนเกม ซึ่งกลุ่มผู้ใช้เข้าไปสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัดเหมือนของเล่นตัวต่อ และมีความเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์”
เส้นทาง 4 ปีแรกนั้นไม่ล้มเหลวแต่ก็ไม่ฮิตติดตลาด และไม่มีการเติบโตรวดเร็วแบบเส้นทางสตาร์ตอัปชื่อดังแห่งอื่น ๆ แต่อย่างใด มีคนเข้าใช้งานพร้อมกันสูงสุดเพียงหลักร้อย
สาเหตุหลักเพราะเดวิดและเอริคไม่ได้พยายามโปรโมตเกม แต่ทุ่มเทไปที่การพัฒนาเกมต่อไปเรื่อย ๆ เป็นหลัก
เล่นได้ สร้างเองก็ได้
ปี 2007 โรบล็อกซ์เปิดตัวบริการ “Builders Club” (ซึ่งต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “Roblox Premium”) สำหรับสมาชิกแบบจ่ายเงินเท่านั้น โดยที่ใครจ่ายสมัครแล้ว จะสามารถเข้าไปสร้างสรรค์เกมของตัวเองได้ในแพลตฟอร์ม Roblox อีกที
จากนั้นไม่นานก็เปิดตัว “Roblox Studio” มาเป็นเครื่องมือให้สมาชิก Builders Club ใช้สร้างเกมต่าง ๆ ได้ไม่ยาก โดยการวาดและตกแต่งนั้นไม่ต้องใช้ความรู้โปรแกรมมิ่งเท่าไรนัก ส่วนการสร้างกฎเกณฑ์และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ นั้นก็ใช้ภาษา Lua ซึ่งถือว่าเป็นภาษาโปรแกรมมิ่งที่ค่อนข้างง่ายกว่าภาษาอื่น ๆ
หลังจากนั้นเกม Roblox จึงเริ่มฮิตติดตลาดตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา โดยในปี 2012 มีจำนวนผู้เล่นประจำกว่า 7 ล้านคนต่อเดือน และจากนั้นก็เติบโตต่อเนื่อง จนถึงล่าสุดปี 2021 ก็มีผู้เล่นประจำกว่า 200 ล้านคนแล้ว โดยส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 16 ทั้งจากในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก
ส่วนจำนวน “คนทำเกม” บน Roblox นั้น ข้อมูลล่าสุด มีนักพัฒนาบน Roblox แล้วราว 9.5 ล้านราย สร้างรายได้รวมกันถึงกว่า 3 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี
และนับตั้งแต่เปิดมาถึงปัจจุบัน 16 ปี บน Roblox มีเกมต่าง ๆ รวมกันกว่า 20 ล้านเกมไปแล้ว โดยมีทั้งเกมเดินหน้ายิง 3 มิติแบบง่าย ๆ, เกมแข่งรถ, เกมเดินพูดคุยไขปริศนา, ฯลฯ
ตัวอย่างเกมดัง ๆ ใน Roblox ก็เช่นเกมเลี้ยงสัตว์เลี้ยง “Adopt Me!”, เกมข้ามเครื่องกีดขวาง “Tower of Hell”, หรือเกมแนว RPG ที่มีเรื่องราวซับซ้อนอย่าง “Meep City”
เปิดโมเดลธุรกิจ Roblox
การทำเกมบน Roblox นี้ นอกจากความสนุกยังมีรายได้ที่คิดจากความนิยมในการถูกเล่นของเกมด้วย
โดยผู้สร้างเกมจะสามารถขาย “Game Passes” หรือสิทธิเข้าเล่นเกม และสร้าง “Developer Products” มาขายเพื่อหารายได้ โดยทางโรบล็อกซ์เองจะหักไปร้อยละ 30 เข้าบริษัท
ซึ่งจากข้อมูลล่าสุด นักพัฒนาทุกรายทำเงินรวมกันกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐในหนึ่งปี หรือเฉลี่ยตกรายละประมาณ 700 ดอลลาร์ฯ หรือราว 2 หมื่นกว่าบาทต่อปี
โดยธุรกรรมแทบทั้งหมดนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำผ่าน “เหรียญ Robux” ซึ่งซื้อได้ในเกม โดยทุกคนสามารถแลก Robux กลับมาเป็นเงินจริงได้เช่นกัน
ขยายสู่หลากหลายแพลตฟอร์ม
หลังจากมีแต่เกมบนคอมพิวเตอร์มาได้ถึงหกปี ในที่สุดเดือนธันวาคม 2012 โรบล็อกซ์ก็ได้ออกแอปบน iOS และอีกสองปีคือกรกฎาคม 2014 โรบล็อกซ์ก็ออกแอปบนแอนดรอยด์
ปี 2015 โรบล็อกซ์ได้ปล่อยเวอร์ชันบน X Box One ออกมา และในปี 2016 ก็เปิดตัวเกมสำหรับเล่นเมื่อใส่แว่น VR ของ Oculus Rift
ออกจากหน้าจอ สู่ของเล่นจริง
ในเมื่อผู้เล่นเกม Roblox ส่วนใหญ่อายุน้อยกว่า 16 ทางบริษัทจึงต่อยอดธุรกิจสู่การผลิตของเล่นจริง ๆ ด้วย โดยในปี 2017 ได้ร่วมกับบริษัท Jazwares ผลิตตุ๊กตาพลาสติกเล็ก ๆ ของบางตัวละครในเกมดัง ๆ ออกขาย
และในปี 2021 โรบล็อกซ์ก็ได้ร่วมกับบริษัทของเล่นชื่อดัง “Hasbro” ออกปืนของเล่นและเกมกระดานด้วย
จัดอีเวนต์ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
โรบล็อกซ์ได้จัด “คอนเสิร์ตในเกม” อยู่เรื่อย ๆ เช่น ปี 2020 ศิลปินฮิปฮอป Lil Nas X ซึ่งเลือกมาเปิดตัวเพลงใหม่ที่ชื่อ “Holiday” ในเกม โดยที่ทั้งตัวศิลปินและผู้ชมต่างก็เป็นตัวอวตาร์ในเกมทั้งสิ้น
และปีต่อมา 2021 ก็มีนักร้องชาวสวีเดน Zara Larsson จัด “ปาร์ตี้เสมือนจริง” เปิดตัวอัลบัมใหม่ “Poster Girl” กับวง “Twenty One Pilots” ที่มาจัด “คอนเสิร์ตเสมือนจริง” ในเกมโรบล็อกซ์นี้เช่นกัน
และแม้จะมีระบบชุมชนออนไลน์ในเกมอยู่แล้ว แต่บริษัท Roblox ก็ยังจัดอีเวนต์จริง ตามสถานที่จริงต่าง ๆ ทั่วโลกอยู่เรื่อย ๆ เช่น งานประจำปีที่ชื่อ “BloxCon”, งานแจกรางวัล “Bloxy Awards”, นอกจากนี้ ยังจัดการประชุมรวมผู้พัฒนาเกม “Roblox Developers Conference” ด้วย
ก้าวจาก “เกม” สู่ “เครื่องมือเรียนรู้”
นอกจากความเป็นเกมสนุก ๆ แล้ว Roblox ยังวางตำแหน่งตัวเองเป็น “สื่อการสอน” ด้วย โดยถ้าเล่นอย่างเดียวก็คงไม่มีอะไร แต่ถ้าสร้างเกมด้วย ก็จะได้เรียนรู้ทั้งการออกแบบ การทำแอนิเมชันง่าย ๆ และที่สำคัญคือการเขียนโปรแกรมแบบง่าย ๆ
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์มากกับโลกยุคนี้และยุคต่อไป ที่หลายฝ่ายยอมรับว่าพื้นฐานการเขียนโปรแกรม (coding) ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายวงการและจะยิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต
และก็จะยิ่งเป็นประโยชน์สุด ๆ ถ้าเด็กคนนั้นจะก้าวไปทำงานในวงการเกมต่อไปในอนาคต เพราะจะได้เรียนรู้ทุกทักษะพื้นฐานในการทำเกม จากการใช้เครื่องมือ “Roblox Studio” นี้เลย
ซึ่งทุกวันนี้มีกว่า 300 โรงเรียนแล้วในสหรัฐฯ และหลายประเทศที่ใช้ Roblox ประกอบการเรียนการสอนวิชาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรืออื่น ๆ
แม้เป็นบริษัทใหญ่แล้ว ก็ยังโตแรงต่อเนื่อง
ปี 2017 Roblox ถูกจัดเป็นบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐอเมริกา จากการจัดอันดับของนิตยสาร Inc.
ปี 2020 บริษัท Roblox Corporation มีรายได้รวมประมาณ 924 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท) เพิ่มจากปี 2019 ที่ทำได้ 508 ล้านดอลลาร์สหรัฐเกือบเท่าตัว
ปี 2021 บริษัท Roblox แปลงเป็นมหาชน และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ด้วยชื่อย่อ RBLX และล่าสุดมูลค่ากิจการ Roblox ในตลาดหลักทรัพย์ (market cap.) ก็อยู่ที่ราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านล้านบาท)
และนั่นทำให้ความมั่งคั่งสุทธิ (net worth) ล่าสุดของผู้ก่อตั้งอย่าง David Baszucki ล่าสุดอยู่ที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท) ถือว่าเป็นมหาเศรษฐีหลายพันล้าน หรือ “multi-billionaire” อีกคนในธุรกิจเกมโลก
แหล่งข้อมูล
roblox.fandom.com/wiki/History_of_Roblox
en.wikipedia.org/wiki/David_Baszucki
fastcompany.com/90619108/roblox-future-of-education
–









