รถ Forklift ฟันเฟืองในระบบ Logistics

รถ Forklift คงไม่ใช่สินค้าที่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนสินค้าในหมวด FMCG มากนัก

แต่คูณรู้หรือไม่ว่า ของแทบทุกอย่างที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ต้องเคยผ่านรถ Forklift มาทั้งนั้น !!

เพราะเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงาน ก็ต้องถูกขนผ่าน Forklift มาทีละชิ้น แล้วมาประกอบ พอผลิตสินค้าออกมาก็ต้องรวบรวมบรรจุใส่ลัง จากนั้นรถForklift ก็ขนลังเหล่านั้นขึ้นรถบรรทุก ไปที่ท่าเรือ รถ Forklift ก็ขนลังลงเพื่อไปใส่ตู้คอนเทนเนอร์ และก็ส่งไปทั่วโลก

จะเห็นได้ว่ารถ Forklift มีบทบาทสำคัญอย่างมากในโลจิสติกส์

 

– – – ญี่ปุ่น ผู้ผลิตรถ Forklift รายใหญ่ของโลก – – –

ปัจจุบัน ญี่ปุ่น เป็นผู้ผลิตรถ Forklift อันดับหนึ่งของโลก ที่แม้แต่ประเทศในสหรัฐฯ หรือ ยุโรป ก็ยังต้องยอม

สาเหตุหลักมาจากการเร่งพัฒนาประเทศหลังช่วงสงครามโลก ทำให้ญี่ปุ่นต้องเร่งการผลิตและการก่อสร้าง

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา Marketeer ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงานของ Mitsubishi Logisnext หนึ่งในผู้ผลิตรถ Forklift ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โดย Mitsubishi Logisnext เกิดจากการรวมตัวกันระหว่าง 4 บริษัท

1.Nippon Yusoki ก่อตั้งในปี 1937 เป็นผู้ผลิตรถ Forklift ไฟฟ้ารายแรกของญี่ปุ่น
2.Mitshubishi Heavy Industries ก่อตั้งในปี 1970 เริ่มตั้งโรงงานผลิต Forklift

ทั้ง 2 บริษัทรวมตัวกัน ในปี 2013 ใช้ชื่อว่า Mitsubishi Nichiyu Forklift โดยมีจุดเด่นก็คือ รถ รถ Forklift ไฟฟ้า รถ Forklift เครื่องยนต์ดีเซล ระบบการจัดการในโรงงาน และชิ้นส่วนของรถ Forklift ต่างๆ

3.Toyo Carrier Manufacturing ก่อตั้งในปี 1949
4.Nissan Forklift ก่อตั้งในปี 1957

ทั้ง 2 บริษัทรวมตัวกันในปี 2011 ใช้ชื่อว่า UniCarriers Corporation โดยมีจุดเด่นคือ รถ Forklift ขนาดใหญ่ รถพิเศษที่ใช้ทำงานเฉพาะทาง เครื่องจักรก่อสร้าง ระบบโลจิสติกส์ในท่าเรือ

 

และในปี 2017 นี้เอง ที่ Mitsubishi Nichiyu Forklift และ UniCarriers Corporation รวมบริษัทกัน โดยใช้ชื่อว่า Mitsubishi Logisnext ที่รวมเอาความเชี่ยวชาญของทุกบริษัทมาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรถ Forklift ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เครื่องดีเซล เครื่องไฟฟ้า ควบคุมด้วยคน ควบคุมด้วยหุ่นยนต์ ระบบจัดการโรงงาน หรือเรียกง่ายๆว่า เป็นเจ้าพ่อ Logistics ของญี่ปุ่นก็ว่าได้

กลยุทธ์การควบรวมแบบนี้ Mitsubishi Logisnext เรียกมันว่า GLOCAL ซึ่งเป็นการรวมระหว่าง Global + Local นั่นก็คือการรวมตัวกันของแบรนด์ในญี่ปุ่น เพื่อความแข็งแกร่ง และขยายไปสู่ตลาดโลกอย่างมั่นคง

 

ผู้บริหารของ Mitsubishi Logisnext กล่าวว่า “ปัจจุบัน Toyota เป็นเบอร์ 1 ในตลาดรถ Forklifts ของญี่ปุ่น ด้วยส่วนแบ่ง 42% ส่วน Mitsubishi เป็นอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 34% ฉะนั้นความท้าทายเดียวของเราก็คือ การขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดนี้ ซึ่งหลังจากที่มีการควบรวมบริษัท ยอดขายเพิ่มขึ้น มีการเติบโตทางธุรกิจมากขึ้น”

ซึ่ง Mitsubishi Logisnext เชื่อว่าพวกเขาสามารถทำได้ เพราะสินค้าที่มีคุณภาพไม่แพ้ใคร โดยรถ Forklifts ของเรามีคุณภาพดีกว่า อายุการใช้งานมากกว่าคู่แข่งด้วยซ้ำ

นอกจากรถ Forklifts แล้ว Mitsubishi Logisnext ยังมีระบบการจัดการโลจิสติกส์อัตโนมัติอีกด้วย อย่างเช่น Warehouse ที่มีเครื่องจักรคอยหยิบของทุกอย่างตามออเดอร์ และตอนนี้รัฐบาลญี่ปุ่น กับ Mitsubishi Logisnext ก็มีแผนพัฒนา โลจิสติกส์ที่ท่าเรือของญี่ปุ่นอีกด้วย

 

– – – UMWS ผู้จัดจำหน่าย รถ Forklifts ของ Mitsubishi เพียงรายเดียวในไทย – – –

ในไทย บริษัท ยูไนเต็ด มอเตอร์เวิกส์ (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ “UMWS” เป็นผู้จัดจำหน่ายและทำด้านการตลาด ให้กับ Mitsubishi Logisnext ของไทยเพียงรายเดียว

กมลทิพย์ เงินรวงผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการเงินและบริหารงานทั่วไป ของ UMWS กล่าวว่า “ตลาดรถ Forklift ของไทยนั้นยังเติบโตได้ดี โดยสัดส่วนรายได้ของรถ Forklift ของเราอยู่ที่ 70% อีก 30% มีทั้ง รถกระเช้า รถขุด อุปกรณ์ในศูนย์ซ่อมรถยนต์ ”

กลยุทธ์ในการเติบโตของ UMWS มาจากหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือการเข้าใจลูกค้า เช่น ธุรกิจของลูกค้า ต้องการ รถ Forklift ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว UMWS ก็ต้องจัดการให้ได้ บางรายไม่จำเป็นต้องซื้อเอง ก็มีแผนเช่า หรือซื้อรถมือสองไปใช้ เป็นต้น

นอกจากนั้น UMWS ยังเป็นพันธมิตรกับ Authorized Dealer ที่ลาว รวมถึงการจ้างพนักงานชาวเมียนมา เพื่อศึกษาตลาดในอนาคตด้วย เนื่องจากตอนนี้ CLMV มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงมาก และเมื่อเศรษฐกิจเติบโตก็ต้องการกำลังผลิตสูง ก็ต้องมีโรงงาน และมีการใช้รถ Forklift มากขึ้นด้วย

โดย UMWS ตั้งเป้ารายได้ในไทยปี 2017 ไว้ที่ 850 ล้านบาท ซึ่งในปีต่อไป น่าจะแตะ 1,000 ล้านบาทได้ และอาจจะพิจารณาเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง

 

บทบาทของรถ Forklifts และโอกาสในการถูก Disrupt

ปัจจุบันเทรนด์การสร้างโรงงานที่ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคนมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในจีน สหรัฐฯ คำถามคือสินค้าอย่าง รถ Forklift จะได้รับผลกระทบบ้างไหม?

คุณกมลทิพย์ ตอบว่า ในแง่ของบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถ Forklift นั้นจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะสินค้ามีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จากใช้น้ำมัน ก็เป็นใช้ไฟฟ้า จากคนขับ ก็สามารถขับอัตโนมัติได้ ทำให้ UMWS ต้องพยายามหาสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น แต่คนที่กระทบจริงๆ นั้นอาจจะเป็นแรงงานมากกว่า เพราะอย่างในญี่ปุ่นก็สามารถสร้างโรงงานที่ลดการใช้แรงงานคนได้เยอะมาก

 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ก็จำเป็นจะต้องใช้รถ Forklift ทั้งนั้น

เพราะถึงแม้จะเป็นการผลิตสมาร์ทโฟนชิ้นเล็กๆ แต่เมื่อบรรจุใส่ลังหรือกล่องใหญ่ๆ ก็จำเป็นต้องใช้ รถ Forklift ขนส่งต่ออยู่ดี

ฉะนั้นในประเทศไทย และ CLMV โอกาสในการเติบโตของสินค้าเครื่องจักร โรงงาน และ Logistics ยังมีโอกาสค่อนข้างมาก อยู่ที่ว่าใครจะเข้าใจตลาด และผลิตสินค้าได้ตรงใจผู้บริโภคมากกว่ากัน


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer