Li Ka Shing จากธุรกิจดอกไม้พลาสติก สู่เศรษฐีอันดับ 1 ของฮ่องกง

นิตยสาร Forbes ได้เผยมหาเศรษฐีฮ่องกง 50 รายที่ร่ำรวยที่สุดในปี 2022  ซึ่งอันดับ 1 ก็คือ Li Ka Shing (หลี่กาชิง) ที่ปรึกษาอาวุโสและอดีตประธานของ CK Hutchison Holdings นั่นเอง

เขามีทรัพย์สินมูลค่าสุทธิ 36 พันล้านดอลลาร์ นอกจากจะร่ำรวยที่สุดในฮ่องกงแล้วนั้น ยังติดอันดับที่ 43 ของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกประจำปี 2021 อีกด้วย ซึ่งบริษัท CK Hutchison Holdings มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 31.6 พันล้านดอลลาร์ เป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุน ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา นวัตกรรม การดำเนินงาน และการลงทุนในภาคธุรกิจต่าง ๆ ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮ่องกง

Li Ka Shing เป็นทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ใจบุญชาวฮ่องกง ปัจจุบันเขาเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของ CK Hutchison Holdings และ CK Asset Holdings หลังจากที่เขาเกษียณจากตำแหน่งประธานกรรมการในเดือนพฤษภาคม 2018

นอกจากนี้ เขายังเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย โดยเป็นประธานในธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรม รวมไปถึงการขนส่ง อสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน การค้าปลีก พลังงาน และสาธารณูปโภค

 

Li Ka Shingยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ใจบุญที่สุดในเอเชีย โดยบริจาคเงินหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อการกุศลให้กับองค์กรต่างๆ และเป็นเจ้าของมูลนิธิเอกชนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์

ในปี 2019 Forbes ยกให้Li Ka Shingเป็นหนึ่งในผู้ใจบุญที่สุดในโลก เขาจึงมักถูกเรียกว่า “Superman Li” เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย

 

การเริ่มต้นอาชีพของ Li Ka Shing

Li Ka Shingเกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 1928 ในเฉาโจว มณฑลกวางตุ้ง ต่อมาในปี 1940 เขาและครอบครัวได้ลี้ภัยไปฮ่องกงจากสงครามจีน-ญี่ปุ่น

เมื่อเขาอายุ 15 ปี เขาได้ออกจากโรงเรียนเนื่องจากพ่อของเขาเสียชีวิตจากวัณโรค เขาจึงต้องหางานทำเพื่อเลี้ยงครอบครัวในธุรกิจด้านพลาสติกแห่งหนึ่ง

จากการทำงานทำให้เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองด้วยเทคโนโลยีที่เขาพัฒนาขึ้น ต่อมาในปี 1950 เขาเริ่มก่อตั้งบริษัท Cheung Kong Industries (เฉิงกง) หลังจากเรียนรู้วิธีทำธุรกิจพลาสติกจากโรงงานที่เขาทำงานด้วยเงินออมส่วนตัวและเงินทุนที่ยืมมาจากญาติ

แม้ว่าจะลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุยังน้อยและไม่เคยได้รับปริญญาในระดับมหาวิทยาลัย แต่เขาชอบอ่านสิ่งพิมพ์ทางการค้าและข่าวธุรกิจเป็นประจำ เขาจึงตัดสินใจเน้นธุรกิจจัดหาดอกไม้พลาสติกคุณภาพสูงในราคาถูก

เขาได้เรียนรู้เทคนิคการผสมสีกับพลาสติกที่ทำให้ดูเหมือนดอกไม้จริงและจ้างช่างเทคนิคที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ จากนั้นเขาก็เตรียมโรงงานให้ผู้ซื้อต่างชาติรายใหญ่มาเยี่ยมชม ทำให้ผู้ซื้อได้ประทับใจในคุณภาพของโรงงานLi Ka Shingและสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก

ไม่กี่ปีต่อมาธุรกิจของLi Ka Shingกลายเป็นซัปพลายเออร์ดอกไม้พลาสติกรายใหญ่ที่สุดในเอเชียและทำเงินได้มหาศาล ถือได้ว่าความสำเร็จส่วนใหญ่ของเขามาจากความสามารถในการเรียนรู้และการพยายามด้วยตัวเขาเอง

จากโรงงานพลาสติกเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในปี 1958 ประชาชนชาวฮ่องกงเชื่อว่าค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Li Ka Shingจึงตัดสินใจซื้อพื้นที่และพัฒนาโรงงานของตนเอง และในปี 1967 ผู้คนจำนวนมากหนีออกจากฮ่องกงหลังเกิดจลาจลขึ้นส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ดิ่งลง

แต่เพราะเชื่อว่าวิกฤตการณ์ทางการเมืองจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและราคาทรัพย์สินจะเพิ่มขึ้นในภายหลัง เขาจึงตัดสินใจซื้อที่ดินเพื่ออนาคต

ต่อมาในปี 1971 เขาได้จัดตั้งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นทางการในชื่อของ Cheung Kong Holdings และบริษัทนี้ได้รับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 1972

หลังจากนั้น Cheung Kong Holdings ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยเข้าซื้อ Hutchison Whampoa และ Hongkong Electric Holdings Limited ในปี 1979 และ 1985

เติบโตเป็นอาณาจักร CK Hutchison Holdings

Li Ka Shing ยังได้ลงทุนในด้านอื่น ๆ อย่างการค้าปลีก การซื้อขายสินทรัพย์ อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี ซึ่งเขาทำผลลัพธ์ออกมาได้อย่างดี

ทั้งก่อตั้งบริษัทในเครือของ CK Hutchison, A.S. Watson Group (ASW) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกที่มีร้านค้ากว่า 15,000 แห่ง ครอบคลุมทั้งแบรนด์ค้าปลีกในยุโรปและในเอเชีย รวมถึงร้านค้าปลีกด้านสุขภาพและความงาม ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า

กลุ่ม CK Hutchison มีชื่อเสียงในการเป็นผู้ค้าสินทรัพย์ที่ชาญฉลาด Li Ka Shing มักจะสร้างธุรกิจใหม่และขายออกเมื่อสามารถสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นได้

อย่างเช่นในปี 1999 เขาได้ทำกำไรมหาศาลจากการขายส่วนได้เสียใน Orange ให้กับ Mannesmann Group ซึ่งทำกำไรได้มากถึง 15.12 พันล้านดอลลาร์ การได้กำไรมหาศาลนี้ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของ Li Ka Shing

ต่อมาในปี 2006 Li Ka Shing ขายธุรกิจท่าเรือ 20% ของ Hutchison ให้กับ PSA Corp. ซึ่งเป็นคู่แข่งในสิงคโปร์ โดยทำกำไรได้ 3.12 พันล้านดอลลาร์จากข้อตกลงมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์

และกลุ่มบริษัทในเครือ Hutchison Telecommunications ยังขายหุ้นควบคุม 67% ใน Hutchison Essar ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน Mobile Operator ในอินเดียให้กับ Vodafone ในราคา 11.1 พันล้านดอลลาร์อีกด้วย

นอกจากนี้ Li Ka Shing ยังได้เข้าสู่ธุรกิจเทคโนโลยีโดยตั้งบริษัท Horizons Ventures เพื่อดูแลด้านการลงทุนโดยเฉพาะ ซึ่งเขาได้ซื้อหุ้นใน doubleTwist และซื้อหุ้น 0.8% ในเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ก Facebook ในราคา 120 ล้านดอลลาร์

รวมทั้งลงทุนประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ในบริการสตรีมเพลง Spotify อีกด้วย

ระหว่างช่วงปลายปี 2009 ถึงต้นปี 2010 Li Ka-shing ได้เป็นผู้นำการจัดหาเงินทุน Series B จำนวน 15.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับ Siri Inc.

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 Horizons Ventures ได้เข้าร่วมในการระดมทุน Series C มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ใน Zoom Video Communications

ต่อมา Li Ka Shing ได้เข้าร่วมในรอบ Series D มูลค่า 108 ล้านดอลลาร์ใน Impossible Foods

อีกทั้งในเดือนกันยายน 2017 Li Ka Shing ยังได้ทำงานร่วมกับ Jack Ma ของ Alibaba เพื่อนำ AlipayHK ซึ่งเป็นบริการกระเป๋าเงินดิจิทัลมาสู่ฮ่องกงอีกด้วย

ในปี 2015  Li Ka Shing จึงได้ก่อตั้ง CK Hutchison Holdings เพื่อดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภทมากขึ้น ตั้งแต่โทรคมนาคมและการค้าปลีกไปจนถึงพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการควบรวมกิจการของสองธุรกิจ ได้แก่ Cheung Kong (Holdings) และ Hutchison Whampoa

ในส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กร CK Hutchison ได้แยกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงและจีนไปเป็นบริษัทใหม่คือ Cheung Kong Property Holdings

โดยสมาชิกหลักของกลุ่ม CK Hutchison ได้แก่ 3 Group Europe ซึ่งเป็นบริษัทสื่อสารเคลื่อนที่ เช่น Watson Group ร้านค้าปลีกที่มีร้านขายยา ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าอื่น ๆ ประมาณ 10,000 แห่งในเอเชียและยุโรป Husky Energy ผู้พัฒนาพลังงานในแคนาดา และ Hutchison Port Holdings ซึ่งควบคุมท่าเรือคอนเทนเนอร์มากกว่า 50 แห่งทั่วโลก

ด้วยรากฐานในฮ่องกง ธุรกิจของ CK Group จึงขยายไปทั่วโลกครอบคลุมพื้นที่ที่หลากหลาย เช่น ท่าเรือและบริการที่เกี่ยวข้อง การค้าปลีก โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน โทรคมนาคม การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน

การดำเนินงานโรงแรมและเซอร์วิสสวีท การจัดการทรัพย์สินและโครงการ โรงเบียร์ และกิจการผับ การเช่าเครื่องบิน รวมทั้งเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ Li Ka Shingเป็นคนที่เชื่อมั่นในการทำงานร่วมกันและพลังของความพยายาม

ความเชื่อนี้สะท้อนให้เห็นในการตั้งชื่อบริษัทของเขาว่า Cheung Kong ซึ่งสื่อถึงแม่น้ำแยงซีที่ไหลผ่านประเทศจีนและเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่รวมลำธารและลำน้ำสาขานับไม่ถ้วน

จากความสำเร็จของLi Ka Shingนิตยสาร The Times และ Ernst & Young UK ร่วมกันตั้งชื่อให้เขาว่าเป็นผู้ประกอบการแห่งสหัสวรรษในช่วงเปลี่ยนศตวรรษ

 

หลังจากบริหาร CK Hutchison Holdings และ CK Asset Holdings มานานเกือบ 70 ปี Li Ka Shingได้ประกาศเกษียณอายุลงจากตำแหน่งประธานในวันที่ 16 มีนาคม 2018

และตัดสินใจส่งต่ออาณาจักรมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ให้กับ Victor Li บุตรชายของเขา ส่วนLi Ka Shingยังคงมีส่วนร่วมในกลุ่มบริษัทในฐานะที่ปรึกษาอาวุโสต่อไปและจะมุ่งเน้นความสนใจไปที่มูลนิธิการกุศลของเขาเป็นหลัก

 

ลงทุนในกิจการต่างประเทศ

 

นอกจากธุรกิจ CK Asset Holdings และ CK Hutchison Holdings Limited แล้ว Li Ka Shingยังลงทุนด้วยตนเองในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์และแคนาดา

เขาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดรายเดียวของ Canadian Imperial Bank of Commerce (CIBC) ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับห้าในแคนาดา จนกระทั่งเขาขายหุ้นมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์แคนาดาในปี 2005 โดยรายได้ทั้งหมดจะมอบให้มูลนิธิLi Ka Shing

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทพลังงานรายใหญ่ Husky Energy ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ต่อมาบริษัท Cenovus ได้เข้าซื้อกิจการ Husky ในปี 2021 ทำให้เขาเป็นเจ้าของ 27.2% ของบริษัท Husky Energy

 

สนับสนุนด้านการกุศล

 

Li Ka Shingได้ก่อตั้งมูลนิธิLi Ka Shingที่เปรียบเสมือนลูกชายคนที่สามขึ้นในปี 1980 โดยเน้นที่การศึกษา การบริการทางการแพทย์ และการริเริ่มการวิจัย

เขาได้แบ่งทรัพย์สินหนึ่งในสามของเขาเข้ามูลนิธิในปี 2006 จนถึงปัจจุบันเขาได้ลงทุนไปแล้วกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ในโครงการต่าง ๆ ที่ครอบคลุมด้านการศึกษา บริการทางการแพทย์ การกุศล และการต่อต้านความยากจน คิดเป็นประมาณ 80% ของโครงการในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

ในปี 1981 Li Ka Shingได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยซัวเถา (STU) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ได้รับทุนสนับสนุนจากเอกชนเพียงแห่งเดียวในประเทศจีน

โดยเขาจัดสรรทุนสนับสนุนและเงินช่วยเหลือจำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์ จนถึงปัจจุบัน STU เป็นโครงการรากฐานที่สำคัญของมูลนิธิLi Ka Shingและเป็นเวทีในการกระตุ้นการปฏิรูปในภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศจีน

 

Li Ka Shingยังได้บริจาคจำนวน 6.9 ล้านดอลลาร์ให้กับศูนย์วิจัยโรคมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักรในเมืองเคมบริดจ์ ซึ่งทางศูนย์ได้ตั้งชื่อตามLi Ka Shing และได้เปิดขึ้นใน 2002

เขายังได้บริจาค 11.5 ล้านดอลลาร์ให้กับ Singapore Management University ทางสถาบันอุดมศึกษาจึงได้ตั้งชื่อห้องสมุดว่า Li Ka Shing เพื่อเป็นเกียรติแก่ตัวเขาอีกด้วย

ในปี 2005 ได้บริจาคเงิน 40 ล้านดอลลาร์ให้กับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากเขาประทับใจกับความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในด้านชีววิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นการยอมรับการบริจาคของ Li มหาวิทยาลัยได้ตั้งชื่อศูนย์วิทยาศาสตร์ชีวภาพแห่งใหม่ของวิทยาเขตว่า Li Ka Shing Center for Biomedical and Health Sciences ซึ่งเปิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2011

 

นอกจากนี้ Li Ka Shing ยังมอบของขวัญมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุน UC Berkeley และ UC San Francisco ในการเปิดตัว Innovative Genomics Initiative (IGI) โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ค้นพบที่ UC Berkeley โดย Professor Jennifer A. Doudna ผู้ริเริ่มโครงการ

และทางมูลนิธิได้มอบเงินจำนวน 3 ล้านดอลลาร์ให้กับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเพื่อสำรวจวิธีการใหม่ๆ ในการใช้ข้อมูลชีวการแพทย์เพื่อปรับปรุงสุขภาพของมนุษย์ในปี 2014

 

เขาได้บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนด้านต่าง ๆ เป็นประจำทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มหาวิทยาลัยคาลการีในแคนาดา มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และมหาวิทยาลัยฮ่องกง จากการสนับสนุนด้านการกุศลในสังคมของเขา

นอกจากนี้ ยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Vasco Nunez de Balboa จากปานามา Commandeur de l’Ordre de Léopold จากเบลเยียม และ Commandeur de la Légion d’Honneur จากรัฐบาลฝรั่งเศส


ที่มา:

https://www.forbes.com/profile/li-ka-shing/?list=hong-kong-billionaires&sh=376603a3523f

https://in.fashionnetwork.com/news/Li-ka-shing-to-bring-his-business-drive-to-britain,636504.html

https://www.businessinsider.com/heres-how-li-ka-shing-became-the-richest-man-in-hong-kong-2015-6

https://en.wikipedia.org/wiki/Li_Ka-shing

https://www.britannica.com/biography/Li-Ka-shing

https://www.ckh.com.hk/en/about/senior_advisor.php

https://asia.nikkei.com/Companies/CK-Hutchison-Holdings-Ltd

Our founder

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน