สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ) หรือ NIA เปิดภาพรวม 3 เทรนด์นวัตกรรมสำคัญปี 2569 ที่ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางการแข่งขันของธุรกิจไทย ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ตั้งแต่การเร่งตัวของ AI ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงกติกาโลกด้านสิ่งแวดล้อม
ทั้ง 3 เทรนด์สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจไทย ตั้งแต่ ต้นทุนการดำเนินงาน รูปแบบการแข่งขัน ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภค โดยครอบคลุม AI ที่เข้ามาทำงานแทนคนจริง ธุรกิจสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ความเครียดของคนทำงาน และเศรษฐกิจสายศรัทธา (Muketing) ที่ถูกยกระดับเป็นโอกาสเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA ระบุว่า ปี 2569 เป็นช่วงที่ “นวัตกรรม” ทำหน้าที่มากกว่าการสร้างความได้เปรียบ แต่กลายเป็น ปัจจัยกำหนดการอยู่รอดและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน 3 เทรนด์หลักที่กำลังเปลี่ยนเกมตลาด
1) Technology Trend: AI ที่ลงมือทำงานแทนคน
- Agentic AI: AI ที่สามารถปิดการขาย จองคิว จัดการคำสั่งซื้อ และดำเนินงานแทนคนได้แบบอัตโนมัติ
- Hyper-Automation: ระบบอัตโนมัติที่เชื่อมต่อทุกกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่รับออร์เดอร์ ตัดสต็อก ออกเอกสารขนส่ง ไปจนถึงลงบัญชี ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
- Carbon Accounting: ระบบคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่จำเป็นต่อ SMEs โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกหรือซัพพลายเออร์ เพื่อรองรับกติกาโลกอย่าง CBAM ของยุโรป
2) Market Trend: ธุรกิจที่เติบโตสวนภาวะเศรษฐกิจ
- Pet Economy: ตลาดสัตว์เลี้ยงที่ขยายจากกลุ่มเฉพาะ สู่ธุรกิจกระแสหลัก ครอบคลุมอาหารพรีเมียม คอนโด โรงแรม และบริการดูแลสัตว์เลี้ยง
- Health & Wellness: ธุรกิจดูแลกายและใจคนวัยทำงาน ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ช่วยการนอนหลับ คลินิกกายภาพบำบัด ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
- Green & Circular Business: ธุรกิจ Upcycling และ Recycling ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบเหลือใช้ ตอบโจทย์ผู้บริโภครักษ์โลก
3) Consumer Trend: ผู้บริโภคให้คุณค่ากับ “ความเหมาะสมเฉพาะตัว”
- Hyper-Personalization: ผลิตภัณฑ์และบริการที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เช่น สกินแคร์ตามสภาพผิว หรืออาหารเสริมตามผลตรวจสุขภาพ
- Silver Solution: โซลูชันรองรับสังคมสูงวัย ตั้งแต่บริการผู้ช่วยพาไปพบแพทย์ ทัวร์วัยเกษียณแบบสโลว์ไลฟ์ ไปจนถึงการปรับบ้านเพื่อความปลอดภัย
- Muketing (Magic Economy): การนำความเชื่อและศรัทธามาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านทัวร์สายมู เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ที่ผสานงานศิลปะกับความเชื่อ
4 นโยบาย NIA หนุน “เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม”
เพื่อรองรับทิศทางดังกล่าว NIA วางกลไกสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรม 4 ด้านหลัก ได้แก่
- Investment: ส่งเสริมการร่วมลงทุนผ่าน Corporate Co-funding และ NIA Venture พร้อมมาตรการยกเว้นภาษี Capital Gains Tax
- Innovation Linkages: เชื่อมงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่เชิงพาณิชย์ และสนับสนุนสิทธิประโยชน์ภาษีในย่านนวัตกรรม
- Regionalization: ผลักดันนวัตกรรมท้องถิ่นผ่านโครงการ “นิลมังกร” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค
- Innovation Competency: ยกระดับ SMEs ไทยสู่มาตรฐานสากล เช่น ISO 56001 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ ดร.กริชผกา ย้ำว่า NIA พร้อมทำหน้าที่เป็น Focal Conductor ในการบ่มเพาะ สนับสนุนเงินทุน และสร้างโอกาส เพื่อผลักดันให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยเติบโตได้ทั้งในประเทศและระดับโลก

