Herman Miller ทำความรู้จักแบรนด์ที่สามารถขายเก้าอี้สำนักงานตัวละครึ่งแสนได้

ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา หลายคนจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการทางด้านสาธารณสุข ซึ่งต้องทำงานจากที่บ้านแทนการไปทำงานที่ออฟฟิศ (Work From Home) หลายคนประสบปัญหาความเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจนนำมาสู่ภาวะ ออฟฟิศซินโดรม

สินค้าชนิดหนึ่งที่ยอดขายไปได้ดีในสถานการณ์แบบนี้คืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับไอทีและสำนักงาน ใช่แล้ว เรากำลังจะพูดถึงเก้าอี้ที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ หรือ ที่เรามักได้ยินคุ้นหูกันในชื่อเก้าอี้ Ergonomic Chair

การยศาสตร์
การยศาสตร์ (Ergonomics) เป็นคำที่มาจากภาษากรีก คือ “ergon” แปลว่า งาน(work) และอีกคำหนึ่ง “nomos” ที่แปลว่า กฎตามธรรมชาติ (Natural Laws) เมื่อนำมารวมกัน ได้ความหมายว่า กฎของงาน (Laws of work) หรือหลักการปรับเปลี่ยนสภาพงานให้เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงาน (Fit the job to the man) หรืออีกนัยหนึ่ง การยศาสตร์ หมายถึง สหวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของมนุษย์ในระบบงานต่าง ๆ โดยมีองค์ประกอบปัจจัยร่วมคือ มนุษย์ อุปกรณ์เครื่องมือในการปฏิบัติงาน สภาพแวดล้อมในบริเวณงาน และงานที่กำลังปฏิบัติ

ก่อนจะมาเป็น Herman Miller

Herman Millerเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานชั้นนำระดับโลก ที่ติดอับดับทอป 1 ใน 20 บริษัทที่ดีที่สุดในโลกจากนิตยสาร Fortune จากการจัดอันดับมากกว่า 500 บริษัททั่วโลก

ที่นี่ยึดถือคติที่ว่า จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สำนักงานตลอดจนพันธสัญญาที่จะดูแลความสัมพันธ์กับพนักงานของบริษัทอย่างดีที่สุด

ปัจจุบันHerman Millerดำเนินธุรกิจอยู่ในกว่า 40 ประเทศด้วยยอดขายกว่า 18% ที่มาจากนอกสหรัฐอเมริกา

Herman Millerก่อตั้งโดย Dirk Jan De Pree (D.J.De Pree)  โดยความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยงที่ชื่อว่าHerman Millerที่ช่วยร่วมทุนซื้อบริษัท Michigan Star Furniture มาใน 1923

Dirk Jan De Pree

Michigan Star Furniture ก่อตั้งในปี 1905 และมีชื่อเดิมว่า Star Furniture โดยมีการเติมคำว่า Michigan เข้ามาใน 4 ปีให้หลัง บริษัทตั้งอยู่ที่เมือง Zeeland ซึ่งเป็นเมืองเมืองหนึ่งที่อยู่ในเขตตะวันตกของรัฐมิชิแกน เป็นที่รู้กันว่าที่นี่คือ Hub ของการผลิตสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ของสหรัฐอเมริกา

แต่ในช่วงปี 1900 หลาย ๆ บริษัทต้องประสบปัญหาการขาดแคลนนวัตกรรมที่เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์แม้ว่าที่นี่จะเป็นแหล่งรวมลูกจ้างฝีมือดีเอาไว้มากมายก็ตาม

Michigan Star Furniture นั้นเหมือนกับบริษัทเฟอร์นิเจอร์ในย่านนั้นคือผลิตเฟอร์นิเจอร์สไตล์ยุโรปดั้งเดิมในระดับ ไฮ-เอนด์ สำหรับการตกแต่งบ้านโดยเฉพาะ

การเริ่มต้นที่ไม่ค่อยดีนัก

D.J De Pree เข้าทำงานกับ Michigan Star Furniture ในปี 1909 ในตำแหน่งเสมียน จน 10 ปีผ่านไปเขาก็ได้รับโอกาสในการก้าวจากตำแหน่ง เสมียน สู่ ประธานบริษัท (ด้วยความช่วยเหลือของคุณพ่อ)

ภายหลังจากเข้ารับตำแหน่ง De Pree ได้ทำการเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Michigan Star Furniture เป็น Herman Miller Furniture Company เพราะเขารู้ว่าพ่อเลี้ยงของเขาซึ่งก็คือ Herman Miller นั้นเป็นคนที่ซื่อสัตย์และยึดหลักคุณธรรมในการประกอบธุรกิจ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนใช้ชื่อของ Herman Miller มาเป็นชื่อของบริษัทเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บิดาของเขานั่นเอง

การเปลี่ยนชื่อเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น De Pree รู้ดีว่ามีอะไรอีกหลายอย่างที่เขาต้องทำหลังจากเข้ารับตำแหน่งเพราะในตอนนั้นอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของอเมริกาค่อนข้างออกไปทางย่ำแย่จากการขาดการสร้างสรรค์ “สิ่งใหม่ ๆ

ในตอนนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของผลิตภัณฑ์เท่านั้นที่กำลังมีปัญหา แต่เรื่องของขวัญและกำลังใจรวมถึงสวัสดิการต่าง ๆ ที่พนักงานของ Herman Miller ได้รับก็ต่ำมาก ๆ เรื่องนี้ลากยาวมาตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งมาจนถึงช่วงเวลาที่อเมริกาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (Great Depression) ในช่วง ค.ศ. 1929 จนถึง 1933 ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และทหารอเมริกันกลับบ้านปลดประจำการและหลั่งไหลเข้าไปเป็นแรงงานในภาคเกษตรกรรมทำให้ค่าแรงตก ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำจากการผลิตที่มากเกินไป รวมไปถึงการปล่อยกู้ที่มากในภาคการเงิน ทำให้ฟองสบู่ในระบบเศรษฐกิจแตก

ในปี 1931 Herman Miller แรกเริ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งบ้าน อาทิ เตียงนอน ซึ่งทำการตลาดและจัดจำหน่ายโดยผู้ค้าปลีกอย่าง Sears และ Roebuck and Co. ในตอนนั้นพูดได้ว่าบริษัทของ De Pree นั้นเข้าใกล้คำว่า “ล้มละลาย”

  

จุดเริ่มต้นของจุดเปลี่ยน

แต่แล้วในปีเดียวกันนั้นเอง De Pree ได้รับการติดต่อจาก “Gilbert Rohde” ซึ่งเป็นนักออกแบบชื่อดังของวงการเฟอร์นิเจอร์ ในการเสนอที่จะเข้ามาปรับดีไซน์ของการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของ Herman Miller ใหม่ทั้งหมด

Gilbert Rohde

ซึ่งตอนนั้น Rohde เองก็เดินทางมายังโชว์รูมของ Herman Miller แบบที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเพื่อมาพบกับ De Pree เมื่อ De Pree ได้ฟังคอนเซ็ปต์ไอเดียของ Gilbert Rohde แล้วถึงกับหลงใหลในความ “ตรงไปตรงมา” ของ Rohde ที่ฟีดแบ็กเกี่ยวกับแนวทางการออกแบบของ Herman Miller แบบไม่เกรงใจ (แต่หวังดี) หลังจากนั้น De Pree ก็ได้ว่าจ้าง Gilbert Rohde มาเป็นดีไซเนอร์ประจำของ Herman Miller

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Herman Miller

การมาของ Gilbert Rohde ถือเป็น 1 ในก้าวที่สำคัญของ Herman Miller เริ่มจากที่ Rohde มองว่าในอนาคต (ตอนนั้น) บ้านยุคใหม่จะมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ซึ่งนั่นจะทำให้ความต้องการเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิมที่ Herman Miller นั้นผลิตอยู่ได้รับผลกระทบทันที กลับกัน ความต้องการเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กและบางจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ผลงานการออกแบบชิ้นแรกของ Rohde มีขึ้นในปี 1933 ถูกจัดแสดงในนิทรรศการ Chicago World’s Fair ซึ่งนิทรรศการนี้ทำให้ Herman Miller ได้รับการยอมรับจากคู่ค้าและได้รับความสนใจจากสาธารณชน หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาบรรดาผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในสหรัฐฯ ต่างก็พากันนำแนวคิดการออกแบบของ Gilbert Rohde ไปปรับใช้กับสินค้าของตนเอง

ในช่วงที่ De Pree บริหาร Herman Miller ต่างเป็นที่รู้กันในแวดวงคนทำงานกับเขาว่า De Pree เป็นคนที่เคร่งศาสนามาก ๆ ในช่วงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ De Pree พิจารณาว่า การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม

เขาเป็นคนที่นับถือความเรียบง่าย สิ่งของที่ใช้ต้องคุณภาพสูง และการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ต้องก่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้งานสูงที่สุด

เมื่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้บริหารมุ่งเน้นเรื่องศีลธรรมและจริยธรรมในการทำงาน ทำให้สิ่งนี้ถูกแสดงออกในการบริหาร Herman Miller

มีเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาเกี่ยวกับคำมั่นสัญญาและปณิธานที่Herman Millerมีต่อพนักงานของพวกเขา ครั้งหนึ่ง De Pree ได้ไปเยี่ยมบ้านของช่างประกอบเฟอร์นิเจอร์คนหนึ่งที่ทำงานให้กับHerman Millerซึ่งเขาได้เสียชีวิตในขณะที่ทำงานให้กับบริษัทในปี 1927

ด้วยคำขอร้องของภรรยาของช่างคนนั้น De Pree ได้ฟังบทกวีที่ภรรยาของช่างผู้นั้นได้อ่านให้เขาฟัง De Pree รู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกดเมื่อได้ฟังบทกวีนั้น เพราะทั้งดีและไพเราะมาก เขาสอบถามไปจนทั่วว่า ผู้ใดประพันธ์บทกวีนี้ สืบสาวจนได้ทราบว่าช่างผู้ล่วงลับผู้นั้นเป็นคนประพันธ์มันขึ้นมา

มีข้อสงสัยมากมายในตอนนั้นว่าหรือ De Pree ว่าจ้าง “ช่างประกอบเฟอร์นิเจอร์” ที่น่าจะไปเป็นกวีให้มาทำงานในโรงงานเฟอร์นิเจอร์ หรือว่าช่างคนนี้เป็น “กวี” ที่มาทำงานในโรงงานเฟอร์นิเจอร์

ตั้งแต่นั้นมา De Pree ก็มุ่งเสาะแสวงหาและผลักดันพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวของพนักงานทุกคน ไม่ว่าคนนั้นจะทำงานอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม

การเปิดตัว Office Furniture

หลังจากที่ Rohde ได้ทำให้Herman Millerประสบความสำเร็จในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำหรับแต่งบ้านแล้ว ความท้าทายต่อไปที่ Rohde มองหา มาตกที่ “การออกแบบเฟอร์นิเจอร์สำหรับสำนักงาน” ซึ่ง Rohde อยากให้เฟอร์นิเจอร์สำนักงานมีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายตอบโจทย์ผู้ใช้งาน มากกว่าที่จะเป็นของตกแต่งให้สวยงามธรรมดาทั่วไป โดยเขาได้เริ่มผลิตโต๊ะสำนักงาน ชั้นวาง ที่เหมาะกับความต้องการผู้ใช้งานคนนั้น ๆ โดยเฉพาะ

The Executive Office Group คือ คอนเซ็ปต์การออกแบบที่ Rohde ตั้งใจพัฒนา แล้วเสร็จในปี 1939  และได้เปิดตัวในปี 1942 โดยมีผลงานที่โดดเด่นในการออกแบบครั้งนั้นคือ โต๊ะทำงานรูปตัว L (L-Shaped Desk)

L-Shaped Desk

นอกจากนี้ Rohde ยังได้ดีไซน์โซฟาที่แยกกันเป็นส่วน ๆ (สมัยนั้นโซฟามักมาเป็นชิ้นเดียว) ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโซฟาที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายทั่วอเมริกา

การ “ปฎวัติ” การออกแบบโปรดักซ์ไลน์ใหม่ทั้งหมดของHerman Millerทำให้ยอดขายของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเติบโตอย่างถึงขีดสุดในปี 1940

 

สิ้นยุค Gilbert Rohde

Gilbert Rohde เสียชีวิตในปี 1944   เป็นช่วง 4 ปีหลังจากที่Herman Millerทำยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติกาล หลังจากนั้น 1 ปี

George Nelson

ซึ่งในตอนนั้นเป็นดีไซน์เนอร์หนุ่มดาวรุ่งและบรรณาธิการของนิตยสาร Architectural Forum ก็ได้รับการติดต่อจากHerman Millerให้มาดำรงตำแหน่ง Design Director

 

ในช่วงปีนั้นบริษัทไม่ได้กลับไปทำเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิมอีกเลย และมุ่งกับการพัฒนาอัตลักษณ์การออกแบบแบบร่วมสมัยเท่านั้น

Nelson เองหลังจากเข้ารับตำแหน่ง เขาได้ออกแบบเฟอร์นิเจอร์สำนักงานในหลากหลายรูปแบบโดยยึดหลักคุณประโยชน์และความคิดสร้างสรรค์เป็นสำคัญ นอกจากนี้ เขายังทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการกำกับดูแลแผนกโฆษณา ซึ่งเขาดูแลด้านกราฟิกดีไซน์เป็นหลัก โดยตั้งแต่เขาเข้ามาดูแลในจุดนี้ทำให้Herman Millerยิ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

ซึ่ง Nelson เองก็ไม่ได้ทำทั้งหมดนี้ด้วยตัวคนเดียว เขาได้ร่วมงานกับศิลปินที่เก่ง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น Isamu Noguchi, Alexander Girard และ Charles รวมถึง Ray Eames ซึ่งทำให้บริษัทก้าวไปถึงจุดสูงสุดในแง่ของชื่อเสียงด้านคุณภาพของสินค้าและนวัตกรรม

 

คุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำให้ราคาไม่ใช่อุปสรรค

ปัจจุบันHerman Millerเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน และเป็นแบรนด์ที่คิดถึงเรื่องสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพของผู้ใช้เป็นสำคัญ โดยว่ากันว่ามนุษย์แต่ละคนมีองศาที่จะก้มเงยในการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน โดยเฉพาะเก้าอี้แบบ Ergonomic Chair นั้นเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน

Herman Millerรุ่น Embody

อย่างเก้าอี้รุ่นHerman Miller Embody (สนนราคาที่ 59,000 บาทไทย) ที่ออกแบบโดย Bill Stumpf ร่วมกับ Jeff Weber ดีไซเนอร์มือฉมังของHerman Millerเป็นการออกแบบร่วมที่ใช้แพทย์และนักวิจัยในสายงาน Biomechanics, Vision, Physical therapy อีกกว่า 20 คน มาร่วมออกแบบ

จุดเด่นหลัก ๆ ของเก้าอี้รุ่น Embody คือ การกระจายแรงกดทับ การวางตำแหน่งร่างกายได้แบบธรรมชาติ และซัปพอร์ตการเคลื่อนไหวของร่างกายได้อย่างปลอดภัยตามหลักการยศาสตร์

กว่าที่แบรนด์ระดับโลกนั้นจะผลิตสินค้าแต่ละอย่างออกมา ได้มีการทำวิจัยและค้นคว้าข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานมากที่สุด บนพื้นฐานคุณค่าที่แบรนด์อยากจะส่งมอบให้และการคิดถึงลูกค้ามาก่อนกำไรสูงสุด เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ Herman Miller อยู่มาได้นานกว่า 116 ปี

 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

ในปี 1994 ทางHerman Millerได้เปิดตัวเก้าอี้ Ergonomic Chair รุ่น Aeron เป็นเก้าอี้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เก้าอี้ที่ขายดีที่สุดของคนอเมริกัน” เพราะเป็นเก้าอี้ที่ออฟฟิศชื่อดังของโลกซื้อไปให้พนักงานใช้ ไม่ว่าจะเป็น UN , Facebook หรือ Google

 

อ้างอิง

https://www.hermanmiller.com/en_lac/about/timeline/

https://www.hermanmiller.com/

https://www.encyclopedia.com/social-sciences-and-law/economics-business-and-labor/businesses-and-occupations/herman-miller-inc

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน