บิ๊กซี รีเทล มุ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปีนี้ ปรับปรุง BigC ราชดำริ รับชาวจีน-ต่างชาติฟื้น รีโนเวตใหญ่สาขาลำลูกกา/รัชดาภิเษก สู่ BigC Place ไลฟ์สไตล์ฮับ เจาะลูกค้าสุขภาพความงาม และรักสัตว์เลี้ยง ทุ่มงบ ปี 2566-67 1.5 พันล้านบาท ขยายสาขาลาว/กัมพูชา รุกตลาดรีเทลอาเซียนเต็มตัว   

จุดเริ่มต้น BigC

BigC (C ย่อมาจาก Central) ซึ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือ ร้านค้าปลีกที่รวมห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตเข้าด้วยกัน ก่อตั้ง และเปิดให้บริการสาขาแรก ภายใต้การบริหารของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ร่วมทุนกับกลุ่มอิมพีเรียล เปิดตัววันที่ 5 ม.ค. 2537 ในชื่อ บริษัท เซ็นทรัล ซูเปอร์สโตร์ จำกัด ก่อนมาเปลี่ยนเป็นชื่อ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในปี 2538

ก่อนที่ปลายปี 2542 กลุ่มเซ็นทรัล ได้ขายหุ้นให้กับ กลุ่มคาสิโน ผู้ประกอบการค้าปลีกจากฝรั่งเศส ซึ่งต่อมา ปี 2553 กลุ่มคาสิโนยังได้เข้าซื้อกิจการค้าปลีกคาร์ฟูร์ในไทย และควบรวมกิจการสาขาทั้งหมด เข้ามาอยู่ภายใต้แบรนด์ BigC เสร็จสิ้นในปี 2556

ต่อมา ปี 2559 กลุ่มคาสิโน ได้ขายกิจการ BigC ทุกสาขา ให้แก่กลุ่ม TCC ยกเว้น บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาในประเทศเวียดนาม ที่ได้รับการถือครอง และบริหารงานโดยกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งเปลี่ยนชื่อจาก BigC เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้แบรนด์ GO! เปิดตัวในปี 2561

ปัจจุบัน BigC ดำเนินงานอยู่ภายใต้ บริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BRC ซึ่งเป็นบริษัทเรือธง สำหรับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ และธุรกิจค้าส่งของกลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ในเครือบริษัท ไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ TCC

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล (คนซ้าย)/ดุษณี เมอร์ลิง (คนขวา)

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BRC กล่าวว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 BRC มีกลุ่มธุรกิจ 3 แกนหลัก ดังนี้ 1. ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ อาทิ ร้านค้าในรูปแบบขนาดใหญ่ (199 แห่งในไทย และ 1 แห่งในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา) ร้านค้าในรูปแบบขนาดเล็ก (รวม 1,518 แห่ง) ตลาด Open-Air (8 แห่งในประเทศไทย)

 

โครงสร้างธุรกิจ 3 ส่วนหลัก

มีอะไรที่ BigC ไม่ทำ

ส่องพอร์ตแสนล้านในกลุ่ม BRC

ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ แชร์รายได้ 89%
ร้านค้าขนาดใหญ่ 199 แห่งในไทย และ 1 แห่งในเมืองปอยเปต กัมพูชา – BigC Supercenter

– BigC Extra

– BigC Market

– BigC Food Place

ร้านค้าขนาดเล็กในไทย, กัมพูชา และลาว รวม 1,518 แห่ง และ B’s Mart 78 แห่งในเวียดนาม – BigC Mini

– ร้านค้า Kiwi Mart

– B’s Mart

ตลาดคนเดิน 8 แห่งในไทย – ตลาดเดินเล่น

– ตลาดครอบครัว

– ตลาดทิพย์นิมิตร

ร้านค้าปลีก เจาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย – BigC Food Services

– BigC Depot

ช่องทางจัดจําหน่าย Omnichannel – BigC Plus

– BigC Online

พื้นที่เช่าสุทธิ (NLA)) 1,009,541 ตร.ม.
ธุรกิจค้าส่ง แชร์รายได้ 9%
เครือข่ายลูกค้า ธุรกิจค้าส่ง/B2B 80,000 ราย
สนับสนุนร้านค้าโชห่วยในไทย ร้านค้าโดนใจ 1,170 แห่ง
ธุรกิจอื่น ๆ แชร์รายได้ 2%
ธุรกิจค้าปลีก 237 แห่ง – ร้านขายยาเพรียว 

– ร้านขายยาสิริฟาร์มา 

– ร้านกาแฟวาวี

– ร้านหนังสือเอเซียบุ๊คส

– ร้านหนังสือบุ๊คกาซีน

ธุรกิจสนับสนุนอื่น ๆ – เคาน์เตอร์ Big Service ใน BigC

– ให้คำปรึกษา วางระบบหน้าร้าน และระบบ

สนับสนุน รวมถึงติดตั้งระบบเครื่องชำระเงิน (POS System)

– บริการวิเคราะห์ข้อมูล

ที่มา: สัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่จัดแสดง ปี 2565 รวม 106,084 ล้านบาท/บริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BRC/31 มีนาคม 2566

พอร์ตธุรกิจ BRC ตามพื้นที่ภูมิศาสตร์

2. ธุรกิจค้าส่ง การทำการค้ากับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่แบบ B2B โดยตรงกว่า 80,000 ราย อาทิ การขายสินค้าให้กับร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม จำนวนกว่า 1,170 สาขา ที่ดำเนินงานโดยเจ้าของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในประเทศไทย ภายใต้โมเดล ‘ร้านค้าโดนใจ’ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ BRC

3.ธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ร้านขายยาเพรียว จำนวน 146 สาขาในไทย ร้านขายยาสิริฟาร์มา จำนวน 1 สาขาในไทย ร้านกาแฟวาวี จำนวน 58 สาขาในไทย แบ่งเป็น BRC เป็นเจ้าของ 50 สาขา ผู้รับแฟรนไชส์ 8 สาขา ร้านหนังสือเอเซียบุ๊คส จำนวน 55 สาขา และร้านหนังสือบุ๊คกาซีน จำนวน 1 สาขาในไทย

ปัจจุบัน BRC มีพื้นที่ร้านค้าปลีกที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง 2,000 แห่ง ใน 3 ประเทศ ไทย, ลาว และกัมพูชา ส่วนแบ่งตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตในไทย อ้างอิงจากยอดขายปลีกตามข้อมูลของ Euromonitor ระหว่างปี 2556-65 อยู่อันดับ 2 หรือ 42% และครองส่วนแบ่งตลาดธุรกิจให้เช่าพื้นที่ 47% ในไทย อ้างอิงจาก Knight Frank

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ราชดำริ

แผนดำเนินงาน ปี 2566 อัศวิน กล่าวเสริมว่า ได้ปรับปรุง สาขาท็อปเซลล์ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ราชดำริ อาทิ เพิ่มป้ายโลโก้ BigC ทั้งพื้นที่ภายนอก-ในอาคาร ดึงดูดเป็นจุดเช็กอิน หลังแทรฟฟิกลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน กลับมาสูงอีกครั้งหลังเปิดประเทศ คาดรายได้สาขานี้ โตขึ้น 7-8% ปีนี้

รีโนเวตใหญ่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ลำลูกกา และ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รัชดาภิเษก จากไฮเปอร์มาร์เก็ต สู่ BigC Place หรือการปรับพื้นที่ค้าปลีก ให้มีความเป็นไลฟ์สไตล์ เดสทิเนชัน มากขึ้น

ภาพคอนเซ็ปต์ BigC Place รัชดาภิเษก

ผ่านการเพิ่มพื้นที่นอกจากซูเปอร์มาร์เก็ต อาทิ ช้อปปิ้ง, เล่นเกม, โคเวิร์กกิ้งสเปซ, ศูนย์อาหาร, ร้านอาหาร ตลอดจนพื้นที่เช่าเชิงไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะสุขภาพความงาม และพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง

หลังรีเสิร์ชตลาด พบว่ามีผู้บริโภคในพื้นที่ มีความต้องการใช้งานในรูปแบบดังกล่าวสูง งบลงทุนรีโนเวตใหญ่ทั้ง 2 สาขา อยู่ที่ไม่เกิน 500 ล้านบาท/สาขา คาดว่าจะเปิดสาขาลำลูกกา เดือน ก.ค. 2566 ก่อนต่อด้วย สาขารัชดาภิเษก ภายในปี 2567

วางเป้าหมายขยาย BigC Place 10-15 สาขาต่อปี นับจากนี้ โดยช่วงแรกจะเน้นไปที่การรีโนเวตสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งมุ่งพัฒนาสาขาต่าง ๆ เพื่อเจาะกลุ่มสมาชิกบิ๊กพอยต์ กว่า 18,000,000 ราย ซึ่งมีมูลค่าใช้จ่าย มากกว่า ลูกค้าทั่วไปถึง 3 เท่า

ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ เติบโตกว่าตัวเลข GDP ซึ่งคาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2% 

ดุษณี เมอร์ลิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กล่าวว่า BRC มีรายได้ 3 ปีหลังสุด หรือ ปี 2563-65 และไตรมาส 1/2566 ดังนี้

ปี 2563

– รายได้รวม 113,100 ล้านบาท

– EBITDA 11,718 ล้านบาท

ปี 2564

– รายได้รวม 111,107 ล้านบาท

– EBITDA 9,656 ล้านบาท

ปี 2565

– รายได้รวม 113,573 ล้านบาท

– EBITDA 11,511 ล้านบาท

ไตรมาส 1/2566

– รายได้รวม 27,433 ล้านบาท

– EBITDA 2,992 ล้านบาท

วางงบลงทุน ปี 2566-67 อยู่ที่ 10,964 ล้านบาท และ 9,948 ล้านบาท ตามลำดับ แบ่งเป็นงบลงทุนพัฒนา และขยายสาขา BigC ในประเทศลาว และกัมพูชา รวม 655 ล้านบาท และ 890 ล้านบาท ตามลำดับ

อนึ่ง วันที่ 18 เม.ย. 2566 ที่ผ่านมา  BJC ได้นำบริษัทย่อย BRC ยื่นไฟลิ่งขายหุ้นไอพีโอ (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 3,730 ล้านหุ้น ต่อ สำนักงาน ก.ล.ต. และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยหวังว่าจะเข้าจดทะเบียน และซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2566

ปัจจุบัน BRC มีทุนจดทะเบียน 124,435.0 ล้านบาท และมีทุนที่ออกและชำระแล้ว 87,135.0 ล้านบาท ทั้งนี้ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ของ BRC เสร็จสิ้น BJC จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดย BJC จะถือหุ้นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70.02 และ BRC จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ BJC


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer