นับว่าเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของวงการโฆษณาดิจิทัล

เมื่อแพลตฟอร์ม Robinhood” ประกาศจับมือกับ Accenture Song” เปิดตัวธุรกิจโฆษณาดิจิทัล (Robinhood Advertising) ขายโฆษณาในรูปแบบ Native Ads ให้กับผู้สนใจบนแพลตฟอร์ม Robinhood อย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ศรัณย์ ชินสุวพลา หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด บอกกับเราว่าเหตุผลของการเปิดตัวธุรกิจโฆษณาดิจิทัล คือหนึ่งในแนวทางธุรกิจที่เติมเต็มภาพ “The Most Admired Super App” ของ Robinhood ได้สมบูรณ์ขึ้น

หลายคนอาจจะสงสัยว่าการเป็น The Most Admired Super App ของ Robinhood เกี่ยวอะไรกับธุรกิจขายโฆษณา

 และบางคนอาจจะสงสัยว่า หรือ Robinhood จะเปลี่ยนจุดยืนตัวเองไม่ช่วยเหลือสังคมตามวัตถุประสงค์เดิมของแพลตฟอร์มแล้ว

 

ขอเล่าปูพื้นสักหน่อยว่า

คำว่า The Most Admired Super App ของ Robinhood คือการขยายธุรกิจผ่าน Pain Point ของผู้บริโภค และมองช่องว่างในตลาดที่เข้ามาช่วยเหลือปัญหาในรูปแบบต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นฐาน Journey Lifestyle ของผู้บริโภค สามารถเข้ามาใช้บริการได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ

และเป็นปัญหาที่สามารถช่วยเหลือคนตัวเล็กอย่าง SME ในกลุ่มร้านอาหาร, ท่องเที่ยว และไรเดอร์ ได้

เพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์หลักของ Robinhood นับตั้งวันแรกที่ก่อตั้งขึ้นมาคือ “ช่วยเหลือสังคม” และ “คนตัวเล็ก”

จะเห็นว่าบริการต่าง ๆ ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม Robinhood  เช่น

บริการ Robinhood Food Delivery เป็นบริการที่ไม่เก็บค่า GP  ร้านอาหาร เพื่อให้ร้านมีต้นทุนการขายที่เหมาะสม โดยไม่ตั้งบวกราคาเพิ่ม หรือลดปริมาณลง เมื่อลูกค้าสั่งผ่านแอป

เมื่อลูกค้าสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม Robinhood เป็นการสร้างรายได้ให้กับไรเดอร์จากการส่งอาหารไปถึงมือลูกค้า

บริการ Robinhood Travel จองโรงแรมที่พัก โดยไม่หักค่าคอมมิชชั่นโรงแรมเมื่อมีการจองเกิดขึ้น ทำให้โรงแรมสามารถนำค่าคอมมิชชั่นที่ต้องจ่ายให้กับแพลตฟอร์มมาพัฒนาปรับปรุงบริการ หรือนำมาเป็น Complimentary ต่าง ๆ มอบให้กับลูกค้าที่จองโรงแรมผ่านแพลตฟอร์ม Robinhood ได้

เมื่อร้านอาหาร โรงแรมที่พักไม่มีต้นทุนการขายผ่านแพลตฟอร์ม Robinhood โดยไม่มีค่า GP และค่าคอมมิชชั่นเข้ามาเป็นธุรกิจ ผู้บริโภคจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ซื้ออาหารและจองโรงแรมในราคาที่เป็นธรรม

แต่การไม่เก็บค่า GP และคอมมิชชั่นร้านอาหาร โรงแรมและที่พัก ทำให้ Robinhood ไม่มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจ และยังต้องอยู่ในสภาวะขาดทุนจากต้นทุนในการดำเนินงาน และต้นทุนที่ต้องเสียไปกับแคมเปญโปรโมชั่น และกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ

เท่ากับว่าธุรกิจ Robinhood คือธุรกิจที่ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง เพราะเป็นธุรกิจไม่มีรายได้จากการให้บริการ

ภาวการณ์ขาดทุนของธุรกิจ Robinhood ในวันนี้ถือว่าไม่ใช่ปัญหาในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากในปัจจุบัน Robinhood ยังอาศัยน้ำหล่อเลี้ยงจากกลุ่มไทยพาณิชย์บริษัทแม่ผู้ให้กำเนิด

เพราะต้นกำเนิดแพลตฟอร์ม Robinhood ที่มีจุดมุ่งหมายช่วยเหลือสังคมและนำงบ CSR ของไทยพาณิชย์มาขับเคลื่อนธุรกิจ

แต่ทว่าในระยะยาว Robinhood ต้องมองหาแนวทางเพื่อบาลานซ์ธุรกิจให้สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง และยังคงยึดวัตถุประสงค์หลัก คือ ช่วยเหลือสังคมและคนตัวเล็กเหมือนที่ผ่านมา

ธุรกิจโฆษณาดิจิทัลจึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ Robinhood มองเห็นโอกาสในการหารายได้มาบาลานซ์ธุรกิจ

โอกาสที่ Robinhood เห็นในธุรกิจโฆษณาดิจิทัลมาจากการมองเห็นทิศทางเติบโตของสื่อโฆษณาดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และมีสัดส่วนมูลค่าขยับเข้าใกล้สื่อทีวีที่ครองอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมโฆษณาไปทุก ๆ ปี

และในปีนี้ DAAT หรือสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า โฆษณาดิจิทัลจะเติบโต 9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 27,040 ล้านบาท

ส่วนปี 2564 โฆษณาดิจิทัลเติบโตถึง 18%  มีมูลค่า 24,766 ล้านบาท

การเติบโตของโฆษณาดิจิทัลในปีที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มปรับตัวอยู่รอดกับโควิด-19 และเริ่มหันมาใช้เม็ดเงินโฆษณาสร้างยอดขายมากขึ้น

ส่วนปีนี้การใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลเติบโตบนความท้าทายของ Cookie-less World ที่ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ของโลก เช่น Google, Apple, Microsoft เริ่มหันมาจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล หรือยุติรองรับระบบ Third Party Cookies

ซึ่ง Third Party Cookies มีความสำคัญกับนักการตลาดคือ นักการตลาดสามารถดึงข้อมูล Cookie ของผู้บริโภคเช่นโลเคชั่นที่อยู่, ภาษาที่ใช้, และอื่น ๆ ไปใช้ทำตลาดในรูปแบบ Targeting Ads ได้

เมื่อ Third Party Cookies ไม่สามารถหยิบมาใช้ได้ ทางออกของแบรนด์คือต้องเก็บ Cookie ในรูปแบบ First Party Data

แต่ First Party Data ยังมีข้อจำกัดของการเก็บข้อมูลที่อาจจะเก็บได้ในมิติที่น้อยกว่า Third Party Cookies และถ้าแบรนด์ดีไซน์การเก็บข้อมูลไม่ดีพอ โอกาสที่จะนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ให้สูงสุดก็ลดลงตามมา

การทำ Targeting Ads ของบางแบรนด์จึงนำ First Party Data ที่ตัวเองมี ผสมผสานกับช่องทางโฆษณาอื่น ๆ ที่สามารถนำ Data ของช่องทางนั้นมาปรับใช้ในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายให้มีมิติเชิงลึกมากขึ้น เพื่อให้นักการตลาดใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและสร้าง Brand Loyalty ให้กับลูกค้าได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

ซึ่ง Super App อย่าง Robinhood สามารถตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ เพราะมี Data Insight ของผู้บริโภคในส่วนของไลฟ์สไตล์กินและเที่ยวที่เข้ามาใช้งานเป็นรายวัน ที่เป็นข้อมูลในแง่มุมบริการต่าง ๆ ที่ใช้ในแพลตฟอร์ม, ดีไวซ์ที่ใช้งาน, โลเคชั่นที่ลูกค้าอยู่และสั่งอาหาร, ประเภทและร้านอาหารที่ชอบสั่ง เวลาที่สั่งอาหารเป็นประจำ ปริมาณในการสั่งแต่ละครั้ง, ราคาอาหารที่สั่ง ยอดเฉลี่ยในการสั่งต่อครั้ง รูปแบบในการจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิต, รวมถึงโปรโมชั่นโค้ดที่ใช้

และ Data Insight เหล่านี้ของ Robinhood เป็นระบบนิเวศข้อมูลปิด ที่ผู้อื่นไม่สามารถเข้าถึงได้

Data Insight เหล่านี้แบรนด์สามารถนำมาใช้ร่วมกับ First Party Data ที่มีอยู่ หรือใช้เป็นส่วนประกอบในการปรับกลยุทธ์ในการสื่อสารให้เหมาะสมกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์เพื่อผลักดันให้เกิดยอดขาย Brand Awareness และอื่น ๆ ตามวัตถุประสงค์หลักของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

ในปัจจุบัน Robinhood มีลูกค้าลงทะเบียนใช้งานจำนวนกว่า 3 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการเปิดบริการใหม่ ๆ ที่จะเปิดในปีนี้ เข้ามาเชื่อมต่อ Consumer Journey ของผู้บริโภคให้ครบวงจร ไปพร้อม ๆ กับขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ต่อยอดภาพ Super App ของ Robinhood ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

– บริการ Robinhood Food Delivery มีแผนขยายไปยังต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองหลักและมีกำลังซื้อสูงอย่างชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต และหัวหิน พร้อมกับขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

– บริการ Robinhood Travel ในปีนี้ Robinhood มีแผนเปิดบริการจองทัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยว และจองรถเช่าในไตรมาสสาม จองตั๋วเครื่องบินในไตรมาสสี่ เพื่อให้บริการท่องเที่ยวครอบคลุมในทุก ๆ ด้านที่สำคัญ

– บริการ Robinhood Mart บริการซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตในระดับพรีเมียม ที่จะเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2565

– บริการ Robinhood Express ไตรมาสสาม

– บริการ Robinhood Ride-Hailing ไตรมาสสี่

บริการที่จะเปิดเพิ่มขึ้นนี้นอกเหนือจากเติมเต็มภาพ Super App ให้สมบูรณ์ขึ้นไปพร้อม ๆ กับขยายฐานผู้ใช้งานไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ สร้างความถี่ให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มได้ตลอดทั้งวัน

ยังมาพร้อมกับ Data Insight ที่เพิ่มเติมจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่หลากหลายกว่าการสั่งอาหาร หรือจองที่พักที่สามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อให้แบรนด์ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านแพลตฟอร์ม Robinhood ได้

นอกจากนี้ Robinhood ยังมีจุดเด่นในเรื่องของฐานลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในแพลตฟอร์มเป็นกลุ่มลูกค้าเมืองที่มีกำลังซื้อสูง

เนื่องจากฐานลูกค้าทั้ง 3 ล้านกว่ารายที่ลงทะเบียนใช้งานในแพลตฟอร์มเป็นลูกค้าที่อยู่ในกลุ่ม Upper Middle Class ขึ้นไป มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 50,000 บาท มีสัดส่วนมากถึง 49% ของฐานลูกค้าทั้งหมด

และอีก 37% เป็นกลุ่ม Lower Middle มีรายได้ 18,000-50,000 บาท

นอกจากนี้ ลูกค้า Robinhood ยังมีความถี่ในการสั่งอาหารมากกว่า 5 ครั้งต่อเดือนมากถึง 57%

และมียอดการสั่งเฉลี่ยต่อครั้งมากกว่า 300 บาทขึ้นไปถึง 19%

ส่วนการจองโรงแรม ลูกค้าที่จองโรงแรมที่พักผ่านแพลตฟอร์ม Robinhood มียอดจองเฉลี่ยต่อคืนมากถึง 5,300 บาท ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงกว่าแพลตฟอร์มจองโรงแรมทั่วไป ที่มีอัตราเฉลี่ยคืนละ 1,500 บาท

จากโอกาสที่ได้กล่าวมา Robinhood จึงจับมือกับ Accenture Song บริษัทที่ปรึกษาด้านดิจิทัล และคลาวด์ระดับโลก เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์นำข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีการวิเคราะห์ช่วยสนับสนุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ Digital Marketing บนแพลตฟอร์ม Robinhood ให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ที่สนใจทำโฆษณา

รูปแบบโฆษณาในแพลตฟอร์มโรบินฮู้ดเป็นโฆษณาในรูปแบบ Native Ads ที่อยู่ในตำแหน่งที่เนียนไปกับเนื้อหาในแต่ละหน้า

เรามองว่าเหตุผลที่ Robinhood เลือก Native Ads เพราะมองว่ามาจาก Native Ads เป็นรูปแบบโฆษณาที่มีมูลค่าการเติบโตจาก 78 ล้านบาท ในปี 2564 เพิ่มเป็น 81 ล้านบาทในปีนี้จากการคาดการณ์ของ DAAT

และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในแพลตฟอร์มที่อยู่ในอารมณ์พร้อมจ่ายเพื่อซื้อสินค้าหรือบางสิ่งบางอย่าง และเมื่อเห็นโฆษณาที่ตรงอารมณ์ร่วมในตอนนั้น โดยไม่รู้สึกว่ามาขัดจังหวะในการสั่งอาหาร จองโรงแรมและอื่น ๆ โอกาสที่จะคลิกไปยังโฆษณาเพื่อไปยังแลนดิ้งเพจของแบรนด์ก็จะมีมากขึ้นตามมา

ในระยะเริ่มต้นธุรกิจโฆษณาดิจิทัล Robinhood วางแผนขายโฆษณาผ่านมีเดียเอเยนซี 3 รายได้แก่ GroupM (Thailand), dentsu international Thailand และ Entravision MediaDonuts Thailand ซึ่งเป็นสามเอเยนซียักษ์ใหญ่ในกลุ่ม Digital Advertising

และการเปิดธุรกิจ Robinhood Advertising ในวันนี้ ศรัณย์คาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายให้กับ Robinhood สิ้นปีนี้มากถึง 50 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 160-180 ล้านบาท ในปี 2566 เลยทีเดียว

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ contact@robinhood.in.th

สำหรับผู้ที่สนใจลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Robinhood ติดต่อที่ media@sales.robinhood.in.th หรือ www.robinhood.co.th/ads

 

#Robinhood #RobinhoodAdvertising



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน