ช่อง7

1. ทุ่มงบเพิ่มรายการใหม่ เน้นการสร้างสรรค์คอนเทนต์รายการคุณภาพ

2. จัดโรดโชว์ทั่วประเทศ ออกโฆษณาชุดใหม่ “ดูช่อง7 ครบรส” ตอกย้ำความหลากหลายของรายการ

3. รักษาฐานผู้ชมเดิม ขยายฐานผู้ชมไปยังกลุ่มคนเมือง

4. รุกตลาดด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคเรื่องมัลติสกรีน รองรับผู้ชมผ่านหน้าจออื่นๆ

 

ช่อง3

1. ช่อง3 HD เสริมรายการกลุ่มกีฬา รายการใหญ่คือถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร2016 และซีรีย์การ์ตูนระดับโลก จับกลุ่ม Premium eyeball

2. ช่อง3 SD วางตำแหน่งเจาะผู้ชมกลุ่มแมส และ ต่างจังหวัด ด้วยละครแนวตลาดที่กลุ่มแมสชอบ ชีรีย์ต่างประเทศ และรายการจากพันธมิตรญี่ปุ่น

3. 3Family เพิ่มคอนเทนต์ใหม่ เจาะกลุ่มครอบครัว เน้นรายการสีขาว เป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตคอนเทนต์จากต่างประเทศ

MCOT

1. งบลงทุนด้านคอนเทนต์เพิ่มเท่าตัวจากปี2558 มูลค่า700-800 ล้านบาท

2. เน้นกลุ่มบันเทิง เกมโชว์ ข่าว และสารคดี

3. วางแผนเสริมรายการใหม่ต่อเนื่อง เพิ่มเรตติ้ง

 

Workpoint

1. ลงทุน 600-700 ล้านบาทในคอนเทนต์ผลิตรายการ

2.เสริมผังรายการใหม่ในทุกช่วงเวลา ทั้งละครในเวลาไพร์มไทม์ คอนเทนต์บิ๊กฟอร์แมทจากต่างประเทศ และเกมโชว์ รายการวาไรตี้ เพิ่มเรตติ้ง

 

8

1.เป้าผู้ชมเพิ่ม 1 เท่าตัว

2.งบลงทุนด้านคอนเทนต์ 1,000 ล้านบาท

3.ผลิตละครใหม่ 30 เรื่อง ด้วยเพื่อรองรับการออกอากาศให้ครบทั้ง 7 วันโดยปีนี้จะผลิตละครฟอร์มยักษ์ 1 เรื่องต่อไตรมาส ได้แก่ ล่าดับตะวัน เชลยศึก ระบำไฟ เป็นต้น

4.จับมือคอนเทนต์โพเวอรเดอร์เสริมรายการวาไรตี้มากขึ้น

ไทยรัฐ ทีวี

1.งบลงทุน600-700 ล้านบาทเท่าปีที่ผ่านมา

2.กำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักใหม่เป็นกลุ่ม Mass Urban ในเมืองหลวงและหัวเมืองหลัก จากเป้าหมายเดิมครอบคลุมทุกกลุ่ม

3.ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดสดกีฬามหาชน เช่นฟุตบอล มวย แข่งเรือ และวอลเวย์บอลเอเชีย หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับการถ่ายทอดสดกีฬาสดฟุตบอลระดับชาติหลายนัด ด้วยการเพิ่มงบซื้อคอนเทนต์กีฬาเป็น 200 ล้านบาท จาก 50 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

 

GMM

งบลงทุน 3,000 ล้านบาทในการผลิตคอนเทนต์ช่องวัน และGMM 25

One

1.ลงทุน 2,000 ล้านบาท โดย 50% เป็นการลงทุนในละครอีกไม่ต่ำกว่า 10 เรื่องวางละครให้ตรงกับกลุ่มทาเก็ทกรุ๊ปแต่ละช่วงมากขึ้น

2. เพิ่มคอนเทนต์ในช่วง Super Prime Time ( 20.15-22.15น.) ในทุกๆ วัน ตั้งแต่ จันทร์ – อาทิตย์ มากขึ้นจากเดิมเคยมีละครวันจันทร์ –วันพฤหัสก็ขยายเวลาถึงวันศุกร์ยังเน้นในกลิ่นอายของความ แซ่บ โมเดิร์น และ พีเรียด

3.ขยายรายการในช่วงก่อนและหลัง Super Prime Time เพื่อดึงคนให้ดูอย่างต่อเนื่องเช่นช่วงก่อนเวลาไพร์มไทม์ 18.20-20.15 มีรายการศึกวันดวลเพลง ส่วนช่วงเวลาหลัง 22.15 จะเป็นซิทคอมเป็นต่อ ที่ได้รับนิยมอย่างมาก

4.ให้ความสำคัญช่วงกลางคืนวันเสาร์ อาทิตย์มากขึ้น เช่นวันเสาร์ มีรายการเดอะสตาร์ และย้ายรายการ 4 โพดำ มาอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 20.15 ของวันอาทิตย์และเพิ่มเวลาขึ้นอีกครึ่งชั่วโมง ส่วนกลางวันทุกวันจะเพิ่มรายการข่าว วาไรตี้ และทอร์คโชว์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น รวมทั้งโฟกัสรายการช่วงเวลา11.30-13.30 มากขึ้นด้วย

5. เน้นการทำbranded content เพื่อประสิทธิภาพและตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบทุกมิติ ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งและและเป็นอาวุธสำคัญที่จะเรียกเม็ดเงินโฆษณาในตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากในขณะนี้

6.ให้ความสำคัญกับกีฬาแมทช์ดังๆโดยอาศัยคอนเน็กชั่นต่างๆเพื่อประมูลรายการกีฬาดังๆเข้ามาเช่นการได้สิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย กลุ่ม เอฟรอบคัดเลือก ไทย-อีรัก โดย 5 คู่ก่อนหน้าไทยรัฐ ทีวี เป็นผู้ถ่ายทอดสด

7. ใช้แทกติคในการขายโฆษณา ที่ไม่ได้ทำขายเฉพาะนาทีโฆษณา แต่สามารถทำ แพคเก็จ ขายได้ ในทุกช่องทาง สามารถ ตอบโจทย์ ลูกค้าได้ทุก ไม่ใช่แค่ในตัวทีวี แต่ทางออนไลน์ก็ได้ด้วย

8. การเสริมกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ขยาย content จากออนแอร์สู่ออนไลน์และออนกราวน์

GMM25

1.ทำคอนเทนต์ที่ฉีกไปจากตลาดเดิมๆ

2.เน้นละครเจาะกลุ่มวัยรุ่นและ first jobber

 

Mono

  1. งบลงทุน 800 ล้านบาทในการซื้อและผลิตคอนเทนต์

 

True4U

1.กีฬาสด เป็นจุดแข็ง ที่ทางช่องได้ใช้เป็นหมากในการรุกตลาดต่อเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา และเป็นการสร้างจุดต่างจากช่องอื่นๆ โดยปีนี้ ตั้งเป้าถ่ายทอดสดกีฬากว่า 200 แมทช์อัดแน่น และยืนยันว่ามากที่สุด ในบรรดาช่องฟรีทีวีทั้งหมด ครบทุกประเภทกีฬามีการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกของไทย 3 ลีก ที่ได้กรรมสิทธิ์มาทั้งหมดเป็นกีฬาเรียกเรตติ้ง เริ่มจาก ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก (TPL) 20ทีม ฟุตบอลเอฟเอ คัพ และโตโยต้า ลีกคัพ ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก แมทช์ใหญ่ของลีกของสเปนและวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก เทนนิส แบดมินตัน และเตรียมพบศึกชิงแชมป์มวยไทยระดับโลก ทรูโฟร์ยูมวยไทย Extreme รวมทั้งรายการไฮไลต์กีฬามันระดับโลก

2.เพิ่มต้นทุนด้านโปรดักท์ชั่นละคร ซีรีย์ ดารา ผู้กำกับ คนเขียนบท ได้ผู้จัดหน้าใหม่ แต่คลุกคลีในวงการละครมานาน เช่นน็อต – นุติ เขมะโยธินแดน –วรเวช ดานุวงศ์นัท – มีเรีย เบนเนเด็ตตี้ รวมทั้งดึงดาราแม่เหล็กของ วงการ “แพนเค้ก” เขมนิจ “ใหม่” ดาวิกา “ติ๊ก” เจษฎาภรณ์ ผลดี และแอนดริว เกร็กสัน มาร่วมงาน

3.เกมโชว์ พยายามสร้างจุดต่างให้เป็นเกมโชว์ที่เกือบทุกรายการผู้เข้าแข่งขันจะเป็นผู้ชมทางบ้านสมัครเข้ามา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ร่วมสนุกผ่าน Interactive TV ผ่านTrue4U Mobile application โดยให้ได้มีส่วนร่วมกับรายการไปพร้อมๆกัน และเพื่อรองรับการเข้าถึงผู้ชมได้มากยิ่งขึ้น รับเทรนด์ “Second Screen” ให้ผู้ชมได้ร่วมสนุกกับรายการต่างๆได้ทุกที่ทุกเวลา และยังมีการผนึกกำลังกับบริษัทในกลุ่มทรูและซีพี เพื่อมอบ reward ให้กับผู้ชมตลอดทั้งปี

4. วางกลยุทธ์ใหม่ในช่วงกลางวันโดยจะเป็นอีเว้นท์เกมโชว์ที่จะเจาะไปตามภูมิภาค และเพื่อขยายคนดูจากกลุ่มคนเมืองเป็นคนทั่วไปมากขึ้นด้วย

5. ใช้งบประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 80 ล้านบาท (ปีที่แล้วใช้ไปประมาณ 40 ล้านบาท) เพื่อจะให้คนได้รู้จักช่องนี้มากยิ่งขึ้นและกระจายไปสู่ภูมิภาคได้มากขึ้น

 

ที่มา : กสทช. และ marketeer รวบรวม กุมภาพันธ์ 2559