ย่างก้าวเข้าสู่เดือนธันวาคม ที่ถือเป็นเดือนสุดท้ายสำหรับปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่หลายๆธุรกิจต้องปรับตัวกันพอสมควร ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ส่งบททดสอบเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ดังนั้นเมื่อใกล้จะถึงปี 2559 ทาง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2559 โดยมีคำจำกัดความที่ทิ้งเอาไว้ให้ต้องขบคิดว่า “ปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง”
เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปี 2558 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
แม้มีปัจจัยฉุดจากการส่งออกที่หดตัวสูง แต่เศรษฐกิจน่าจะรักษาโมเมนตัมการเติบโตเมื่อเทียบต่อไตรมาส(QoQ) ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ด้านเศรษฐกิจในไตรมาส 4 เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นในภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสําคัญต่อการเติบโตในปีหน้าสาเหตุที่เศรษฐกิจไทยในปี 2558 เติบโตได้ เกิดจากการลงทุนภาครัฐ ที่เติบโตที่สุดในไตรมาส 1 ถึง 37.8% และการท่องเที่ยว ที่เติบโตที่สุดในไตรมาส 2 ถึง 37.6% ซึ่งหากปราศจากแรงส่งจาก 2 ส่วนนี้ เศรษฐกิจในปีนี้อาจไม่ขยายตัวเลย
ภาคครัวเรือนมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อภาวะการครองชีพ
โดยดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน หรือ KR-ECI ได้คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นมาที่ 47.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน แม้ดัชนียังต่ำกว่าระดับ 50 ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่น แต่ก็นับเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่ดีสําหรับการฟื้นตัวของการบริโภคในระยะต่อไป
เศรษฐกิจปี 2559 … ปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง
ในปี 2559 เศรษฐกิจน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่หลายตัวแปรที่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ ยังอยู่ภายใต้ปัจจัยความไม่แน่นอน จึงทำให้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนของภาครัฐที่ยังคงบทบาทเป็นแกนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่มีแรงหนุนเพิ่มจากการลงทุนภาคเอกชนที่กลับมาขยายตัว, การส่งออกที่คาดว่าจะไม่ติดลบ โดยเป็นผลจากราคาโภคภัณฑ์เริ่มมีเสถียรภาพ, สถานการณ์ทางการเมืองไม่มีปัจจัยกระทบที่รุนแรง และภัยแล้งยังคงกดดันภาคการเกษตร แต่คาดว่าจะไม่ลุกลามจนกระทบการอุปโภคบริโภคและกิจกรรมในภาคธุรกิจ
การลงทุนเป็นแกนหลักนําการเติบโต
การลงทุนภาครัฐ แม้ขยายตัวชะลอลงจากฐานที่สูงในปี 2558 ซึ่งขยายตัวอยู่ที่ 22.5% มาเป็น 7.9% ในปี 2559 แต่การลงทุนภาครัฐยังคงมีบทบาทสําคัญ ทั้งในการผลักดันเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชน โดยมีโครงการที่จะมีการใช้จ่ายเม็ดเงินลงทุนในปี 2559 ได้แก่ โครงการภายใต้งบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็กที่มีการผ่อนคลายวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง, โครงการเพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน, การลงทุนในโครงสรhางพื้นฐานขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมาจากโครงการต่อเนื่อง และโครงการที่ประมูลไปแล้วแต่สําหรับโครงการที่จะมีการประมูลในปี 2559 อาจยังมีเม็ดเงินลงทุนจริงเกิดขึ้นน้อย
ด้านการลงทุนภาคเอกชน
คาดว่าจะมีการเร่งลงทุนตามมาตรการเพิ่มสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน ทั้งการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องหรือตามมากับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยการลงทุนเพื่อรองรับระบบ 4G ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในปีหน้า ซึ่งคาดว่าปี 2559 การลงทุนภาคเอกชนโตถึง 7.9% จากที่ -1.7 ในปี 2558
เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวน
มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2559 อาจปรับตัวดีขึ้นเพียงเล็กน้อย โดย จีนยังคงการเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ สู่บรรทัดฐานใหม่(New Normal) ทําให้เศรษฐกิจจีนจะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องแต่ทางการคงพยายามรักษาการเติบโตไว้ไม่ต่ำกว่า 6.5%
ฟาก สหรัฐฯ คาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างช้าๆ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ยูโรโซนและญี่ปุ่น มีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยแม้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แต่ยังเติบโตในระดับต่ำ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะชดเชยกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ด้านราคาน้ำมันแม้คาดว่าราคาใกล้ถึงจุดต่ำสุด และจะเริ่มมีเสถียรภาพขึ้นในปี 2559 แต่ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาใกล้ชิด
การฟื้นตัวน่าจะชัดเจนมากขึ้นในครึ่งปีหลัง
การเติบโตในปี 2559 ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากภาคเศรษฐกิจหลากหลายขึ้นโดย Contribution ต่อ GDP ที่มาจากการลงทุนภาครัฐและการท่องเที่ยวมีแนวโน้มลดลงจากปี 2558 ที่มีผลต่อการเติบโตของ GDP รวมกันถึง 2.9% ด้านราคาสินค้าที่มีแนวโน้มค่อยๆ ขยับขึ้นจะกลับมาเป็นตัวลดทอน GDP ที่แท้จริง (Real GDP)
โดยเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกอาจฟื้นตัวอย่างช้าๆจากการฟื้นตัวของการส่งออกและราคาโภคภัณฑ์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ด้านการบริโภคยังเผชิญแรงกดดันจากปัญหาหนี้ครัวเรือน ประกอบกับรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรยังคงลดลงจากปัญหาภัยแล้งและระดับน้ำสํารองที่มีน้อย ขณที่ตารางเวลาทางการเมืองจะอยู่ในช่วงสําคัญของการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ
ด้านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจะมีความคืบหน้ามากขึ้นในครึ่งปีหลังโครงการที่ประมูลในช่วงปลายปี 2558 ถึงต้นปี 2559 น่าจะเริ่มก่อสร้างได้มากขึ้น โดยคาดว่าจะมีการเปิดประมูลโครงการในเส้นทางใหม่ขึ้นมาอีก ขณะที่เศรษฐกิจครึ่งปีหลังน่าจะมีแรงบวกมากขึ้น ถ้ารัฐผลักดันโครงการลงทุนได้ตาม Action Plan ส่งผลต่อเนื่องถึงการลงทุนภาคเอกชนและการจ้างงาน ด้านราคาโภคภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้น หนุนการส่งออก และคาดว่าภัยแล้งน่าจะคลี่คลายลง
คาด GDP โตอยู่ที่ 3%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดการณ์อัตตราขยายตัวของ GDP อยู่ที่ 3.0% โดยมีกรอบประมาณการอยู่ที่ 2.5-3.5 โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจกดดันเศรษฐกิจลงสู่กรอบล่างของประมาณการ ได้แก่ ปัจจัยภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจจีนชะลอตัวแรงกว่าที่คาด, เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่หลัง Fed ทยอยขึ้นดอกเบี้ย ,ราคาโภคภัณฑ์ยังตกต่ำ, ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และปํญหาการก่อการร้าย ขณะที่ปัจจัยในประเทศมี 2 ข้อได้แก่ ภัยแล้งยาวนานและรุนแรงกว่าที่คาด กับ ประเด็นทางการเมืองในประเทศ ที่คาดเดาได้ยาก
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, ธันวาคม 2558
