1. ตลาดโรงเรียนกวดวิชา ในปี 2558 มีมูลค่าประมาณ 8,189 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 6.8% จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของจำนวนโรงเรียนกวดวิชาที่มาพร้อมกับการแข่งขันกันรุนแรง จากผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดมากขึ้นทั้งสถาบันกวดวิชาแบรนด์ตัวเอง และการซื้อแฟรนไซส์โรงเรียนกวดวิชาที่มีเชื่อเพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง

2.ถึงแม้ว่าตลาดโรงเรียนกวดวิชาในปีนี้อาจมีการปรับค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้น จากการผลักภาระด้านต้นทุนภาษีที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลกับโรงเรียนกวดวิชา 20% เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมาไปยังผู้เรียน แต่คาดการณ์ว่าตลาดนี้ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ปกครองและนักเรียนน่าจะยังคงให้ความสำคัญกับการเรียนกวดวิชาเพื่อเสริมความรู้ให้กับนักเรียนที่อ่อนบางวิชา และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับเพื่อนนักเรียนในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลที่มีชื่อเสียง

3.ในปี 2556ที่มหาวิทยาลัยและสถาบันของรัฐในสังกัดหรือกำกับของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สามารถรองรับนักศึกษาใหม่ได้ 80,130 คน แต่กลับมีผู้สมัครเข้าศึกษาในระบบ Admissions 113,410 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2555 ที่มีผู้สมัครเข้าศึกษาในระบบ Admissions 122,169 คน ในขณะที่มหาวิทยาลัยและสถาบันของรัฐในสังกัดหรือกำกับของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สามารถรองรับนักศึกษาใหม่ได้ 64,000 คน

ตลาดโรงเรียนกวดวิชา

วิชาการผสานความคุ้มค่า

4.กลยุทธ์การตลาดของโรงเรียนกวดวิชาในปัจจุบัน เน้นการนำเสนอความคุ้มค่าเพื่อดึงดูดนักเรียนให้เข้ามาเรียน ผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมอบส่วนลดเมื่อสมัครเรียนพร้อมกันหลายหลักสูตรสามารถนำไปเรียนกับสาขาใดก็ได้ กระตุ้นให้เกิดการเรียนหลักสูตรเพิ่มในสถาบันกวดวิชานั้นๆ และเชื่อมต่อสัมพันธ์ภาพอันดีกับนักเรียนที่เข้ามาเรียนในสถาบันกวดวิชาในระยะยาวผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จะเป็นศูนย์กลางของคอมมูนิตี้ระหว่างนักเรียนด้วยกัน ด้วยการออกแบบสถานที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงเวลาว่าง, ติวหนังสือเป็นกลุ่ม หรือส่วนตัว ช่องทางในการติดต่อติวเตอร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค การให้คำแนะนำด้านการศึกษา ข่าวสารการสอบเข้ามหาวิทยาลัย พร้อมรับสมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ และกิจกรรมในเทศกาลต่างๆ เพื่อเกิด Word of mouth แนะนำเพื่อนหรือรุ่นน้องมาเรียนจากรุ่นสู่รุ่น

5.แม้ว่าโรงเรียนกวดวิชาจะมีผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าตลาด ซึ่งมีชื่อเสียงในการเปิดหลักสูตรการเรียนในแต่ละรายวิชาอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดของสาขาที่ไม่สามารถรองรับความต้องการของนักเรียนได้ทั้งหมด โดยเฉพาะ นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ต้องการเรียนเสริมในรายวิชาต่างๆเพื่อยกระดับผลการเรียนในโรงเรียน และเตรียมความพร้อมสู่การสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย และก่อให้เกิดผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดโรงเรียนกวดวิชาอย่างต่อเนื่อง

6.นอกจากภาพลักษณ์ของการสรุปเนื้อหาอย่างตรงประเด็น สอนเทคนิคการทำข้อสอบ ใช้เวลาเรียนไม่มาก โดยใช้เทคนิคการสอนที่เพลิดเพลินแล้ว ทำเลของโรงเรียนกวดวิชายังเป็นหนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ โรงเรียนกวดวิชาในทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีการคมนาคมที่สะดวก โดยมีการใช้สถานที่หรืออาคารร่วมกันเพื่อเป็นจุดศูนย์กลาง หรือ One – Stop Service ในการเดินทางมาเรียนกวดวิชาสำหรับนักเรียน จะเผชิญกับต้นทุนค่าเช่าสถานที่ที่สูงกว่าทำเลอื่นๆ

7.ในระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่า โรงเรียนกวดวิชายังคงขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายฐานผู้เรียนใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหัวเมืองรองต่างๆ แต่ในปี 2558 นี้ เป็นปีที่โรงเรียนกวดวิชาประกอบธุรกิจท่ามกลางแนวโน้มต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โรงเรียนกวดวิชาจึงน่าจะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกทำเลที่ตั้งที่จะขยายสาขาอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยต้องเป็นพื้นที่ที่มีการกระจุกตัวของนักเรียน ผู้ปกครองมีความสามารถในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนกวดวิชา รวมถึงการแข่งขันของโรงเรียนกวดวิชาในพื้นที่ยังไม่รุนแรงมากนัก

8.ในปี 2556 มีจำนวนโรงเรียนกวดวิชารวม 2,342 แห่ง แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 565 แห่ง และในภูมิภาค 1,777 แห่ง เพิ่มขึ้น 16.8% จากในปี 2555 ที่มีจำนวนโรงเรียนกวดวิชารวม 2,005 แห่ง และมีจำนวนนักเรียนที่เรียนกวดวิชารวม 535,695 คน เพิ่มขึ้น 18.0% จากในปี 2555 ที่มีจำนวนนักเรียนที่เรียนกวดวิชารวม 453,881 คน

 

ที่มา : ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย, มีนาคม 2558

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer