ด้วยมูลค่าของ “ตลาดทีวีโฮมช้อปปิ้ง” ของเมืองไทยที่ยังไม่ถึง 0.5% ของมูลค่าตลาดค้าปลีกรวม ที่มีตัวเลขสูงถึง 3.2 ล้านล้านบาทในปี 2557 จึงกลายเป็นกลิ่นที่หอมหวน ชวนให้เหล่าผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างหันมาลงทุนและมุ่งที่จะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดนี้ให้ได้ เนื่องจากยังเห็นสู่ทางในการเติบโตอีกมากและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในยุคปัจจุปัน ที่เปิดใจยอมรับมากขึ้น

 

จะเห็นได้ว่า “ตลาดโฮมช้อปปิ้ง” มีแนวโน้มการขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคมีตระหนักและคุ้นเคยกับการซื้อสินค้า “โฮมช้อปปิ้ง” มากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นส่วนช่วยในการกระตุ้น “ตลาดโฮมช้อปปิ้ง” ในประเทศไทย โดยคาดว่าจะเติบโตย่างน้อย 20% ทุกปีในระยะเวลา 5 ปีนี้ ส่งเป็นผลให้การแข่งขันใน “ตลาดโฮมช้อปปิ้ง” นี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นในด้านของการพัฒนาคุณภาพและบริการ รวมถึงประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ โดยคาดว่าในปี 2558 ธุรกิจ “ทีวีโฮมช้อปปิ้ง” ในประเทศไทยจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 10,000 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านบาทในปี 2565

 

และด้วยแนวโน้มที่จะเติบโตถึงปีละ 20% จึงไม่น่าแปลกใจที่ “โฮมช้อปปิ้ง” สัญชาติเกาหลีถึง 3 ใน 7 กระโดดข้ามประเทศมาเล่นถึงในเมืองไทย

 

ปัจจุบัน “ทีวีโฮมช้อปปิ้ง” ของเกาหลีใต้มีทั้งหมด 7 เจ้าหลักๆที่ได้รับใบอนุญาติอย่างเป็นทางจากรัฐบาลเกาหลีใต้ให้ประกอบธุรกิจ “ทีวีโฮมช้อปปิ้ง” โดย “ทีวีโฮมช้อปปิ้ง” ของเกาหลีใต้นั้นมีสัดส่วนถึง 4% ของมูลค่าตลาดค้าปลีกเลยทีเดียว ซึ่งแตกต่างจากของไทยที่มียังไม่ถึง 0.5% ด้วยซ้ำ ดังนั้นเหล่าผู้เล่นจาก “เกาหลี” จึงมองว่าไทยที่แหละคือโอกาส “ก้าวต่อไป” ในการขยายธุรกิจของตัวเอง

 

True Select สินค้าที่ทรูเลือก

เป้าหมายของ True Select ในปี 2558 คือรายได้ 1,200 ล้านบาท เติบโต 10% จากการเพิ่มสินค้าอีก 400-500 รายการให้ความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องใช้ภายในบ้าน ซึ่งเป็น 3 กลุ่มหลักที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ไปพร้อมๆ กับให้ความสำคัญกับช่องทางจัดจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ และโมบายแอพพลิเคชั่นเช่นเดียวกับคู่แข่งรายอื่น

 

 

O Shopping ผู้สร้างรายได้หลักให้กับ GMM

ใครจะเชื่อหละว่าO Shopping เป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้อันดับต้นๆ ให้กับ GMM ด้วยมูลค่ารายได้ที่มากถึง 1,700 ล้านบาทในปี 2558 โดยในครึ่งปีหลัง O Shopping ได้เน้นกลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อด้วยด้วยการจัดแพคเก็จสินค้าราคาพิเศษ รวมถึงนำสินค้าใหม่ๆ สินค้ามีคุณภาพจากแบรนด์ดัง ตอบโจทย์ตลาดด้วยการเพิ่มสินค้าเเป็น 1,000 รายการจากครึ่งปีแรกที่มีเพียง 600 รายการเท่านั้น

และยังเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ และโมบาย ตั้งแต่กลางปี 2557 เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ มากขึ้น และนอกจากนี้ยังได้เพิ่มบริการ รับของก่อนจ่าย, ส่งฟรีทั่วไทย และ เปลี่ยนคืนได้ไม่ยุ่งยาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า

 

เป้ารายได้ O Shopping

2555 86 ล้านบาท

2556 565 ล้านบาท

2557 1,138 ล้านบาท (Breakeven) – ลูกค้า 5 แสนราย แบ่งเป็นกรุงเทพ 50% ต่างจังหวัด 50%

2558 1,700 ล้านบาท ลูกค้า 8 แสนราย แบ่งเป็นกรุงเทพ 50% ต่างจังหวัด 50%

2560 3,000 ล้านบาท

 

 

High Shopping เกมช็อปปิ้งจากอินทัช

เพิ่ง Grand Opening อย่างเป็นทางการไปสำหรับ High Shopping จากกลุ่มอินทัช ที่ได้ด้ร่วมทุนกับฮุนได โฮมช็อปปิ้ง ประเทศเกาหลี ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 500 ล้านบาท ล่าสุดได้ออกมาเปิดเผยกลยุทธ์สำหรับปี 2559 โดยครึ่งปีแรกจะใช้ภาพลักษณ์ของ AIS ในการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ด้านกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง เป้าหมายคือการขยายฐานสินค้าโดยการนำสินค้าคุณภาพและแบรนด์จากต่างประเทศมาจำหน่าย โดยความร่วมมือจาก ฮุนได ดีพาร์เมนท์ สโตร์ สำหรับยอดขายนั้น 2 ปีแรกยังไม่ได้ว่างเป้าหมายเนื่องจากยังมองว่ายังอยู่ในช่วงสร้างแบรนด์ แต่ได้ตั้งเป้ายอดขาย 3,000 ล้านบาทในปีที่ 3 และคาดว่าภายใน 5 ปีน่าจะมียอดขายเติบโตถึง 4,500 ล้านบาท รวมทั้งตั้งเป้าที่จะติด 1 ใน 3 ของธุรกิจโฮมช้อปปิ้งในประเทศไทยและจะขึ้นแท่นผู้นำด้านตลาดโฮมช้อปปิ้งภายในปี 2564

โดย High Shopping เป็นธุรกิจ โฮมช้อปปิ้ง แห่งที่ 2 ของกลุ่มฮุนได โฮมช็อปปิ้ง จากประเทศเกาหลี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปลงทุนที่ประเทศจีน เมื่อ 3 ปีก่อน และวางแผนขยายไปที่ประเทศเวียดนาม เป็นแห่งที่ 3 ภายในไตรมาส 2 ของปี 2559 นี้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน