
ตลาด Big Bike ในประเทศไทยที่มีเครื่องยนต์ 500 CC.ขึ้นไปปี 2558 คาดการณ์เติบโต 15-20% จากปีที่ผ่านมาหรือมียอดจำหน่ายที่ 15,000 คัน ซึ่งเป็นการเติบโตที่ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากตัวแปรหลัก 3 ประการได้แก่ 1.ราคา Big Bikeที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง 2.การมี Big Bike รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง 3.การจัดอีเวนโรดโชว์ของแบรนด์ Big Bike ต่างๆ เช่นดูคาติ รวมถึงการจัด Expo ขนาดใหญ่ที่รวมแบรนด์ Big Bike ที่หลากหลาย และ4.กำลังซื้อที่มากขึ้นของผู้บริโภคจากเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมา
ในปีนี้ตลาด Big Bike มีการเติบโตไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา ที่กลุ่มเป้าหมายตื่นเต้นกับรถรุ่นใหม่ๆ ทำให้หลายแบรนด์เริ่มลงเล่นสงครามราคา ด้วยการนำเสนอราคาที่ใกล้เคียงกับคู่แข่ง พร้อมโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ตลาดหลักของ Big Bike ยังคงเป็นตลาดราคาไม่เกิน 300,000 บาท 70% และกลุ่มพรีเมียมราคาสูงกว่า 400,000 บาท 30% เท่านั้น
ในปัจจุบันตลาด Big Bike แข่งขันกัน 4 ด้านได้แก่ 1. ดีไซน์ ตัวถึงที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว 2. Promotion ดึงดูดความสนใจ 3.ประสบการณ์ในการขับขี่ของลูกค้า 4. บริการหลังการขายดี รวดเร็ว มีการสำรองสต็อกอะไหล่เพียงพอต่อความต้องการ
ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ Big Bike จากเหตุผลหลัก 5 ประการคือ1.Brand ที่มีชื่อเสียง บ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ขับ 2.Design/Function การออกแบบภายนอกและฟังก์ชั่นของตัวรถที่ตอบสนองความต้องการต่างๆเช่น เชื่อมต่อหน้าจอกับสมาร์ทโฟน ระบบ Cruise Control เป็นต้น 3. ราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ 4.คลับ/สังคมของผู้ขับรถแบรนด์เดียวกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ซึ่งกันและกัน 5.บริการหลังการขาย
