รู้ลึกสินค้า รู้ใจลูกค้า ต้องรู้ เทรนด์โฆษณา วิเคราะห์เทรนด์โดย Adapter Digital
เพราะถ้าใช้ความครีเอทีฟในการทำงานอย่างเดียว เอเยนซี่โฆษณาก็คงไม่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจของลูกค้าได้
Adapter อีกหนึ่งดิจิทัลเอเยนซี่แถวหน้าของไทย จึงยึดหลัก Creative+Innovative+Effective มาเป็น Frame Work ในการทำงาน เพราะในยุคที่มีข้อมูลมากมาย การจะทำให้คอนเทนต์ของเรากลายเป็นที่จดจำได้จะต้องมีความครีเอท ที่ถูกผลักดันด้วยเทคโนโลยีเพื่อให้คอนเทนต์นั้นไปถึงผู้บริโภค สุดท้ายแล้วคอนเทนต์เหล่านั้นก็ยังจะต้องเกิด Effect บางอย่างกลับมาที่แบรนด์ด้วย
ที่เกริ่นมาแบบนี้ ก็เพราะว่าวันนี้ Marketeer จะพาผู้อ่านทุกคนมาอัพเดทเทรนด์ใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2017 ผ่านการพูดคุยกับ เอิร์ธ อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ ที่ควบตำแหน่ง Founder และกรรมการผู้จัดการแห่ง Adapter Digital
ซึ่งมุมมองของเขาที่มีต่อเทรนด์ในปีหน้า ก็มาจาการดูภาพรวมในปีที่ผ่านมาของคนไทย จากการศึกษาเทรนด์ในต่างประเทศแล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับ nature ของบ้านเรา และสุดท้ายก็คือความเจนสนามที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเอเยนซี่มานานนั่นเอง
โดยการพูดคุยในครั้งนี้ ได้แบ่งออกเป็น 4 Section หลัก ๆ คือ แนวคิดในการทำคอนเทนต์ปี 2017 / เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาในปีหน้า / ตำแหน่งงานใหม่ ๆ ที่จะเข้ามามีบทบาทกับคนไทย รวมไปถึงเอเยนซี่ต้องปรับตัวอย่างไรในยุคที่ใคร ๆ ก็ทำดิจิทัลเป็น

– เทรนด์โฆษณา และแนวคิดในการทำคอนเทนต์ปี 2017-
ผู้คนจะเริ่มเสพคอนเทนต์ที่มีความ Instant คือสั้นและเร็วมากขึ้น นอกจากความเป็น Content Is King แล้ว การมีพาดหัวที่ดึงดูดใจ ประกอบกับ Visual ที่ดูแล้วสวยงามสบายตา ก็จะช่วยให้ผู้คนหยุดอ่านคอนเทนต์ของคุณได้มากขึ้นเช่นกัน
ส่วน Instant Article (บทความที่มีสัญลักษณ์สายฟ้าอยู่ขวามือ เป็นรูปแบบที่ทำให้โหลดข้อมูลได้เร็วมากขึ้น) ยังเป็นอะไรที่ไม่ค่อยเหมาะกับแบรนด์เท่าไหร่ เพราะเมื่อวัตถุประสงค์ของมันถูกทำมาเพื่อการโหลดที่เร็ว โค้ดความปลอดภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Register หรือสั่งซื้อสินค้า ก็จะถูกลดทอนลงไปซึ่งนั่นก็ทำให้ข้อมูลของแบรนด์ถูกแฮ้กง่ายขึ้นไปด้วยเช่นกัน
Instant Article จึงเหมาะกับแค่กับเหล่า Publisher ที่หวังจะสร้าง Traffic ให้คนเข้ามาอ่านข้อมูลในเว็บไซต์ และเมื่อโหลดไว จำนวนคนที่คลิกปิดหน้าเว็บไซต์ไป ก็มีน้อยลง
-เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาในปีหน้า-
สำหรับเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคจะใช้เองในหมู่ Mass ก็ยังเป็นอะไรที่เกี่ยวกับ Mobile Innovation คือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำได้ง่าย ๆ บนมือถือ ไม่ว่าจะเป็น Video 360 องศา, Facebook Live หรือ Feature ตัวล่าสุดของ Facebook อย่าง Camera Lens (ที่ให้อารมณ์คล้าย ๆ กับ Snapchat) เป็นต้น
ส่วนเทคโนโลยีที่เรียกว่า ‘ใหม่’ จริง ๆ สำหรับคนไทย ที่จะเริ่มเข้ามามีผลในปีหน้าก็คือ Cognitive เป็นนวัตกรรมที่จะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถพูดคุยกับเราได้เสมือนคนจริง ๆ จะมีผลกับคนในอาชีพ Operator หรือคนที่ทำหน้าที่เป็น Call Center โดยเทคโนโลยี Cognitive นี้ จะสามารถประเมินได้ถึงขนาดว่าถ้าปลายสายมีน้ำเสียงแบบนี้กำลังมีความรู้สึกอะไร และมีความแม่นยำกว่าการประเมินด้วยคนจริง ๆ เสียอีก
อีกอันหนึ่งก็คือ OmniChannel เทคโนโลยีที่สามารถรวม Platform ทุกอย่างไว้ได้ด้วย Data Base ตรงกลาง ยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันชัด ๆ ก็อย่างเช่นห้างสรรพสินค้าที่ต่างประเทศ เมื่อร้านค้ามีช็อปทั้งในออนไลน์และออฟไลน์ OmniChannel จะช่วยรวมฐานข้อมูลของลูกค้าเอาไว้ด้วยกัน เช่นถ้านาย A เคยซื้อสินค้าชนิดนี้ในออนไลน์ ระบบก็จะเก็บข้อมูลไว้ แล้วนำไปวิเคราะห์ว่านาย A มีพฤติกรรม มีความชอบอะไร เมื่อเดินเข้าไปในห้างมือถือก็จะมี Notification เกี่ยวกับสินค้าต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของนาย A และเมื่อสามารถไป Serve ความต้องการได้ตรงจุด ก็จะทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะซื้อมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ ประหยัดงบในการทำโฆษณามากขึ้นด้วย ซึ่งในตอนนี้รีเทล 2 เจ้าใหญ่ในไทย ก็เริ่มที่จะมีความสนใจเทคโนโลยี OmniChannel กันแล้ว
พูดง่าย ๆ OmniChannel ก็เหมือนกับ Blockchain เพียงแต่มีระบบวิเคราะห์พฤติกรรมเพิ่มขึ้นมาก็เท่านั้นเอง

-ตำแหน่งงานใหม่ ๆ ที่จะเข้ามามีบทบาทกับคนไทย-
เมื่อเป็นสื่อที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงได้ ทำให้มีผู้เล่นรายใหม่ ๆ กระโจนเข้ามาสู่โลกดิจิทัลมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นเพจหรือแบรนด์ต่าง ๆ จะต้องมีทีม Social Force ที่แข็งแรง คือเป็นคนที่ต้องคอย Monitor เพื่อให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคและเทรนด์ตลอดเวลา ส่วนตำแหน่งที่จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในไทยมากขึ้นก็ได้แก่
User Experience Design : เป็นคนที่จะนำพาผู้บริโภคไปเจอกับสิ่งต่าง ๆ เมื่อเข้าไปอยู่ในช็อปของร้านค้า เช่นคนออกแบบผังร้าน Apple Store ที่จะต้องคิดว่าลูกค้าเดินเข้ามาแล้วจะต้องเจออะไรเป็นอันดับแรก อะไรต่อไป โดยหวังว่าสิ่งที่ได้บิ้วท์ลูกค้ามาตั้งแต่ตอนก้าวเข้าร้าน จะเกิด Effect บางอย่างกับแบรนด์หรือเกิดการซื้อในที่สุด ไม่ใช่แค่กับร้านค้าทั่วไป แต่ User Experience Design ก็ยังสามารถทำงานบนออนไลน์ได้เหมือนกัน เช่นการออกแบบเว็บดีไซน์ การจัด Layout ยังไงเพื่อดึงให้คนสไลด์ดูลงมาจนจบคอนเทนต์ หรือกดปุ่มสั่งซื้อในที่สุด (ขอบอกว่าตำแหน่งนี้ในต่างประเทศมีค่าตัวที่แพงและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก)
Platform Specialist : เพราะในไทยมี Platform มากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Line หรือ Instagram ในอนาคตจึงจำเป็นจะต้องหาคนมารดู Platform เหล่านี้เฉพาะด้าน เพื่อที่จะได้รู้ลึกรู้จริง และสามารถทำให้คอนเทนต์ของแบรนด์บน Platform ต่าง ๆ มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด
Data Analyzer : เพราะ Data และตัวเลขต่าง ๆ คือ Reference ที่สำคัญ ในการวางกลยุทธ์ของการโฆษณา ทั้งด้านการครีเอทงาน, Media Planner หรือการนำไปอ้างอิงกับลูกค้าให้เห็น Result ของแคมเปญได้อย่างเป็นรูปธรรม ตำแหน่ง Data Analyzer จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่ไม่ใช่แค่ดูข้อมูลเป็น แต่ยังต้องสามารถวิเคราะห์แล้วนำมาปรับใช้ได้จริง ๆ อีกด้วย

-เอเยนซี่ต้องปรับตัวอย่างไรในยุคที่ใคร ๆ ก็ทำดิจิทัลเป็น-
เมื่อเอเยนซี่แบบ Traditional เริ่มหันมาทำดิจิทัลอย่างจริงจัง ตัวดิจิทัลเอเยนซี่เองก็ต้องปรับตัวในเรื่องของสเกลให้มีความใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะสามารถรองรับลูกค้า ที่เริ่มมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
อีกอย่างหนึ่งก็คือการที่ Agency ต้องเริ่ม Manage Cost Effective มากขึ้น หรือหมายถึงการใช้เม็ดเงินทุกเม็ดให้เกิดประสิทธิภาพกับแบรนด์มากที่สุด หนึ่งในนั้นก็คือการทำ Ageless Content หรือคอนเทนต์ที่ไม่มีวันหมดอายุ เพราะการทำคอนเทนต์แต่ละอันล้วนมีต้นทุน ถ้าหากเราสามารถนำคอนเทนต์เก่า ๆ มารีรันใหม่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณไม่น้อยเลยทีเดียว
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
