อิตาลี ทำไมเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงกาแฟของยุโรป

รู้หรือไม่ กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของโลก โดยกาแฟเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งเป็นรองแค่น้ำมันเท่านั้น ในแต่ละปีจะมีเมล็ดกาแฟจำนวน 110-120 ล้านกิโลกรัม ถูกขายออกสู่ตลาดทั่วโลก ซึ่งสามารถชงกาแฟได้ประมาณ 4 แสนล้านแก้วต่อปี

และเป็นที่รู้กันว่าประเทศแรกในยุโรปที่นำเข้ากาแฟก็คือ ประเทศอิตาลีนั่นเอง แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องทำกาแฟ Espresso เครื่องแรกของโลกถูกประดิษฐ์ขึ้นมาในอิตาลี รวมไปถึงคำศัพท์ที่เกี่ยวกับกาแฟจำนวนมากเป็นภาษาอิตาลีทั้งนั้น เช่น Cappuccino ที่ตั้งชื่อตามชื่อนักบวชกาปูชินในอิตาลี หรือ Latte ที่ในภาษาอิตาลีแปลว่า นม เป็นต้น

Early Morning Cappuccino at Sunrise along Traditional Italian Street in Rome, Italy

 

นอกจากนี้ อิตาลียังเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องสูตรกาแฟเอสเปรสโซ่อันเข้มข้น จนประเทศอื่น ๆ ต่างนำกาแฟจากอิตาลีไปขายในประเทศของตน ถือได้ว่าอิตาลีเป็นประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกกาแฟสูงติดอันดับ 6 ของโลก คิดเป็นเกือบ 6% ของการส่งออกกาแฟโดยรวมทั่วโลก จึงไม่เป็นเรื่องแปลกเลยที่อิตาลีมีแบรนด์กาแฟมีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่าง Kimbo, Segafredo Zanetti หรือ Lavazza เป็นต้น

 

ย้อนรอยการนำเข้ากาแฟของประเทศอิตาลี

กาแฟได้เข้าสู่ยุโรปครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 16 ผ่านทางการค้าขายระหว่างเวนิสกับแอฟริกาเหนือ อียิปต์ และดินแดนในตะวันออกกลาง โดยช่วงแรกนั้นกาแฟถูกใช้ในด้านพฤกษศาสตร์และการแพทย์เท่านั้น เพราะกาแฟถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มของปีศาจร้ายที่ลงทัณฑ์พวกมุสลิมไม่ให้สามารถดื่มไวน์อันเป็นเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ได้

จนกระทั่งในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 พระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 8 (Clement VIII) ได้ยอมรับเครื่องดื่มนี้หลังจากที่ได้ลิ้มลองตัวอย่างกาแฟที่พ่อค้าชาวเวนิสจัดหามาให้ ทำให้กาแฟเริ่มกลายเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายขึ้น และในปี 1665 ผู้แทนการทูตจากออตโตมันได้เดินทางไปยังฝรั่งเศส พร้อมกับการชงกาแฟแจกจ่ายให้แขกชาวยุโรปในงานราตรีสโมสรที่หรูหราแห่งหนึ่งในปารีส ทำให้กาแฟได้เริ่มแพร่หลายในยุโรปตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา สิ่งนี้จึงได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟในอิตาลีและประเทศอื่น ๆ ในยุโรป

 

การประดิษฐ์เครื่องชงกาแฟในอิตาลี

ในช่วงแรกผู้คนในอิตาลียังคงดื่มกาแฟแบบ Cezve (เชสเว) สไตล์ตุรกี ซึ่งเป็นการนำผงกาแฟมาต้มในหม้อ และดื่มโดยไม่กรองกากกาแฟ แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลาต้มค่อนข้างนาน จึงไม่ทันต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้า

ส่งผลให้ในปี 1884 นักประดิษฐ์ชาวอิตาลี Angelo Moriondo (อันเจโล โมรีออนโด) ได้ประดิษฐ์เครื่องชงกาแฟแบบ Espresso (เอสเปรสโซ) ขึ้นมาเครื่องแรกของโลก ซึ่งเครื่องชงกาแฟนี้ใช้แรงดันจากไอน้ำเป็นหลักในการบดกาแฟให้ละเอียด ทำให้ได้รสชาติเข้มข้นที่เรียกกันว่า Espresso

ซึ่งคำว่า Espresso มาจากคำว่า Esper mere ในภาษาอิตาลีที่แปลว่า กดออก โดยคำนี้ตรงกับแนวคิดการชงกาแฟของเครื่องแบบ Espresso ที่สามารถชงกาแฟในเวลารวดเร็วพอดี จึงใช้คำนี้ในการเรียกกาแฟแบบเข้มข้นว่า Espresso มาต่อ ๆ กันนั่นเอง

ตั้งแต่อิตาลีมีเครื่องชงกาแฟแบบ Espresso ก็ทำให้เกิดวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ Espresso ท่ามกลางผู้คนของอิตาลีขึ้นมา และสิ่งนี้ได้ส่งผลในวงการกาแฟในวงกว้างอีกด้วย

เพราะตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 ได้มีนักประดิษฐ์จำนวนมากคอยปรับปรุงเครื่องชงกาแฟแบบ Espresso ต่อจาก Angelo Moriondo ไม่ว่าจะเป็นในปี 1901 นักประดิษฐ์ Luigi Bezzera (ลุยจิ เบซเซร่า) ได้พัฒนาเครื่องชงกาแฟให้มีขนาดเล็กลงและเพิ่มแรงดันไอน้ำให้มากขึ้น ทำให้ช่วยลดเวลาในการชงกาแฟได้อีกเป็นเท่าตัว

ต่อมาในปี 1903 นักประดิษฐ์ Desiderio Pavoni (เดซิเดริโอ พาโวนี) ได้ออกแบบเครื่องชงกาแฟให้มีวาล์วควบคุมอุณหภูมิ และการปล่อยแรงดันได้จากวาล์วนี้เอง

ผ่านไปไม่นานในปี 1906 นักประดิษฐ์ผู้มากความสามารถอย่าง Luigi Bezzera และ Desiderio Pavoni ได้ร่วมมือกันพัฒนาเครื่องชงกาแฟ Espresso ให้มีประสิทธิภาพดีมากขึ้น ก่อนวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ LA PAVONI เป็นครั้งแรกในอิตาลี

แต่เครื่องชงกาแฟนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะรสชาติที่ได้จากเครื่องชงกาแฟนี้มีกลิ่มไหม้นิดๆ จากการใช้ความร้อนที่สูงเกินไปของไอน้ำนั่นเอง ทำให้ในปี 1938 Giovanni Achille Gaggia (จิโอวานนี่ อาชิลล์ กัจจา) ได้พัฒนาเครื่องชงกาแฟ Espresso ชนิดที่ใช้แรงดันน้ำแทนไอน้ำ โดยรสชาติกาแฟที่ได้จากเครื่องนี้ จะไม่มีกลิ่นไหม้และมีรสชาติที่อร่อยสมบูรณ์แบบนั่นเอง

นอกจากนี้ เครื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเครื่องชงกาแฟเครื่องแรกของโลก ที่สามารถทำให้กาแฟที่กดออกมาจากเครื่องมีครีม หรือ Crema ในภาษาอิตาลี ลอยอยู่ด้านบนสุดของกาแฟ Espresso

ด้วยเหตุนี้ เครื่องชงกาแฟของ Giovanni Achille Gaggia จึงกลายเป็นต้นแบบของเครื่องชงกาแฟ และได้มีการผลิตเครื่องนี้มาจนถึงปัจจุบัน สิ่งนี้จึงถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับการดื่มกาแฟในอิตาลี และได้กลายเป็นมรดกของอิตาลีนั่นเอง

ถือได้ว่าหากไม่มีนักประดิษฐ์จากอิตาลีปัจจุบันคงไม่มีเครื่องดื่มกาแฟต่าง ๆ เพราะ Espresso เป็นเครื่องดื่มพื้นฐานของเครื่องดื่มอื่น ๆ มากมาย เช่น Cappuccino หรือ Latte เป็นต้น

 

การเริ่มต้นวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวอิตาลี

ในระหว่างการพัฒนาเครื่องชงกาแฟ วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวอิตาลีก็ได้เริ่มต้นขึ้น โดยชาวอิตาลีได้เริ่มใช้ร้านกาแฟเป็นจุดนัดพบ เพื่อพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เหมือนวัฒนธรรมการดื่มชาในอังกฤษ

โดยร้านกาแฟส่วนใหญ่ในอิตาลีจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ บาร์ ซึ่งเป็นร้านกาแฟแบบยืนดื่มที่เคาน์เตอร์ ในร้านจะไม่มีที่นั่ง ถือว่าเป็นดื่มกาแฟ เพื่อพักเบรกชั่วคราวเท่านั้น ส่วนอีกหนึ่งรูปแบบเป็นคาเฟ่ ซึ่งเน้นการตกแต่งร้านเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะกับการพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ

ซึ่งวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของอิตาลีนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 40 จนได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และได้ส่งผลต่อวัฒนธรรมกาแฟทั่วโลก ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากกาแฟอิตาลี Espresso นั่นเอง

 

และนี่คือเหตุผลว่าทำไม อิตาลี จึงเป็นภาษาสากลของกาแฟ

อย่างที่เป็นที่รู้กันว่า Espresso เป็นภาษาอิตาลี แต่รู้หรือไม่ว่าชื่อเครื่องดื่มอื่น ๆ ก็เป็นภาษาอิตาลี ทั้ง ๆ ที่จุดเริ่มต้นของกาแฟมีต้นกำเนิดในที่ราบสูงเอธิโอเปีย และถูกค้นพบโดย Kaldi คนเลี้ยงแพะ แล้วอะไรทำให้ชื่อกาแฟต่าง ๆ เป็นภาษาอิตาลีกันแน่

เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ กาแฟทุกอย่างใช้เบสจาก Espresso เป็นหลัก ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมีศูนย์กลางอยู่ที่อิตาลีนั่นเอง อีกทั้งวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของอิตาลีได้เติบโตขึ้น และ Espresso ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้น ทำให้ในช่วงทศวรรษ 1980 ร้านกาแฟและเมนูส่วนใหญ่นิยมใช้ภาษาอิตาลีในชื่อร้านกาแฟและเมนูของร้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างเราเห็นในปัจจุบันที่ชื่อกาแฟต่าง ๆ อย่างคาปูชิโน หรือลาเต้เป็นภาษาอิตาลีนั่นเอง

 

ที่มา:

Espresso In Italian Coffee Culture

-https://pontevecchiosrl.it/en/the-history-of-espresso-coffee-how-it-was-prepared-in-italy-before-the-19th-century/

https://www.seriouseats.com/coffee-history-luigi-bezzera-inventor-of-the-espresso-machine

http://www.historyofcoffee.net/coffee-history/history-of-espresso/

https://www.smithsonianmag.com/arts-culture/the-long-history-of-the-espresso-machine-126012814/

History of Espresso & La Marzocco

https://esquirescoffee.co.uk/news/history-espresso/

https://www.ncausa.org/about-coffee/history-of-coffee

https://www.italianschool.sg/all-you-need-to-know-about-coffee/

https://www.thinkinitalian.com/italian-coffee/

https://www.batchcoffee.co.uk/stories/italian-coffee

https://en.wikipedia.org/wiki/Coffee_in_Italy

https://recipes.howstuffworks.com/why-italian-is-international-language-coffee.htm

Italian Coffee: What You Need to Know

https://www.italyfoodies.com/blog/types-of-italian-coffee-culture-in-italy

I-

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน