Pinterest ทำความรู้จักโซเชียลที่รวมงานออกแบบและสิ่งสวยงามไว้มากมาย

ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีข่าวการ วางมือ” ของผู้ประกอบการที่น่าสนใจคนหนึ่งในย่านซิลิคอนวัลเลย์ ผู้สร้างและบริหาร Pinterest มากว่า 12 ปีตั้งแต่วันแรก

นั่นคือ  Ben Silbermann ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท พินเทอเรสต์ ที่เพิ่งประกาศลาออกจากตำแหน่ง CEO โดยจะ ขึ้นหิ้ง” ไปเป็นประธานบอร์ดเท่านั้น

 

สำหรับประวัติ เบน ซิลเบอร์มานน์” คนนี้ ปัจจุบันเขาอายุ 40 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 1982 ในรัฐไอโอวา (Iowa) ในครอบครัวแพทย์ คือทั้งพ่อ แม่ ต่างก็เป็นหมอ ส่วนพี่และน้องเมื่อโตขึ้นก็เป็นหมอเช่นกัน

แต่วัยเด็กของ Ben นั้นไม่เคยสนใจอยากเป็นหมอแต่อย่างใด  โดยความสนใจของเขาไปอยู่กับเรื่องแมลง โดยสะสมซากแมลงหลากหลายสายพันธุ์ไว้ และค้นคว้าหาข้อมูลเขียนกำกับไว้ด้วย

…ซึ่งหากจะพยายามเชื่อมโยงถึงปัจจุบันก็อาจมองได้ว่า Ben มีแนวโน้มชอบการสะสมและจัดระเบียบสิ่งที่สนใจ คล้าย ๆ ในPinterestตั้งแต่เด็กแล้ว

หนุ่มเบนเข้าเรียนปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Yale แต่ระหว่างเรียนเขาได้หันไปสนใจอ่านเรื่องราวชีวิตของผู้ประกอบการดัง ๆ เช่น Walt Disney, Steve Jobs, ฯลฯ และฝันที่จะเป็นมหาเศรษฐีสร้างตัวแบบนั้นบ้าง

และวงการที่เบนสนใจเป็นพิเศษก็คือไอที …ซึ่ง เมืองหลวง” ของธุรกิจด้านนี้ก็คือ Silicon Valley ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย  ทำให้หนุ่มเบนใช้ช่วงปิดเทอมมหาวิทยาลัย เดินทางข้ามรัฐไปหาที่ฝึกงานในย่านนั้น

เนื่องจากเขาเรียนรัฐศาสตร์และพื้นฐารการเขียนโปรแกรมไม่ดีนัก  จึงโดนบริษัทที่ฝึกงานมอบหมายให้ทำงานด้านอื่น ๆ โดยยุ่งกับตัวเลขบนโปรแกรม Excel ทั้งวันจนรู้สึกเบื่อหน่าย

เมื่อเปิดเทอมเขาจึงกลับไปเรียนรัฐศาสตร์ต่อจนจบปริญญาตรี ไม่ได้ลาออก Drop out” กลางคันแบบตำนานไอทีอีกหลาย ๆ คน เช่น Steve Jobs, Bill Gates, Mark Zuckerberg

หลังจบปริญญาตรี Ben Silbermann ได้งานแรกที่ Google ในฝ่ายบริการลูกค้า โดยเขามีหน้าที่วิเคราะห์และสรุปข้อมูลความพอใจ ไม่พอใจ และคอมเมนต์ต่าง ๆ จากลูกค้ามาเป็นรายงานเพื่อให้ฝ่ายอื่น ๆ นำไปปรับปรุงต่อไป

แม้การได้ทำงานที่กูเกิลจะให้แรงบันดาลใจ แต่ด้วยลักษณะงานที่ไม่ได้ร่วมดีไซน์หรือเขียนโค้ดพัฒนาเว็บหรือแอปใด ๆ ก็ทำให้เบนรู้สึกเบื่อหน่ายอีกครั้ง และออกจาก Google ในที่สุดเมื่อปี 2008

ลาออกมาทำธุรกิจ-เจอวิกฤต SubPrime ปี 2008 พอดี

เดือนพฤษภาคมปี 2008 หลัง iPhone เปิดตัวได้ปีเดียว และมือถือแอนดรอยด์ยังไม่เป็นที่นิยม  Ben Silbermann ชวนเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยชื่อ Paul Sciarra ทำแอปบนไอโฟน สร้างธุรกิจสตาร์ตอัปแรกของตัวเองขึ้นมา

แอปนั้นมีชื่อว่า Tote”  รวมแค็ตตาล็อกจากห้างร้านต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกามาไว้ในแอป ซึ่งแม้จะฟังดูน่าสนใจ แต่โครงการนี้ก็ไม่สามารถหาเงินสนับสนุนจากนักลงทุนหรือกองทุนใด ๆ ได้เลย

เพราะปีนั้นเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเกิดมหาวิกฤต “Subprime” ต้นเหตุจากวงการอสังหาฯ แต่ก็ฉุดตลาดหุ้นดิ่งเหวรุนแรงทุกกลุ่มธุรกิจ

เมื่อปลายทางหดหู่ขนาดนั้น สตาร์ตอัปใหม่ ๆ ที่หวังจะระดมเงิน “ต้นทาง” โดยใช้โอกาสเข้าตลาดหุ้นในอนาคตมาดึงดูดนักลงทุนต่าง ๆ  ก็ริบหรี่ลงไปด้วย

นั่นทำให้เขาและเพื่อนต้องลงทุนเอง ทั้งเลี้ยงชีพตัวเองระหว่างทำแอป และจ่ายต้นทุนอื่น ๆ พร้อมกับลงแรงเขียนโค้ดกันเองไปพร้อมกัน ซึ่งนั่นก็ยากเป็นพิเศษกับ Ben ที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านนี้เท่าใดนัก

ในที่สุดแอป Tote ก็เสร็จและถูกส่งขึ้นไป App Store แต่ยอดผู้ดาวน์โหลดและผู้ใช้ก็ไม่มากพอที่จะสานต่อเป็นธุรกิจได้ ถือได้ว่าเป็นความล้มเหลวที่มา รับน้อง” หนุ่มเบนในวัย 24 ปีสู่โลกสตาร์ตอัปที่ไม่สวยงามดังหวัง

เบนและเพื่อนพักเลียแผลอยู่ 1 ปี  แล้วกลับมาด้วยไอเดียใหม่ Collecting tells a lot about who you are.” หรือแปลได้ว่า สิ่งที่คุณสะสม บ่งบอกตัวตนของคุณได้มากมาย” ซึ่งสะท้อนโลกวัยเด็กของเบนเองที่ชอบสะสมซากแมลงด้วย

ครั้งนี้ Ben Silbermann กับ Paul Sciarra ได้ผู้ร่วมก่อตั้งใหม่มาอีกคนคือ Evan Sharp ซึ่งเคยทำงานที่ Facebook โดยทั้ง 3 คนช่วยกันสร้างเว็บและแอปPinterestจนเปิดตัวรับปีใหม่ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2010

เจาะลึกจุดเด่น Pinterest

Pinterest(พินเทอเรสต์) เป็นสื่อโซเชียลที่มีลักษณะเฉพาะตัว เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 เน้นไว้ให้ทุกคนลงรูปงานออกแบบสวย ๆ จากทุกวงการ

ไล่ตั้งแต่แบบบ้าน การแต่งห้อง สวนสวย ๆ  รถคลาสสิก เสื้อผ้าเท่ ๆ  กระเป๋า รองเท้า เครื่องดนตรี ภาพวาด … และอีกมากมายหลากหลายอย่าง

การเข้าไปในเว็บหรือแอปPinterestให้ความรู้สึกแตกต่างกับการเข้าไอจี เฟซบุ๊ก หรือโซเชียลอื่น ๆ คือในพินเทอเรสต์นั้นแต่ละคนจะไม่ลงรูปตัวเอง ไม่ลงข่าวดราม่าใด ๆ

สิ่งที่เราจะพบในPinterestส่วนใหญ่ก็มีแต่รูปสิ่งสวยงามที่ส่วนใหญ่เป็นการแชร์ (เรียกว่าการ Pin หรือปักหมุด) มาจากเว็บอื่น ๆ …เป็นการปักหมุด (pin) รวมสิ่งที่สนใจ (interest) ไว้ตามชื่อของเว็บนั่นเอง

ในพินเทอเรสต์ แต่ละคนจึงเหมือนมี “สมุดสะสมรูป” สิ่งที่ตัวเองชอบ  และกดติดตามดูสมุดของคนอื่น ๆ ได้ทั่วโลก ทั้งคนรู้จักและไม่รู้จักกันได้อย่างสบาย ๆ เพราะไม่มีเรื่องส่วนตัวเท่าไรนัก

หลาย ๆ คนจึงชอบเข้าไปที่Pinterestเพื่อหาหาไอเดียและแรงบันดาลใจ ในการเลือกแต่งบ้านใหม่ แต่งห้องเดิม ไปจนถึงไว้เพิ่ม Resource ในการทำงานออกแบบ

รูปแบบหน้าจอ Pinterest ก็ถือว่าแปลกใหม่สวยเด่นในยุคนั้น คือเรียงรูปเป็นกึ่งตาราง (grid) ไร้ขอบ แต่ละรูปแต่ละช่องขนาดไม่เท่ากัน แต่เรียงต่อ ๆ กัน (tile) อย่างพอดี (คล้ายการเรียงกระเบื้องบนพื้นห้อง โดยที่กระเบื้องแต่ละแผ่นสัดส่วนไม่เท่ากันเลย)

เมื่อคลิกหรือแตะที่รูป ผู้ชมก็จะถูกส่งต่อไปที่เว็บไซต์อื่น ซึ่งเป็นเว็บไซต์ต้นทางที่มีรูปนั้น ๆ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นเว็บข่าว หรือเว็บขายของก็ยังได้

นั่นทำให้นอกจากคนทั่วไปแล้วก็มีบริษัทธุรกิจจำนวนมาก ที่ผลิตหรือขายสินค้าที่เน้นดีไซน์พากันไปเปิดแอคเคานต์ลงรูปมากมายไว้ใน Pinterest ด้วย โดยแบ่งหมวดหมู่อัลบัมตามหมวดสินค้า

และถ้าสินค้าตัวไหนได้รับฟีดแบ็กดี คือมีคนกด ชอบ” มาก มีคนกดเข้าไปดูต่อที่เว็บต้นทางมาก ก็จะถูกเลือกไปโชว์ในหน้า feed แรกของคนทั่วไป

ฉะนั้นธุรกิจไม่ว่าจะเล็กใหญ่ก็สามารถใช้ Pinterest เป็นอีกสื่อโซเชียล ดึงคนมาเป็นแฟน ๆ ของเพจ  ดึงคนมาดูรูปสินค้า

และสุดท้ายคือเขียนแคปชั่นสั้น ๆ จูงใจให้ให้พวกเธอหรือเขาเหล่านั้นคลิกหรือแตะที่รูป เพื่อไปเข้าสู่หน้าเว็บของบริษัทเอง โดยอาจจะเป็นหน้าข้อมูลสินค้าตัวนั้น ๆ หรือหน้าสั่งซื้อสินค้าตัวนั้น ๆ ไปเลยก็ได้

เริ่มต้นเหมือนจะล้มเหลว (อีกแล้ว)

ย้อนกลับไปที่เดือนแรก ๆ ของพินเทอเรสต์ คือมกราคม 2010 ทุกอย่างดูเหมือนจะล้มเหลวอีกครั้ง ไม่ได้ปังตั้งแต่แรกเหมือนเฟซบุ๊กหรือโซเชียลใหญ่อื่น ๆ เลย

สาเหตุหลักคือผู้คนไม่เข้าใจว่าเว็บนี้หรือแอปนี้มีประโยชน์อะไร? ใช้อย่างไร? …กลุ่มผู้ใช้ช่วงแรกส่วนใหญ่เป็นเพื่อน ๆ และคนรู้จักของเบนและทีมงาน และจากการจัดสัมมนาเชิญกลุ่มเล็ก ๆ ให้ไปลองใช้ แล้วสอบถามฟีดแบ็กและ-ขอให้แนะนำต่อ …รวมแล้วประมาณ 5 พันคนเท่านั้น

จากนั้นในช่วง 5 เดือนแรกก็มีผู้ใช้ใหม่ ๆ เข้ามาแค่เฉลี่ยเดือนละแค่ราว 200 คนเท่านั้น โดยส่วนใหญ่มาจากรัฐไอโอวาและยูทาห์ ทั้ง ๆ ที่ออฟฟิศ Pinterest อยู่ในย่านซิลิคอนวัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

นั่นสะท้อนว่าแม้แต่ในชุมชนสตาร์ตอัปด้วยกันก็ไม่สนใจพินเทอเรสต์นักในช่วงแรกๆ  ทีมงานจึงยังคงไม่สามารถระดมทุนจาก Venture Capital ต่าง ๆ ได้

นักลงทุนหลายคนและกองทุนหลายแห่งที่เบนและเพื่อน ๆ เข้าไปพรีเซนต์ขอทุนนั้นบอกให้ทีมงานปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจใหม่ (เรียกว่าการทำ “Pivot”) มิฉะนั้นอย่าหวังว่าจะได้เงินทุน แต่ทีมงานก็ปฏิเสธและยังคงเชื่อมั่นในPinterestแบบเดิมนี้ต่อไป

จุดเปลี่ยนสู่ความสำเร็จ

5 เดือนแรกที่ความเงียบเหงาและผิดหวังผ่านไป มาถึงเดือนพฤษภาคม 2010 ก็มีบล็อกเกอร์ชื่อดังสายแต่งบ้านคนหนึ่งชื่อ Victoria Smith เขียนบล็อกตอนที่ชื่อว่า “What Home Meant to Them? … Pin It Forward.” (บ้านมีความหมายอย่างไรกันบ้าง? … ปักหมุดกันต่อ ๆ ไป!)

ใจความเนื้อหาบล็อกตอนนั้นคือชวนให้ผู้คนลงรูปมุมโปรดที่ตกแต่งเองในบ้าน แล้วชวนเพื่อน ๆ 5 คนขึ้นไปให้ลงรูปตามต่อ ๆ กันไปในพินเทอเรสต์

ผลคือผู้อ่านมากมายที่อยากมีส่วนร่วม จึงถ่ายรูปมุมโปรดในบ้านไปลงในพินเทอเรสต์ แล้วชวนคนอื่น ๆ ให้มาร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ แบบลูกโซ่

นั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้ Pinterest พลิกสถานการณ์จาก สุดแป้ก” เป็น สุดปัง” ซึ่งนั่นทำให้เบนและทีมงานตัดสินใจทาบทามดึงตัว Victoria Smith เข้ามาร่วมงานเป็น Community Manager ของ Pinterest

จากนั้นนอกจากรูปการแต่งบ้านแต่งห้องสวย ๆ แล้ว ก็ยังมีรูปอื่น ๆ ตามมาอีกมหาศาล เช่น ของสะสม ของเล่น ไปถึงร้านสวย ๆ วิวทิวทัศน์ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ฯลฯ … และเติบโตก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น สื่อโซเชียลเฉพาะด้าน” ที่นิยมกันทั่วโลก

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ธุรกิจสื่อบางอย่างนั้นถ้าอยากอยู่รอดและเติบโตได้  ต้องพยายามสร้างแคมเปญที่เป็น Viral สร้างการบอกต่อ (อย่างถูกต้อง)  ให้เป็นที่รู้จักและทดลองชมหรือใช้งานกันจริง ๆ จน “ติดตลาด”  ให้ได้ ให้ถึงขั้นเป็น “ลูกโซ่” (ที่ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่) ได้ก็ยิ่งดี

โตแรงต่อเนื่อง ในฐานะ “Social Media เฉพาะด้าน”

หลังจากนั้นPinterestก็โตแรงต่อเนื่อง โดยปีที่สี่ของPinterestคือ 2013 ยอดผู้ใช้รวมทั่วโลกมีกว่า 25 ล้านคน จากนั้นก็เติบโตต่อเนื่องเป็น 75.8 ล้านคนในปี 2015 … และถึงปัจจุบันในปี 2022  Pinterest มียอดผู้ใช้รวมประมาณ 480 ล้านคนแล้ว

ปี 2012 Pinterest ได้รับรางวัล Webby Award สาขา โซเชียลมีเดียยอดเยี่ยม” และยังได้รางวัล People’s Voice Award” สาขา “Best Functional Visual Design” (ออกแบบยอดเยี่ยมเพื่อการใช้งาน) และรางวัลอื่น ๆ แผนธุรกิจยอดเยี่ยมจากมหาวิทยาลัย Yale

และถ้าดูอันดับจำนวนผู้ใช้สื่อโซเชียลPinterestก็ขึ้นที่สามในสหรัฐอเมริกา ณ ปี 2012 เป็นรองเพียง Facebook และ Twitter

… แต่รางวัลมากมายแค่ไหน ผู้ใช้มากเท่าไรก็คงไม่พอ ถ้าธุรกิจไม่สามารถทำเงิน สร้างรายได้อย่างยั่งยืนด้วย

เปิดโมเดลธุรกิจ Pinterest

ผู้ใช้Pinterestตั้งแต่ยุคแรกถึงทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างมีกำลังซื้อ ชอบดูสินค้าและจับจ่ายออนไลน์ และนั่นนำมาซึ่งโมเดลธุรกิจที่จะใช้หารายได้เข้าบริษัทPinterestอย่างยั่งยืนได้

Pinterestหารายได้จากการโฆษณา โดยธุรกิจต่าง ๆ สามารถจ่ายเงินเพื่อดันรูปสินค้า หน้าร้าน ที่พัก ฯลฯ ของตัวเอง ให้ไปสู่กลุ่มเป้าหมายให้มากตามจำนวนงบโฆษณาที่มี

ระบบนี้ในพินเทอเรสต์เรียกว่า Promoted Pins”  …ซึ่งก็เป็นแนวทางคล้าย “Boost Post” ที่เรารู้จักกันดีใน Facebook นั่นเอง โดยระบบโปรโมต pin นี้สร้างรายได้ให้บริษัทPinterest มากถึง 80% ของรายได้ทั้งหมด

ส่วนรายได้อื่น ๆ อีก 20% นั้นมาจากรายได้ของบรรดา “บริษัทย่อย” หรือบริษัทลูก ๆ ที่Pinterestไปซื้อกิจการมา เช่น Jelly, Instapaper, รวมถึง Tote ซึ่งเป็นบริษัทแรก (ที่เคยล้มเหลว) ของเบนและหุ้นส่วนด้วย

เข้าสู่ตลาดหุ้น-และการวางมือของ Ben Silbermann

 บริษัทPinterestเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปี 2019 ด้วยชื่อย่อในการซื้อขายว่า PINS

…และมาถึงล่าสุดในรอบปี 2021 ที่ผ่านไป บริษัทPinterestมีรายได้ราว 2,600 ล้านดอลลาร์ ทำกำไรได้ 330 ล้านดอลลาร์ (เทียบตัวเลขรวม ๆ แล้วประมาณ 1 ใน 10 ของ Facebook) ถือเป็นบริษัทที่มีกำไรมั่นคงและยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

ปัจจุบันPinterestมีพนักงาน 3,430 คน เป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1 ใน 30 ของ Facebook)

 ส่วน Ben Silbermann ปัจจุบันมีหุ้นPinterestอยู่ประมาณ 10% คิดเป็นความมั่งคั่งประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์

และล่าสุด 29 มิถุนายน 2022ที่ผ่านมา Ben Silbermann ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทPinterest ประกาศลงจากตำแหน่ง CEO โดยย้ายขึ้นไปนั่งตำแหน่งประธานกรรมการ (Executive Chairman) กับยังนั่งในคณะกรรมการบริหารต่อไป

ส่วนซีอีโอคนใหม่ที่เขาเลือกขึ้นมา นามว่า Bill Ready มีประวัติเคยทำงานด้านระบบการรับจ่ายเงินที่กูเกิล  จึงสะท้อนว่าอนาคตของPinterestจากนี้ไปจะให้ความสำคัญกับเรื่อง Payment System” มากขึ้น  … ซึ่งก็น่าจับตาต่อไปว่าจะมีอะไรใหม่ ๆ ออกมาบ้าง?

ข้อมูลจาก

 

en.wikipedia.org/wiki/Ben_Silbermann

businessinsider.com/pinterest-founding-story-2012-4

techcrunch.com/2012/04/08/pinterest-startup-mountain

fundable.com/learn/startup-stories/pinterest

about.pinterest.com/en/node/19/mailto%3Apress%40pinterest.com

businessinsider.com/pinterest-founding-story-2012-4

forbes.com/sites/tomiogeron/2012/10/22/ben-silbermann-on-how-pinterest-slowly-grew-to-massive-scale/?sh=5d81d0ae2a81

entrepreneur-360.com/how-does-pinterest-make-money-12349

finance.yahoo.com/quote/PINS

investor.pinterestinc.com/press-releases/press-releases-details/2022/Pinterest-Appoints-Bill-Ready-as-CEO-Co-Founder-and-CEO-Ben-Silbermann-Transitions-to-Executive-Chairman

anthonyblumberg.com/blog/these-are-the-20-richest-millennials-in-the-usa-and-how-they-did-it

pcmag.com/how-to/get-organized-apps-and-tools-for-home-decorating-and-remodeling

fortune.com/2019/04/18/pinterst-ipo-ben-silbermann-stock-bessemer

 –

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน