ในที่สุดการประมูล คลื่น 900 MHz ก็ เข้าหลักแสนล้านบาท หลังจากเมื่อเย็นวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา แซงหน้า คลื่น 1800MHz ที่จบลงไปด้วยมูลค่ารวม 80,778 ล้านบาท ทั้งๆ ที่การประมูลครั้งนี้ เปิดประมูล 2 ไลเซ่นส์ จำนวนไลเซ่นส์ละ 10 MHz อายุสัญญา 15 ปี ซึ่งอายุสัญญาและจำนวนน้อยกว่า 1800MHz และถึงแม้ว่า มูลค่าคลื่นครั้งนี้จะสูงลิบ จนผู้ได้ไลเซ่นส์ต้องบริการรายได้จากการให้บริการดีๆ เพื่อกันการขาดทุนแบบย่อยยับ เพราะการให้บริการไม่สามารถอัพราคาให้สูงกว่าอัตราค่าบริการเดิมได้

แต่ สิ่งที่ทำให้ใครๆ ก็อยากได้ 900MHz คือ

1. AIS มีลูกค้ามากที่สุด การได้เพียงคลื่น 1800 MHz ให้บริการ ควบคู่กับ 2100 MHz อาจไม่เพียงพอกับการให้บริการลูกค้าได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด และ AISเป็นแบรนด์เดียวที่เคยให้บริการ 900MHz มาก่อน การได้ 900 MHz กลับคืนมาจากการประมูล AIS จะลงทุนด้านเสาสัญญาณน้อยที่สุดใน 4 ราย

2. Dtac พลาดจากคลื่น 1800 MHzเพราะ Dtac มองว่า 1800MHz คือคลื่นที่ยังมีอายุสัมปทานอีก 2 ปีกว่า และ 900 MHz คือคลื่นใหม่ ที่ Dtacไม่เคยมี เพราะข้อดีของ 900MHz คือ การส่งสัญญาณที่ไกลกว่า ประหยัดการลงทุนด้านการติดตั้งเสาสัญญาณ

3. Truemove H ศุภชัย แห่ง True Crop มองว่า การมีคลื่นสะสมไว้มากๆ คือการได้เปรียบในการแข่งขัน และ Truemove H คงจะไม่ปลืมแน่ถ้า JAS ได้ไป เพราะ จะทำให้ JAS มีอินเทอร์เน็ตฟิกซ์บรอดแบนด์และโมบายบรอดแบนด์ให้บริการเหมือนทรู และที่ผ่านมา 3ฺBB ของ JAS ก็ทำผลงานได้ดีในแง่ของสงครามราคาดึงผู้บริโภคเข้าใช้บริการ และทำให้วงการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ต้องมีผู้เล่นล้มหายตายจากมาแล้ว

4. JAS อยากแจ้งเกิดในวงการโมบายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปัจจุบันและอนาคต จาก การเติบโตของสมาร์ทโฟน และMobile First และการที่ JAS ได้คลื่นนี้มาจะทำให้ JAS เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งฟิกซ์บรอดแบนด์ และโมบายบรอดแบนด์