ช่วงยุค 80 ไม่ใช่เฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นเท่านั้นที่ยึดตลาดเอเชีย เพราะในแวดวงบันเทิง โอชิน ซีรีส์โทรทัศน์ที่เล่าถึงการฝ่าฟันอุปสรรคของตัวละครหญิงสู้ชีวิตในชื่อเดียวกัน ยังเป็นรายการที่คนทั่วเอเชียเกาะจอรอดู

โอชิน 

ข้ามมายุค 90 รถและเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่น ทั้ง Sony และ Toyota ก็ยังได้รับความนิยม ส่วนในฝั่งบันเทิงเพลง J-pop อย่าง Arashi และ J-rock อย่าง X-Japan คือเบอร์ต้น ๆ

ความสำเร็จดังกล่าวต่อยอดสู่ Cool Japan โครงการผลักดันและส่งออกวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากมาย รวมไปถึงการ์ตูนและคาแรกเตอร์ต่าง ๆ ให้เป็นนิยมมากยิ่งขึ้นในต่างประเทศ จนเป็นหนึ่งในแคมเปญ Promote และ Branding ประเทศอันเป็นที่จดจำ

แต่ปัจจุบัน ‘ความญี่ปุ่น’ คงไม่เจ๋งอีกต่อไปแล้วในตลาดเอเชีย ซึ่งประเทศที่แซงขึ้นมาคือ เกาหลีใต้ เพื่อนบ้านแถบเอเชียตะวันออกนั่นเอง 

หนึ่งในตัวอย่างที่ยืนยันถึงขาลงของญี่ปุ่นคือ เพลง Flying High ของ JKT48 วงไอดอลหญิงล้วนอายุ 10 ปีของอินโดนีเซีย ซึ่งมีต้นแบบมาจาก AKB48 ของญี่ปุ่น ที่ตัวเพลงมีลักษณะเหมือนเป็น K-pop อย่างมาก และนอกจากนี้ MV ก็โทนไปทาง K-pop

ทีมเบื้องหลังของ JKT48 เผยว่าที่เปลี่ยนโทนเพลงเป็น K-pop เพราะได้คู่โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน-แคนาดาที่เคยทำงานกับ BTS กลุ่มบอยแบนด์ K-pop มาทำเพลงให้ และเห็นว่าสอดคล้องกับความนิยมของวัยรุ่นอินโดนีเซียยุคนี้

กระแสตอบรับถือว่าประสบความสำเร็จทีเดียว โดย MV เพลง Flying High มียอดกดเข้าดูบน Youtube 2.4 ล้านครั้ง ถือว่าการกดเข้าไปดูหรือที่เรียกกันติดปากในภาษาไทยว่ายอดวิว ที่เพิ่มขึ้นเร็วสุดของวงนี้แล้ว

การเสื่อมความนิยมในอินโดนีเซียของวัฒนธรรมญี่ปุ่นถึงขนาดที่ JKT48 ต้องปรับตัวนี้ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในประเทศขนาดใหญ่สุดของกลุ่ม ASEAN เท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากแทบไม่มีการกระตุ้นแคมเปญ Cool Japan ให้เห็นเลย

หลักฐานความผิดพลาดดังกล่าวคือ ที่รถไฟ MRT ในกรุงจาการ์ตาที่สร้างจากทุนรัฐบาลญี่ปุ่น แทบไม่มีโฆษณาของสินค้าเลย ตรงข้ามกับแบรนด์เกาหลีใต้ที่ใช้วงดังอย่าง BTS ที่มีให้เห็นพอสมควร

รายงานเชิงวิเคราะห์ของ Nikkei จากทัศนะของผู้สื่อข่าวชาวอินโดนีเซียระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นไม่จริงจังในการกระตุ้นแคมเปญ Cool Japan อินโดนีเซีย นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่นที่ดูแลการผลักดันแคมเปญนี้ อันได้แก่กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม ที่เรียกรวมกันว่า METI กับกระทรวงการต่างประเทศก็ไม่ได้มีการแบ่งงานกันให้ชัดเจน

ตรงข้ามกับของเกาหลีใต้ที่ KCC ซึ่งรัฐบาลมอบหมายให้ส่งเสริมและผลักดันวัฒนธรรมพร้อมทั้งอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ในต่างประเทศ รวมถึงในอินโดนีเซียอย่างจริงจัง จนถือได้ว่าประสบความสำเร็จทีเดียว

ยืนยันได้จากรายงานจาก Twitter ที่ว่า อินโดนีเซียคือประเทศที่โพสต์เรื่อง K-pop มากสุดเมื่อปี 2021 ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากประชากรวัยรุ่นอายุไม่ถึง 30 ปีของอินโดนีเซียที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

จากนี้ต้องจับตาดูว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะกลับมากระตุ้นแคมเปญ Cool Japan หรือไม่ โดยถ้าช้าอาจส่งผลไปถึงสินค้าประเภทอื่น ๆ อย่างรถยนต์ด้วย เพราะ Hyundai เป็นรถ EV ที่ขายดีสุดของอินโดนีเซีย และกลุ่มที่สนใจไปชมรถ EV ของ Hyundai มากสุดตามโชว์รูมก็คือกลุ่มวัยรุ่นกับคนวัยทำงานช่วงแรก ๆ ที่น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับแฟน ๆ K-pop นั่นเอง

สำหรับความคลั่งไคล้กระแส K-pop ของชาวอินโดนีเซีย เคยมีครั้งหนึ่งที่เป็นข่าวดัง โดยเมื่อกลางปี 2021 McDonald ได้จับมือกับวง BTS ทำชุด Happy Meal ออกมาในช่วงสถานการณ์โควิด เพื่อหวังกระตุ้นยอดสั่งออนไลน์ในอินโดนีเซียผ่านเหล่าพนักงานส่งอาหารของ GoJek

แต่ปรากฏว่าหลายร้านในกรุงจาการ์ตามียอดซื้อชุด Happy Meal ของ BTS เข้ามาอย่างล้นหลาม เกิดความแออัดของพนักงานส่งอาหารแบบร้านแทบแตก ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดระบาดเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นมา จนที่สุดต้องให้ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ และปิดร้านไปเป็นการชั่วคราว/nikkei, cna



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน