Hub of Hope

การเป็น “ฮีโร่” ช่วยเหลือสังคม จำเป็นไหมที่ต้องมีพลังวิเศษ? ต้องบินได้? หรือต้องมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ หรือเปล่า? แล้วถ้าคนทำงานครีเอทีฟ นักสร้างสรรค์ ช่างภาพ คนทำงานศิลปะ นักเรียนนักศึกษา คนธรรมดาทั่วๆ ไปอยากช่วยเหลือสังคมบ้างจะต้องทำอย่างไร หลายคนๆ อยากยื่นมือเข้ามาช่วยสังคม แต่ไม่รู้วิธีว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่หรือสิ่งที่ตนเองถนัดนั้นก็สามารถช่วยเหลือสังคมได้ วันนี้ Marketeer ขอฝ่าสายฝนช่วงปลายเดือนกันยายนเพื่อไปยัง HUBBA Co-Working Space ย่านเอกมัย ซอย 4 สถานที่ทำงานสุดแนวสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศ เรามาที่นี่เพื่อพูดคุยกับ ธนบูรณ์ สมบูรณ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์  Portfolios.net และ CreativeMOVE.com ผู้ที่รวบรวมให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ผู้ใจสาธารณะและความคิดสร้างสรรค์ รวมตัวกันทำความดีตอบแทนสังคม

 

Creative+

จุดเริ่มต้นของ ธนบูรณ์ ไม่ได้เริ่มต้นจากการเรียนศิลปะหรือคณะทางความคิดสร้างสรรค์เลย “โตขึ้นมาผมจึงได้รู้ตัวเลยว่าผมไม่อยากทำงานอยู่หน้าคอมนานๆ แต่เนื่องจากที่บ้านอยากให้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ และปริญญาใบแรกของผมจึงมาทาง Computer Science จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนนั้นผมเลยขอที่บ้านไปเรียนต่อด้านถ่ายภาพ ที่ Academy of Art, San Francisco ในวันนั้นถ้าผมไม่ได้เรียนต่อผมคงต้องนั่งหน้าคอมทั้งวันแน่ๆ และคงไม่ได้ออกมาทำอะไรอย่างทุกวันนี้”
หลังจากเรียนจบ ธนบูรณ์ ยังคงเก็บเกี่ยวประสบการณ์การถ่ายภาพรับงาน Freelance และทำงานประจำ เพื่อสร้าง Portfolio ของตนเองกว่า 10 ปีในอเมริกาก่อนกลับเมืองไทย “6 เดือนแรกที่กลับบ้านมา ผมก็รับงาน Freelance ถ่ายแบบแฟชั่นไปเรื่อย จนถูกทาบทามจากแมกกาซีนเครือ Inspire ให้เข้าไปเป็น Photo Director ถ่ายภาพแฟชั่นและโฆษณาให้กับหนังสือหลายๆ เล่มในเครือ”

ธนบูรณ์ไม่ต้องหนังหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ทำงานในสิ่งที่ตนเองสนใจและร่ำเรียนมา
แต่สุดท้ายเขาลาออก..

จุดเริ่มต้นของ Portfolios.net ล่ะ?
“คงเกิดจากความเบื่องานประจำ จึงตัดสินใจลากออกหลังจากที่ทำงานไปได้ประมาณ 5 ปี ตอนนั้นคิดว่า เว็บไซต์ที่ชื่อ Portfolios.net ที่จดทะเบียนไว้ตั้งแต่ตอนเรียนที่อเมริกา มันน่าจะทำอะไรได้มากกว่าการไว้เก็บผลงานของตนเอง”
“Portfolios = ผลงาน      .net = เน็ตเวิร์ค
ผมว่าชื่อนี้มันสวยดีนะและมีความหมายด้วย”

ด้วยความที่ ธนบูรณ์ เคยเรียนด้านคอมพิวเตอร์ ทำให้การเซ็ตอัพเว็บนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร บวกกับการไปเรียนต่อต่างประเทศ ทำให้เขาเห็นเว็บ Portfolios ของต่างประเทศที่เปิดกันอย่างแพร่หลายให้ทุกคนสามารถนำงานของตนมาฝากเพื่อเก็บเป็น Portfolio ตนเอง
โดยธนบูรณ์อยากให้มีอะไรที่มากกว่านั้น เขาเพิ่มการอัพเดทข่าวสารในวงการทั้งกิจกรรมอีเว้นท์ต่างๆ และหวังให้เป็นแหล่งชุมนมสร้างคอมมูนิตี้ของคนใช้ความคิดสร้างสรรค์ คนทำงานศิลปะดีไซน์ รวมตัวกันเพื่อแบ่งปันความคิดแลกเปลี่ยนทัศนคติ ซึ่งตอนนั้นในประเทศไทยยังไม่มีเว็บประเภทนี้

ปัจจุบัน
4 ปี Portfolios.net มี Unique IP ที่เข้าชมแล้ว ประมาณ 2 ล้าน IP
มี Member ที่สมัครสมาชิกและฝากผลงาน 29,000 กว่าคน
45,000 Like บน Facebook
Traffic ผู้คนเข้าชมเว็บไซต์ ประมาณ 70,000 ครั้ง/เดือน

นอกจาก Portfolios.net ทำหน้าที่เป็น Hub of Creative แล้ว อีกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อใครหลายๆ คน ก็คือ Creative Jobs Thailand (Job Classified)
“หลังจากทำมาสักพักผมเลยคิดว่าจะเปิดพื้นที่ให้บริษัทเข้ามาหาคน และให้คนได้หางานที่ตรงกับเขา จึงเกิด Creative Jobs Thailand ขึ้นมา ปัจจุบันมีบริษัท เอเยนซี่ โปรดักชั่นเฮ้าส์ แวะเวียนประกาศหางานกว่า 1,700 กว่าตำแหน่งภายใน 2 ปี เฉลี่ยวันละ 7-10 งาน ผมดีใจนะเวลาผมไปเจอน้องๆ ข้างนอกแล้ว แล้วพวกเขาเข้ามาบอกว่าผมได้งานจากเว็บไซต์พี่”


Move!

ถึงเวลาที่โลกต้องมูฟ
ธนบูรณ์ เล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นการทำครีเอทีฟมูฟ เนื่องจากรู้ว่าตนเองถนัดเรื่องการสร้าง Community และอยากจะมูฟหาอะไรใหม่ๆ ทำเพิ่มหลังจากที่ Portfolios.net ได้รับผลตอบรับดี
“ตอนนั้นผมมีโอกาสร่วมงานกับอาสาสมัครที่หนึ่งแล้วรู้สึกชอบมาก รู้สึกว่าที่นี่มีคนที่อยากทำอะไรคืนให้กับสังคมรวมตัวอยู่ เลยมองตัวเองว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างนอกจากการลงแรงทำงาน”
ธนบูรณ์มองเห็นถึงช่องว่างระหว่างกลุ่มครีเอทีฟและกลุ่มอาสาสมัครนั้นมีความเกี่ยวข้องกันน้อยมาก เขาจึงคิดอยากจะให้คน 2 กลุ่มนี้ลองทำงานร่วมกัน เนื่องจากการที่เขาทำ Portfolios.net มาได้สักพักทำให้พอที่จะมีคอมมูนิตี้ของคนครีเอทีฟอยู่เยอะพอสมควร มันจะเป็นเรื่องดีแน่ๆ เพราะเขาเชื่อว่า
“ความคิดสร้างสรรค์มันขับเคลื่อนโลกได้”

3T for Move The World
Time = เวลา การจะทำอะไรให้เกิดขึ้นต้องใช้เวลา และต้องมีเวลาที่จะออกไปทำมัน
Talent = ความสามารถ แต่ละความสามารถของคนที่แตกต่างกันมันสามารถช่วยเหลือโลกใบนี้ได้
Treasure = เงินทอง การบริจาคก็ถือว่าเป็นอีกทางหนึ่งสำหรับการช่วยเหลือสังคม

จาก 3T  ที่ยกตัวอย่างมา เราจะเห็นว่าครีเอทีฟส่วนใหญ่มักมี Talent แต่ไม่มี Time
ส่วนอาสาสมัครมี Time นี่คือสัดส่วนที่ลงตัวของการรวมกันระหว่างครีเอทีฟและอาสาสมัคร จึงเกิด CreativeMOVE ขึ้นมา เพื่อมาเติมเต็ม Talent
“จริงๆ แล้ว CreativeMOVE คือ องค์กรสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมที่อยู่บนพื้นฐานของบริษัทที่เป็น Social Enterprise โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ และการออกแบบเป็นเครื่องมือในการทำงาน เน้นการแก้ปัญหาสังคม การศึกษา สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ ในช่วงแรกได้รับการสนับสนุนจาก สสส.”

4 Step การทำงานขององค์กร

ปัจจุบัน
1 ปีที่ผ่านมา CreativeMOVE มี Unique IP กว่า 6 แสน IP
นักเขียน 20 คนเขียนและแปลข่าจากทั่วโลกของคนที่ใช้สร้างสรรค์ ศิลปะ และการออกแบบ   เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนสังคม รวมแล้วประมาน 600 บทความต่อปี
ออกไปสัมภาษณ์คนที่ใช้ความสามารถของเขาเปลี่ยนแปลงสังคม 20 คน ต่อปี
63,000 Like บน Facebook

 

การทำงานเป็น Hub of Hope

CreativeMOVE เป็นตัวกลางระหว่างกลุ่มคน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ประสบปัญหา 2.ครีเอทีฟ/อาสาสมัคร 3.บริษัทที่ต้องการทำโครงการเพื่อสังคม เป็นตัวกลางที่จะทำให้คนทั้ง 3 กลุ่มได้สิ่งที่ตนต้องการ
ธนบูรณ์ ยกตัวอย่างถึงโครงการที่เพิ่งไปทำกันมา “โครงการ Green Hope Project ที่ทำร่วมกับ แสนสิริ จุดเริ่มต้นเกิดจาก แสนสิริ มีโครงการที่นำอุปกรณ์ก่อสร้างที่เหลือจากไซต์งานก่อสร้าง นำไปสร้างเฟอร์นิเจอร์ให้ชุมชน ตอนนั้นเราเลยมาคิดต่อว่าถ้าทำเฟอร์นิเจอร์คงใช้นั่งได้ไม่กี่คน ดังนั้นเราเอาไปทำห้องสมุดกันดีกว่า เลยเริ่มจากส่งทีมออกไปรีเสิร์ชชุมชนในกรุงเทพฯ ว่าชุมชนใดยังไม่มีห้องสมุดหรือต้องการห้องสมุด สุดท้ายเราได้มา 3 แห่งและยืนให้แก่ลูกค้าเลือก”
ชุมชนอินทร์อุดม ได้รับเลือก วัสดุก่อสร้างที่เหลือจากไซต์งานถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ในห้องสมุด ไม่ต้องทิ้งให้เกิดมลภาวะ และยังเชิญอาสาสมัคร ศิลปิน ร่วมทำกิจกรรมกับเด็กและผู้พักอาศัยภายในชุมชน โดยหวังให้ห้องสมุดนี้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ของคนในชุมชน
บางครั้งโครงการดีๆ สักโครงการ เริ่มต้นจากกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งก็ได้ และ CreativeMOVE จะคอยเป็นคนผสานทุกอย่างเข้าร่วมกัน
สามารถติดตามการทำงานต่อได้ที่
http://www.portfolios.net/ หรือ www.fb.com/portfolios.net
http://wwww.CreativeMOVE.com หรือ www.fb.com/CreativeMOVE

 

เชื่อหรือไม่

โดเมนที่ชื่อว่า www.Portfolios.net เมื่อ 18 ปีที่แล้ว
ธนบูรณ์ จดทะเบียนชื่อนี้ฟรีและเช่าโดเมนด้วยราคาเพียง 7$ ต่อปี
หลังจากนั้นไม่นานถูกติดต่อขอซื้อชื่อโดเมนนี้ในราคา 10,000$
ครั้งที่ 2 ถูกเสนอราคาซื้อที่ 20,000$ และครั้งสุดท้ายที่ 60,000$

Marketeer เดือนพฤศจิกายน 2556

เรื่อง : นำโชค บุญเกิด

ภาพ : เมธี ชูเชิด

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline