SME Think Tank/ดร. เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม

เกือบ 3 ปีที่เราต้องทนอยู่กับเจ้า Covid-19 ที่จนแล้วจนรอดเราก็ปราบมันไม่สำเร็จ จนทั่วโลกจำใจต้องยอมรับที่จะอยู่กับมันแบบที่เรียกว่า Next Normal หรือด้อยค่า (พิษร้าย) มันจากโรคระบาดเป็นโรคประจำถิ่น แล้วเดินหน้าเปิดประเทศ เดินเครื่องระบบเศรษฐกิจ

ประเทศเดียวที่พยายามต่อสู้แบบเต็มพลัง หยุดการระบาดของไวรัสร้ายแบบ Covid-19 ต้องเป็นศูนย์ และไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาจะขายวัคซีน สร้างรายได้มหาศาลแบบพี่ใหญ่ชาติตะวันตกบางประเทศคือ มหาอำนาจตะวันออก ประเทศจีน

เอาใจช่วยพี่ใหญ่จีนให้ชนะ โลกเราจะได้เรียนรู้จากจีนถึงกลยุทธ์กังฟูพิชิตเจ้าไวรัสร้าย

หากเรายอมรับที่จะอยู่กับเจ้า Covid-19 และปรับวิธีดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจแบบไปต่อได้ เราต้องเรียนรู้บทเรียน (ประสบการณ์) ที่เจ้า Covid-19 ให้ไว้

ผมได้วิเคราะห์ทั้งจากประสบการณ์ตัวเองและดูจากธุรกิจทั่ว ๆ ไป พอสรุปเป็นบทเรียนที่เราเรียนรู้และต้องปรับวิธีการทำธุรกิจเพื่อไปต่อ ได้ดังนี้

1.อย่าติดยึดกับความคิด ความเชื่อ ความสำเร็จเดิม ๆ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ อะไรก็เป็นไปได้

ก่อนที่เจ้า Covid-19 จะระบาด หลายท่านอาจจะโดนโจมตีด้วย Technology Disruption แต่ก็ทนฝืนไม่ปรับตัว แต่การกลัวความตาย (ชีวิตและธุรกิจ) และหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัวเปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่เคยไม่ยอมรับ ไม่ยอมเปลี่ยนกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินกว่าที่จะเข้าใจและใช้ในการทำธุรกิจ อย่าง Application ต่าง ๆ เช่น การสั่งและส่งอาหาร สินค้า ฯลฯ กลายเป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่ร้านอาหารข้างถนนก็ใช้เป็น เพราะฉะนั้นต้องไม่ติดยึดกับความคิดเดิม ๆ เรียนรู้จากคนอื่นแล้วปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของตน ท่านไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงแต่ท่านต้องเป็นผู้ตามที่ดีครับ

2.อย่ามองโลกสวยเสมอไป ในช่วงที่ Covid-19 ระบาดใหม่ ๆ หลายท่านอาจไม่ได้รับผลกระทบต่อธุรกิจโดยตรง และคิดว่ามันคงไม่นาน พอมีวัคซีนทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้นและกลับสู่สภาพปกติ การมองบวกเกินไปทำให้ไม่ปรับตัวแล้วอาจคิดว่าธุรกิจของตนเองอาจจะไม่โดนกระทบ

ในความเป็นจริงระบบเศรษฐกิจปัจจุบันเป็นระบบเปิดและกระทบถึงกันหมดโดยมีเงินเป็นตัวเชื่อม

ที่เขาพูดกันง่าย ๆ ว่าเงินไม่หมุนเวียน ท่องเที่ยวไปไม่ได้ ร้านอาหารไปไม่ได้ โรงแรมที่พักไปไม่ได้ เกษตรกรขายผลผลิตไม่ได้ พนักงานตกงาน (ผู้เป็นลูก) ก็กระทบพ่อแม่ที่เป็นข้าราชการ (ต้องเป็นตัวช่วยลูก) คงพอเห็นภาพ ไม่ต้องสาธยายกันมาก

ในการทำธุรกิจจะทำใจให้ปลงรับผลกระทบแบบไม่ทำอะไรคงไม่ใช่วิสัยของนักธุรกิจที่คิดจะไปต่อ

3.อย่าทำธุรกิจแบบไม่ยืดหยุ่น ไม่ปรับตัว ไม่คล่องตัว เทอะทะ ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เปลี่ยนแปลงเร็ว ผู้บริโภค ลูกค้าเปลี่ยนแปลง คู่แข่งเปลี่ยนแปลง หากท่านไม่ปรับเปลี่ยนให้ทันสถานการณ์ ท่านคงตกที่นั่งลำบาก การทำธุรกิจต้องมีโครงสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่น ขนาดเหมาะสม คล่องตัว รู้ว่าเรื่องใดที่ต้องทำเอง เรื่องใดที่ต้องลงทุน เรื่องใดที่ควรให้คนอื่นทำ เรื่องใดที่ควรให้เทคโนโลยีทำ

การบริหารคน (พนักงาน) ในปัจจุบันเป็นเรื่องไม่ง่ายโดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ การมีพนักงานน้อยแต่มีประสิทธิภาพมากแม้จะต้องจ่ายแพงกว่า น่าจะเป็นคำตอบของการทำธุรกิจในปัจจุบัน

4.อย่ามีแหล่งวัตถุดิบสำหรับการทำธุรกิจเพียงแหล่งเดียว โดยเฉพาะธุรกิจในภาคการผลิต เช่น เป็นโรงงานผลิตสินค้าต่าง ๆ Covid-19 ได้โจมตีธุรกิจแบบทั่วหน้า ทั้งภาคผลิตวัตถุดิบ การขนส่ง ฯลฯ ทำให้ระบบการผลิต การค้าเกิดปัญหา แล้วธุรกิจก็สะดุดหยุดกันเป็นลูกโซ่ไปหมด อย่างที่เราติดคำภาษาอังกฤษว่า Supply Chain เป็นปัญหา

หลายท่านอาจจะติดยึดความคิดเดิม ๆ ว่าธุรกิจของท่านไม่ได้มียอดซื้อจำนวนมาก การกระจายซื้อวัตถุดิบกับผู้ขายวัตถุดิบหลายรายทำให้อำนาจการต่อรองลดลง ได้ราคาแพงและบริการไม่ดี ความคิดแบบนี้คงใช้ได้ในสถานการณ์ปกติ แต่เมื่อ Supply Chain มีปัญหาท่านอาจจะไม่มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิต ซื้อไม่ได้ ราคาแพง และไม่สามารถได้วัตถุดิบทันความต้องการ เพราะฉะนั้นต้องมีผู้ขายปัจจัยการผลิตมากกว่า 1 ราย ซื้อมากซื้อน้อยก็ต้องพยายามมีธุรกิจและติดต่อกันสม่ำเสมอ

5.อย่ามีช่องทางหารายได้เพียงช่องทางเดียว ไม่ใช่มีลูกค้ารายเดียวนะครับ ทำธุรกิจต้องมองหาโอกาสเสมอทั้งในธุรกิจที่ทำและนอกธุรกิจที่ทำ โดยเฉพาะธุรกิจต่อเนื่อง แต่ต้องทำในเวลาที่เหมาะสม

อย่างบริษัทใหญ่กลุ่ม ซีพี ที่ทำธุรกิจหลายอย่าง ปรับตัวเร็ว แม้ในช่วง Covid-19 ระบาดใหม่ ๆ กลุ่มซีพีลงทุนสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแล้วก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้วยการบริจาคให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปก่อนที่จะผลิตเพื่อการค้าในภายหลัง การวางตลาดผลิตภัณฑ์แบบนี้นอกจากจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรแล้วยังสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผลิตภัณฑ์อย่างได้ผลดี นอกจากนี้ กลุ่มซีพียังต่อยอดธุรกิจสื่อสาร True ด้วยการทำ Telemedicine บริการทางการแพทย์ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

6.อย่าใช้จ่ายเกินตัว ไม่มีกระแสเงินสดและเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ ในยามปกติที่ธุรกิจไปได้ดีต้องรู้จักสำรองเงินไว้ใช้ในยามเศรษฐกิจฝืด ต้องมีเงินสด เงินทุนหมุนเวียนไว้ใช้อย่างน้อย 3-6 เดือน แบบว่ามีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับเลย ยังสามารถทำธุรกิจประคองตัวไปได้ เพื่อรอสถานการณ์ที่ดีขึ้น แต่ถ้าผ่านไป 2-3 เดือนยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็ต้องพิจารณาแล้วครับว่าจะทำธุรกิจต่อไป หรือจะเลิกจะหยุดก่อนหรือปรับไปทำธุรกิจอื่น

เงินทุนหมุนเวียนเปรียบเหมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตธุรกิจ หากไม่พอก็จบ เงินทุนหมุนเวียนได้มาจากทุนเดิมตัวเอง กำไรจากการทำธุรกิจ เงินกู้เงินยืม เครดิตการค้า ฯลฯ คนทำธุรกิจต้องรู้จักบริหารการเงินให้ลงตัว เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจเรื่องบัญชี อ่านงบการเงินเป็นจึงจะไปรอดครับ

7.อย่ากลัวเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลง ต้องรู้จักเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจ และไม่ลงทุนกับเทคโนโลยีมากเกินไป เร็วเกินไป เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว และมีราคาสูง (ในระยะแรก) เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาความเหมาะสมกับธุรกิจ องค์กร พนักงาน ฯลฯ แต่ต้องไม่ปฎิเสธเทคโนโลยี เช่น Social Media และเรียนรู้ นำมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ

8.อย่ามีโครงสร้างและขนาดองค์กรที่ไม่เหมาะกับการทำธุรกิจในปัจจุบัน องค์กรปัจจุบันต้องยืดหยุ่น คล่องตัว แบบ Hybrid ไม่บริหารแบบรวมศูนย์กลาง ต้องพยายามกระจายอำนาจการตัดสินใจ รับฟังความเห็นจากพนักงานและให้เขาได้มีโอกาสแสดงความสามารถ ต้องยอมรับความผิดพลาด และปรับหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเสมอ อบรมเพิ่มเติมความรู้สม่ำเสมอ

9.สำรวจความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและตอบสนองให้ทันความต้องการ ปัจจัยต่าง ๆ ทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป การทำธุรกิจต้องปรับตัวตามทั้งลูกค้าเดิมและมองหาลูกค้าใหม่เสมอ ต้องพยายามคิดว่าใครบ้างที่อาจต้องการสินค้าหรือบริการของท่าน วันนี้เขายังไม่ซื้อเพราะอะไร แล้วท่านต้องปรับอย่างไรเพื่อให้เขาซื้อสินค้าหรือบริการของท่าน

10.อย่าเห็นแก่ตัว ไม่ห่วงสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในการทำธุรกิจ กระแสสังคมและการห่วงใยสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญในการทำธุรกิจในปัจจุบัน ความคิดพื้นฐานคือต้องทำธุรกิจแบบที่ท่านอยู่ได้ สังคมอยู่ได้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ได้ มากน้อยตามบริบทหรือความมีส่วนได้เสีย ทำธุรกิจต้องตอบแทนสังคมตามความสามารถในการตอบแทนของธุรกิจ แบบที่พูดกันติดปากในปัจจุบันว่า ความยั่งยืน (Sustainability) ทั้งของธุรกิจและสังคม

ผมรวบรวมนำเสนอเพียง 10 เรื่องที่เชื่อว่าทุกธุรกิจได้เรียนรู้จากเจ้า Covid-19 ที่กระทบการทำธุรกิจ หลายท่านอาจจะเรียนรู้มากหรือน้อยกว่านี้ แต่ผมเชื่อว่าหนีไม่พ้นเรื่องที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังในบทความตอนนี้

แม้ว่าเราจะปรับให้ Covid-19 เป็นโรคประจำถิ่น แต่ผมเชื่อว่า มันคงไม่จบแค่นี้ การเปลี่ยนแปลงยังมีต่อ เป็นโอกาสสำหรับคนที่ปรับตัวทันแล้วมองเห็นโอกาส เป็นอุปสรรคสำหรับคนที่ปรับตัวไม่ได้ ปรับตัวไม่ทัน และจมอยู่กับอุปสรรค

มันไม่มีอะไรแน่นอนตายตัว หากจะทำธุรกิจให้ไปได้ ต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทันครับ

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน