1.Google ยังมีเครื่องมือ ลูกเล่น และเทคนิคอีกมากมายที่ธุรกิจ SME สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ เครื่องมือแต่ละชนิดก็เหมาะกับธุรกิจแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคคำค้นหา (Keywords) โดยต้องมีการวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ ตรงกลุ่มเป้าหมาย, เทคนิคการประมูล(bid) คำหลัก (Keywords) เพื่อให้งบประมาณของคุณคุ้มค่าที่สุด, เทคนิคการกรองคำหลัก (Negative keywords) โดยไม่ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย, เทคนิคการปรับแต่งตำแหน่งโฆษณา (Advertise Average Position)เพื่อผลลัพธ์สูงสุดเป็นต้นนอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถแสดงการสืบค้น ไปปรากฏในต่างประเทศ ได้อีกด้วย ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังภูมิภาคอื่นๆได้อย่างดี

2.โฆษณาบน Facebook นั้น มองว่า จะแข่งขันกันที่การจัดการกับ FacebookContent Admin คือ การสร้างจุดต่างของ Fanpage ด้วยเนื้อหาและรูปภาพใหม่ๆ สไตล์เฉพาะของธุรกิจเพื่อให้เกิดEngagement กับผู้ติดตาม และที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในปีหน้า และเชื่อว่าจะเติบโตอย่างชัดเจน คือ สื่อโฆษณาที่เป็นวีดีโอบน YouTube และ Instragram ที่สอดคล้องกับเทรนด์ของเทคโนโลยี 4G ที่ Operator กำลังทยอยเปิดตัวเต็มรูปแบบ

3.เว็บไซต์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักของ SME ต้องรองรับ 2 ภาษา

 

สื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจาก SME

Google เติบโต 30%

เว็บไซต์ เติบโต 40%

Facebookเติบโต 100%

Did U konw

1.การเติบโตของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ มีมูลค่าราว 9,869 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% ทุกปี โดยมีสัดส่วนผู้ซื้อโฆษณาเป็นผู้ประกอบการ SME หรือเจ้าของกิจการขนาดย่อม ประมาณ 60% และมีการซื่อสื่อโฆษณาเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ถือเป็นตัวเลขที่บ่งชี้ว่า SME คนไทย หันมาตอบรับเทรนด์การตลาดบนโลกออนไลน์มากขึ้น เป็นการลบความเชื่อเดิม ที่คนมักคิดว่าการซื้อสื่อโฆษณาออนไลน์เป็นสิ่งที่บริษัทหรือห้างร้านขนาดใหญ่ทำได้เท่านั้น

2.ปัจจุบันประเทศไทยมีธุรกิจ SME อยู่ราว 3 ล้านรายหากประเมินโดยภาพรวมระบุว่า ควรจะมีเว็บไซต์ของ SME ราว 1 ล้านรายแต่ในความเป็นจริง กลับมีเว็บไซต์ SME ทั้งประเทศเพียง 3-4 แสนรายเท่านั้น หรือคิดเป็นสัดส่วนธุรกิจ SMEเข้าสู่ออนไลน์เพียง 30-40% เท่านั้น ทำให้เห็นว่ายังมีโอกาสการขยายตัวด้านการตลาดออนไลน์ในประเทศไทยอีกมาก โดย 3 อันดับธุรกิจที่มีการใช้จ่ายเงินค่าโฆษณาต่อลูกค้า 1 รายสูงสุด ได้แก่ การเงิน, การศึกษา และ สุขภาพ

3. โฆษณา ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้า ตรงกลุ่มเป้าหมาย สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ซื้อในปัจจุบันที่ดูข้อมูลและซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ เตรียมพร้อมสำหรับธุรกิจที่จะมีการซื้อขายผ่าน E-Commerce และการเข้าสู่การทำธุรกิจกับ AEC มีความแม่นยำ เป็นสื่อที่ให้ทุกธุรกิจสามารถใช้ได้ เพราะนอกจากงบประมาณจะไม่สูงแล้ว ยังสามารถวัดผลได้ ลดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าร้าน ค่าพิมพ์โบว์ชัวร์ เพราะพฤติกรรมผู้ซื้อในปัจจุบันไม่ได้มีการซื้อขายผ่านหน้าร้าน

 

 

 

 

 

ที่มา : iTopPlus, ธันวาคม 2558