กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ทำความรู้จัก CEO หญิงคนแรกของแมคโดนัลด์ไทย

แมคโดนัลด์ปีนี้ต้องเติบโต 20% พร้อมก้าวเป็นแบรนด์​ Chain Restaurant ที่ลูกค้าชื่นชอบมากที่สุด

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล กล่าวกับผู้สื่อข่าวครั้งแรก หลังเข้ารับตำแหน่ง CEO บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้บริหารแบรนด์แมคโดนัลด์ไทยเมื่อต้นปี 2565

เป้าหมายการเติบโตของแมคโดนัลด์ประเทศไทยถือเป็นการเติบโตครั้งแรกนับจากหลายปีที่ผ่านมา แมคไทย ประสบกับความท้าทายกับรายได้ที่ลดลงจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด QSR

โดยเฉพาะในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดในปี 2563 รายได้รวมของแมคโดนัลด์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท แมคไทย จำกัด มีรายได้รวมและผลกำไร-ขาดทุนดังนี้

2559 รายได้รวม 6,469.60 ล้านบาท กำไร 49.29 ล้านบาท

2560 รายได้รวม 6,581.58 ล้านบาท กำไร 2.68 ล้านบาท

2561 รายได้รวม 6,300.25 ล้านบาท ขาดทุน 310.01 ล้านบาท

2562 รายได้รวม 6,132.94 ล้านบาท ขาดทุน 304.09 ล้านบาท

2563 รายได้รวม 4,116.48 ล้านบาท ขาดทุน 335.47 ล้านบาท

2564 รายได้รวม 3,809.97 ล้านบาท ขาดทุน 190.58 ล้านบาท

 

ถ้าเราไม่ได้มองไปที่ภาวะขาดทุนของแมคไทยที่การขาดทุนนี้ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในด้านต่าง ๆ เพื่อพาแมคโดนัลด์ในประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

เป้าหมายรายได้ปีนี้ของแมคโดนัลด์ประเทศไทยถือเป็นความท้าทายที่น่าสนใจ เพราะถ้าสามารถเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ในปีนี้แมคโดนัลด์จะมีรายได้ที่ 4,572 ล้านบาท โดยประมาณ

และเป็นรายได้ที่มากกว่าในช่วงเวลาที่โควิด-19 ระบาดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ CEO หญิงคนนี้มั่นใจเช่นนั้น

 

“ตลอด 7-8 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ต้นปี 2565 แมคโดนัลด์มีการเติบโตเฉลี่ย 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

และในเดือนกรกฎาคม 2565 แมคโดนัลด์สามารถสร้างยอดจำหน่ายได้สูงสุดในปีนี้” กิตติวรรณกล่าวถึงความมั่นใจในเป้าหมายการเติบโต 20% ในปีนี้

การเติบโตของแมคโดนัลด์เธอมองว่าส่วนหนึ่งมาจากการปรับตัวในหลากหลายประการ เพื่อดึงดูดกำลังซื้อของผู้บริโภคให้เข้ามาเป็นลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ไปพร้อม ๆ กับสร้างความถี่ให้เกิดการเข้ามาใช้บริการซ้ำที่มากขึ้น

ซึ่งการเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์ที่แมคโดนัลด์ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ในอดีต และการต่อยอดสู่แนวทางธุรกิจ และการตลาดที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ประกอบด้วย

1.

ในปีที่ผ่านมาแมคโดนัลด์ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ 3D ซึ่งประกอบด้วย Delivery, Drive-Thru และ Digital

โดยในส่วนของ Delivery และ Drive-Thru ถือเป็นช่องทางที่ช่วยพยุงรายได้ให้กับแมคโดนัลด์อย่างน่าสนใจ

กิตติวรรณให้ข้อมูลว่าในปี 2564 ช่องทาง Delivery ของแมคโดนัลด์เป็นช่องทางที่มีการเติบโตมากถึง 232% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด และเป็นการเติบโตสูงสุดในประวัติการณ์

ส่วนช่องทาง Drive-Thru เติบโต 34%

การเติบโตของ Delivery ทำให้ในวันนี้แมคโดนัลด์มีสัดส่วนยอดขายมาจาก Delivery 40% Drive-Thru 20% และสาขา 40%

สำหรับในส่วนของ Digital แมคโดนัลด์มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค และเปิดตัวแอปพลิเคชันแมคโดนัลด์เพื่อจุดประสงค์ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ และเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

ในปีนี้กิตติวรรณยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ 3D ที่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ Hero สร้างการเติบโตให้กับแมคโดนัลด์ด้วยการต่อยอด Delivery, Drive-Thru และ Digital สู่ Omnichannel เชื่อมโยงประสบการณ์ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกับสิทธิพิเศษและพริวิเลจต่างๆ จากแอปพลิเคชัน

 

2.

พัฒนาและสร้างสรรค์เมนูใหม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และมีการจัดเซตราคาเมนูพิเศษในราคาที่เข้าถึงง่าย เช่น เมนูชุดสุดคุ้ม EVM-Extra Value Meal และ McSaver เป็นต้น

ในปีนี้แมคโดนัลด์ต่อยอดกลยุทธ์นี้ด้วยการเปิดตัวชุดสุดคุ้ม สุขทุกวัน 99 บาท กับเมนูเบอร์เกอร์ 4 ชนิด+เฟรนช์ฟรายส์ และน้ำอัดลม

และเบอร์เกอร์ยังเป็นเมนูที่กิตติวรรณมองว่าเป็น Iconic ของแบรนด์ที่ต้องการนำมาชูเป็นจุดเด่นนับจากนี้ต่อไป

ซึ่งหลังจากเปิดเซตชุดสุดคุ้ม สุขทุกวัน 99 บาทกิตติวรรณบอกว่าสามารถดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการได้เพิ่มขึ้น และคาดการณ์ว่า แคมเปญนี้จะดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้านได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่า

3.

สร้างประสบการณ์เชื่อมความสัมพันธ์กับแบรนด์ผ่านการปรับปรุงร้านใหม่ ปรับเปลี่ยนรูปแบบบริการ และนำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวก

ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาแมคโดนัลด์มีการทยอยปรับปรุงสาขาเดิมให้มีคอนเซ็ปต์ที่ทันสมัยและอบอุ่นมากขึ้น ซึ่งกิตติวรรณวางเป้าหมายการปรับปรุงสาขาจะทำอย่างน้อยปีละ 20 สาขา

เหตุผลที่แมคโดนัลด์ให้ความสำคัญในการปรับปรุงสาขามาจากการเห็นการเติบโตของยอดลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในสาขาที่ปรับปรุง  

ส่วนปีนี้วางแผนปรับปรุงสาขาเพิ่มขึ้นอีก 23 สาขา

พร้อมกับนำแนวคิด QSC (Quality, Service และ Cleanliness) คุณภาพ บริการที่รวดเร็ว และความสะอาดมาผสมผสานกับเทคโนโลยี คลาวด์ และ IoT มาช่วยเก็บและประมวลผลข้อมูลด้าน Food Safety ตรวจสอบคุณภาพอาหารและบริการเพื่อให้บริการกับลูกค้าในทุกสาขาภายในสิ้นปีนี้

ไปพร้อม ๆ กับให้ความสำคัญกับบริการในร้าน เพื่ออำนวยความสะดวกกับลูกค้า ให้ลูกค้าสามารถเลือกสั่งอาหารผ่านเคาน์เตอร์ หรือ ตู้คีออส และสามารถเลือกรับอาหารด้วยตัวเอง

พร้อมกับจัดตั้งทีมพนักงานให้พนักงานเสิร์ฟถึงโต๊ะตามที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงมีพนักงานต้อนรับที่คอยบริการลูกค้าในทุกเรื่องในร้าน

การมีพนักงานเสิร์ฟถึงโต๊ะและพนักงานต้อนรับ กิตติวรรณมองว่าเป็นการสร้างความแตกต่างจากแบรนด์ QSR อื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีแผนในการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เน้นไปที่สาขาที่มีโอกาสในการสร้างรายได้เป็นหลัก

ในปีที่ผ่านมาแมคโดนัลด์เปิดสาขาเพิ่ม 10 สาขา

ส่วนในปีนี้คาดการณ์เปิดสาขาใหม่ประมาณ 9 สาขา นับจากต้นปีถึงปัจจุบันเปิดสาขาไปแล้วทั้งสิ้น 4 สาขาที่สระบุรี 1 สาขา และเป็นสาขาแรกของจังหวัด และสนามบินสุวรรณภูมิ 3 สาขาเพื่อรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่กำลังจะกลับมา

และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 2-3 สาขาจนถึงสิ้นปี

การปรับปรุงสาขาและบริการของแมคโดนัลด์ประเทศไทย เป็นหนึ่งในแนวทาง Experience of Future ซึ่งเป็นทิศทางที่แมคโดนัลด์ทั่วโลกนำปรับใช้ให้บริการเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี สำหรับตลาดร้านอาหาร ในประเทศไทยปีที่ผ่านมามีมูลค่า 3.6 แสนล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2563 ที่มีมูลค่า 4.04 แสนล้านบาท

ส่วนตลาดเบอร์เกอร์มีมูลค่า 9,000 ล้านบาท

 

Marketeer FYI

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ผู้กลับมาเป็น CEO ในบ้านหลังเก่า

กิตติวรรณถือเป็น CEO หญิงคนแรกของแมคโดนัลด์ประเทศไทย

ก่อนที่เธอจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง CEO แมคโดนัลด์ประเทศไทย เธอเคยร่วมงานกับแมคโดนัลด์ประเทศไทย มาก่อนในฐานะ Marketing ในยุคของเดช บุลสุข ผู้ก่อตั้งแมคโดนัลด์ ก่อนที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ จากการเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทโฆษณาและที่ปรึกษาด้านการตลาด

ก่อนที่จะถูกทาบทามให้กลับมาเป็นที่ปรึกษากับแมคไทยอีกครั้งในปีที่ผ่านมา และได้รับแต่งตั้งเป็น CEO เมื่อต้นปีนี้

ในอดีตที่ผ่านมาเธอเคยมีผลงานสร้างสีสันให้กับแมคโดนัลด์อย่างต่อเนื่อง เช่น เป็นผู้ริเริ่มเมนูที่เป็นโลคอลอย่าง เบอร์เกอร์ข้าวเหนียวหมูย่าง แมคส้มตำเชคเกอร์ เป็นผู้เปิดตลาดแมคคาเฟ่ และอื่น ๆ

สำหรับการเข้ามารับตำแหน่ง CEO ของเธอ เธอมองว่าความท้าทายของแมคโดนัลด์ในปีนี้กับในอดีตของเธอได้เปลี่ยนไปมาก

โดยความท้าทายในปีนี้จะเป็นเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้กับการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

และเป้าหมายของเธอต่อจากนี้ไป คือพาแบรนด์แมคโดนัลด์เป็นผู้นำในตลาดเบอร์เกอร์ที่ไม่มีแบรนด์ไหนขึ้นมาเป็นผู้นำแทนได้ จากปัจจุบันที่แมคโดนัลด์มีส่วนแบ่งตลาด 60% ในตลาดเบอร์เกอร์ทั้งหมด

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน