ไหตี่เลา ทำความรู้จักร้านหม้อไฟที่กำลังขายดีในไทย แต่ทั่วโลกเริ่มทยอยปิด

ชื่อ “จางหย่ง” อาจไม่คุ้นหูคนส่วนใหญ่ แต่หากบอกว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรหม้อไฟ “ไหตี่เลา” ที่ขยายสาขาออกไปหลายประเทศ รวมทั้งในประเทศไทย เชื่อว่าแทบไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์หม้อไฟอันดับหนึ่งจากประเทศจีนรายนี้

ก่อนจะมาเป็นไหตี่เลา

จางหย่ง เกิดที่เมืองเจี่ยนหยาง มณฑลเสฉวน ในครอบครัวชนชั้นแรงงานในชนบทของจีน เขาเคยทำงานเป็นช่างเชื่อมในโรงงานแทรกเตอร์โดยได้รับค่าจ้างวันละ 14 ดอลลาร์ หรือราว 470 บาท

ปี 1994 เขาลาออกจากงานแล้วเปิดร้านหม้อไฟหมาล่าเล็ก ๆ ขนาดสี่โต๊ะที่เมืองบ้านเกิดร่วมกับภรรยาซูผิง และเพื่อนอีกสองคนคือ ซือหย่งหงและหลี่ไห่เยี่ยน ร้านเล็ก ๆ แห่งนั้นเติบโตจนกลายมาเป็นแบรนด์ไหตี่เลาในเวลาต่อมา ไหตี่เลามีความหมายตรงตัวว่า ตักจากก้นทะเล เล่ากันว่าที่มาของชื่อไหตี่เลามาจากจางหย่งเล่นไพ่นกกระจอกกับซูผิง ซูผิงเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งคนเสฉวนเรียกไพ่ใบสุดท้ายที่ชนะว่า ไหตี่เลาทั้งสองจึงปิ๊งไอเดียนำชื่อนี้มาตั้งเป็นชื่อร้านหม้อไฟของพวกเขา

“การบริการ” คือหัวใจความสำเร็จของไหตี่เลา  

ถ้าหากคุณเคยมีประสบการณ์ไปร้านอาหารจีนในเมืองจีน โดยเฉพาะร้านเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ คงจะทราบดีว่าการบริการอาจจะไม่ใช่จุดเด่นของร้านอาหารจีนสักเท่าไร แต่กับไหตี่เลานั้นต่างออกไป และนี่คือหัวใจสำคัญที่ส่งให้ไหตี่เลาเป็นขวัญใจของผู้บริโภค ชาวเน็ตต่างแชร์ความประทับใจของบริการที่ได้รับจากไหตี่เลา

เริ่มจากตอนไปนั่งรอโต๊ะก็จะมีขนมให้กินฟรีระหว่างรอ แม้กระทั่งทำเล็บและนวดฟรี หากคุณไปรับประทานอาหารคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวเหงาหรือเขิน เพราะคุณจะมีตุ๊กตามานั่งกินข้าวเป็นเพื่อน ระหว่างรับประทานอาหารก็มีการแสดงเปลี่ยนหน้ากาก หรือโชว์ดึงเส้นบะหมี่ บางคนไปฉลองโอกาสพิเศษก็ได้รับของขวัญจากพนักงานไหตี่เลา เช่น ช่อดอกไม้และการ์ดฉลองวันครบรอบแต่งงาน ครอบครัวที่พาเด็กเล็กไปก็มีพนักงานช่วยดูแล ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น

เผชิญปัญหาด้านสุขอนามัย

แม้ว่าจะเป็นที่รักของผู้บริโภค แต่ก็เคยถูกเปิดโปงปัญหาด้านสุขอนามัยหลายครั้ง เหตุการณ์หนึ่งที่โด่งดังคือเมื่อปี 2017 นักข่าวถ่ายภาพห้องครัวของสาขาจิ้นซงในปักกิ่ง พบว่ามีหนูอยู่ในห้องครัว ขณะที่อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดพื้นและผนัง ยังเอามาใช้ทำความสะอาดเครื่องล้างจานและตู้เก็บภาชนะด้วย

นอกจากนี้ นักข่าวยังแฝงตัวเข้าไปทำงานที่สาขาไท่หยางกง พบว่ามีปัญหาเรื่องสุขอนามัยเช่นกัน พนักงานใช้ช้อนตักน้ำซุปมาตักขยะในรางระบายน้ำ เรื่องนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียจีนเวยป๋อเป็นอย่างมาก จนไหตี่เลาต้องออกมาแถลงขอโทษและรีบปรับปรุงกระบวนการในห้องครัว

โดยทำให้ห้องครัวเป็นแบบที่มองเห็นได้ มีกล้องมองเห็นกระบวนการเตรียมอาหารและยอมรับการตรวจสอบจากสังคม ขณะที่สาขาในสิงคโปร์ก็เคยถูกสั่งปรับเงินจากการที่พนักงานไม่สวมถุงมือหั่นแตงโม แม้ว่าไหตี่เลาจะเคยเผชิญกับข่าวที่กระทบต่อภาพลักษณ์ แต่ก็ยังคงครองใจผู้บริโภคจากการออกมายอมรับความผิดพลาดและแก้ไขอย่างรวดเร็ว รวมทั้งบริการเหนือความคาดหมายอันเป็นปัจจัยอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคยังคงชื่นชอบ

ความท้าทายของ ไหตี่เลา หลัง “โควิด 19”

เมื่อปี 2018 จางหย่งเปลี่ยนสัญชาติเป็นสิงคโปร์ และกลายเป็นมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของสิงคโปร์ในปี 2019  นิตยสารฟอร์บสประมาณการว่าเขาถือครองสินทรัพย์สุทธิกว่า 13.8 พันล้านดอลลาร์ และยังคงยึดอันดับหนึ่งไว้ได้ในปี 2020 สินทรัพย์ของเขาเพิ่มขึ้นไปแตะ 19 พันล้านดอลลาร์ ทว่าในปี 2021 จางหย่งตกลงมาเป็นอันดับสี่ มีสินทรัพย์สุทธิราว 16 พันล้านดอลลาร์

แม้ว่ารายได้ในปี 2021 จะแตะราว 41,112 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 28,614 ล้านหยวน แต่พลิกจากกำไรกว่า 309 ล้านหยวนในปี 2020 เป็นขาดทุน 4,161 ล้านหยวน เนื่องจากการตัดด้อยค่าสินทรัพย์อันเป็นผลจากการปิดกิจการร้านอาหารเกือบ 300 แห่งและผลประกอบการที่ลดลง โดยไหตี่เลาเปิดเผยว่า ณ สิ้นปี 2021 ตัดสินใจปิดสาขาถาวร 260 แห่ง และปิดสาขาชั่วคราวอีก 32 แห่ง ส่งผลให้ปัจจุบันไหตี่เลามีร้านอาหารทั้งหมด 1,443 แห่ง แบ่งเป็น 1,329 แห่งในประเทศจีน และ 114 แห่งในฮ่องกง มาเก๊าและไต้หวันและอีก 11 ประเทศ

จางหย่งเคยยอมรับว่าการเร่งขยายสาขาในปี 2019 จำนวน 308 แห่งและ 544 แห่งในปี 2020 หลังจากการเกิดโรคระบาดแล้วนั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเขา เพื่อลดการชะลอตัวของกำไร จึงเปิดตัว “แผนนกหัวขวาน” เพื่อกอบกู้สถานการณ์ เช่น ทยอยปิดกิจการที่ไม่ทำกำไร

นอกจากนี้ เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ จางหย่งยังส่งไม้ต่อให้หยางลี่เจวียน ผู้รับผิดชอบ “แผนนกหัวขวาน” เป็นซีอีโอหญิงคนใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดร้านอาหารประเภทหม้อไฟของจีน เฉพาะช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 “ชีซินเทียน” เชนร้านหม้อไฟใหญ่อันดับสามของจีนยื่นเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ขณะที่ “เลาหวาง” เชนร้านหม้อไฟกวางตุ้งก็หวังเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเช่นกัน จึงเป็นที่น่าสนใจว่าซีอีโอคนใหม่จะพายักษ์ใหญ่อย่าง “ไหตี่เลา” เติบโตต่อไปอย่างไร

ที่มา:

  1. https://www.haidilao.com/sg/investment/performance
  2. https://chinafoodpress.com/2022/03/23/today-haidilao-started-its-annual-report-after-changing-its-ceo-last-year-276-stores-were-closed-with-an-impairment-of-more-than-3-6-billion/
  3. https://theindependent.sg/two-hotpot-haidilaos-beijing-outlets-ran-rat-infested-kitchens-but-winning-praises-for-admitting-it/
  4. https://www.forbes.com/sites/zinnialee/2021/07/26/hotpot-tycoon-sees-fortune-drop-24-billion-after-earnings-outlook-disappoints/?sh=58471de725bd

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน