Aramco บริษัทน้ำมันของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเผยว่า ไตรมาส 2 ที่ผ่านมาทำเงินเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล โดยนับเฉพาะกำไรก็สูงถึง 48,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,700,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 90% จากไตรมาสนี้ของปี 2021 เพราะปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับขึ้น

หลังประเทศแถบยุโรปพากันหันไปสานสัมพันธ์กับตะวันออกกลาง เพื่อลดหรือตัดการพึ่งพาน้ำมันจากรัสเซีย ที่แตกหักกันเพราะก่อสงครามยูเครน   

ตัวเลขดังกล่าวสร้างความยินดีให้ทั้งผู้บริหารของ Aramco และรัฐบาลซาอุฯ เพราะเป็นผลกำไรที่มากเป็นสถิติใหม่ ท่ามกลางผลประกอบการที่สูงถึง 87,900 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,100,000 ล้านบาท) ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเงินก้อนใหญ่ไปลงทุนต่อในโครงการต่าง ๆ ทั้งสาธารณูปโภค แหล่งท่องเที่ยว และเมืองใหม่ รวมไปถึงการเตรียมพร้อมและการปฏิรูปประเทศในโครงการ Vision 2030   

Amin Nasser–CEO ของ Aramco กล่าวว่า ข่าวดีของ Aramco ครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าโลกยังคงต้องการน้ำมันในช่วงตลาดน้ำมันผันผวนจากสถานการณ์ต่าง ๆ และวิกฤตเศรษฐกิจ แม้กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากน้ำมันไปสู่พลังงานรูปแบบอื่น ๆ เช่น ไฟฟ้า ที่ใช้ขับเคลื่อนรถ EV ก็ตาม

ข่าวดีของ Aramco ปีนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 4,600 บาท) และทำให้บริษัทน้ำมันรายใหญ่ (Big oil) แห่งอื่น ๆ ของโลกอย่าง Shell และ BP ทำเงินได้มหาศาลในไตรมาสล่าสุดเช่นกัน

สำหรับ Aramco ปีนี้ถือว่าเป็นปีทอง เพราะราคาน้ำมันที่แพงขึ้นนี้ ทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้น โดยเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมาแซง Apple ขึ้นเป็นบริษัทอันดับ 1 ของโลก

และเม็ดเงินจากราคาน้ำมันนอกจากกระจายไปสู่โครงการต่าง ๆ ในประเทศแล้ว ยังทำให้กองทุนเพื่อความมั่งคั่งของรัฐบาลซาอุฯ (PIF) กระจายการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ นอกอุตสาหกรรมน้ำมัน (Non oil) เช่น ยานยนต์

ด้วยการซื้อหุ้นก้อนใหญ่ของ Aston Martin บริษัทรถหรูอังกฤษ และ Lucid บริษัทรถ EV ในสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังไปซื้อสโมสร New Castle ของ Premier League อังกฤษอีกด้วย/theguardian, cnbc



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน