
สามประเด็นใหญ่ ๆ ที่ทำให้ผู้คนติดตามข่าวเทคโนโลยี คือ ความก้าวหน้าในการพัฒนา ผลดีผลเสียต่าง ๆ แบบดาบสองคมที่เกิดขึ้น และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีนั้นเริ่มถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวาง
นี่จึงทำให้ ChatGPT ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถพูดคุยโต้ตอบกับผู้ใช้ (Chatbot) ของ OpenAI เป็นข่าวเทคโนโลยีที่คนทั่วโลกต่างกำลังสนใจ เพราะตรงทั้งสามประเด็นที่ได้กล่าวไป

ไล่ตั้งแต่ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในแวดวง AI เริ่มแสดงให้เห็นผลดี-ผลเสียของการใช้แล้ว และบีบให้บริษัทกลุ่มยักษ์เทคพากันพัฒนา Chatbot ที่มีความสามารถแบบเดียวกันออกมาบ้าง เพราะบริษัทที่หนุนหลัง OpenAI อยู่คือ Microsoft
Sam Altman
ทว่า ยังมีอีกเรื่องน่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ Sam Altman หัวเรือใหญ่ของ OpenAI เพราะนอกจากมีลักษณะร่วมกับอัจฉริยะเทคโนโลยีคนอื่น ๆ อย่างใฝ่รู้เรื่องเทคโนโลยีตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ให้การศึกษาในระบบมาฉุดรั้งความก้าวหน้า และประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยแล้ว
เขายังเชื่อมโยงทั้งกับ Bill Gates และ Elon Musk และยังเป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) อีกด้วย

Sam Altman เกิด 22 เมษายน 1985 และโตขึ้นในครอบครัวชาวอเมริกันรัฐ Missouri ที่สนับสนุนการศึกษาให้กับลูก โดยหลังได้คอมพิวเตอร์เครื่องแรกขณะที่อายุ 8 ขวบ เขาก็สนใจคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องอย่างมาก

ดังนั้น Sam Altman ซึ่งเปิดตัวว่าเป็นเกย์ในปี 2003 จึงเลือกเรียนต่อปริญญาตรีด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ Stanford มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ ต้นสังกัดของศาสตราจารย์ หนึ่งในผู้คิดค้นอินเทอร์เน็ต และ Larry Page กับ Sergei Brin ก็เริ่มต้น Google ระหว่างเรียนปริญญาเอกที่นี่
อย่างไรก็ตาม ปี 2005 Sam Altman เลือกลาออกจากมหาวิทยาลัยแบบเดียวกับ Bill Gates และ Elon Musk โดยเขาลาออกหลังเรียนที่ Stanford ได้เพียงปีเดียว เพราะเห็นว่า Loopt สื่อโซเชียลที่ให้ผู้ใช้แชร์ข้อมูลแลกกับคูปองส่วนลดน่าจะไปได้
Elon Musk
ความคิดของหนุ่มอเมริกันวัยเพียง 19 ปีดังกล่าว ไปได้สวย โดย Y Combinator และ Sequoia Capital สองบริษัทร่วมทุนปั้น Start-up ต่างมาลงทุนใน Loopt
ขณะที่ Paul Graham ผู้ร่วมก่อตั้ง Y Combinator กล่าวว่า แค่ได้คุยกับ Sam Altman ไม่นานก็จะรู้ได้เลยว่า หนุ่มคนนี้มีวิสัยทัศน์ไกลกว่าคนวัยเดียวกัน และคล้าย Bill Gates ช่วงสมัยหนุ่ม ๆ อย่างมาก

ปี 2012 Sam Altman ทำเงินได้ถึง 43.4 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,500 ล้านบาท) จากการขาย Loopt ให้บริษัทการเงิน Green Dot
ปี 2014 Sam Altman เลื่อนจากหุ้นส่วนขึ้นเป็นประธาน Y Combinator และยังเคยรักษาการ CEO ให้ Reddit ช่วงสั้น ๆ โดย ณ จุดนี้ทำให้เขาได้รู้จักกับเบอร์ใหญ่ ๆ ในแวดวงเทคโนโลยีสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่ในแถบตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ Silicon Valley

เบอร์ใหญ่ ๆ ในแวดวงเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่ Sam Altman ได้ไปรู้จักมี Elon Musk มหาเศรษฐีที่พา Tesla ปลุกตลาดรถ EV รวมอยู่ด้วย

ซึ่งต่อยอดมาสู่การก่อตั้ง OpenAI ศูนย์วิจัยด้าน AI ขึ้นในปี 2015 โดย Microsoft ก็ให้ความสนใจและให้เงินสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ปลายปี 2022 OpenAI ก็ปล่อย ChatGPT ออกมาให้ลองใช้ โดยความสามารถในการค้นหาและเรียบเรียงข้อมูล ทำให้ Chatbot ตัวนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ทำการบ้าน เขียนวิทยานิพนธ์ แต่งเพลง หรือแม้กระทั่งเขียนประวัติย่อเพื่อใช้สมัครงาน

จากนั้น ChatGPT ก็สร้างแรงกระเพื่อมอีกอย่างต่อเนื่อง เช่น ทำให้สถาบันการศึกษาออกกฎห้ามใช้ และเกิดการคิดค้นโปรแกรมตรวจจับการใช้ ChatGPT แต่ที่ได้รับความสนใจมากสุดคือ บีบให้ Google และ Baidu พัฒนา Chatbot ของตัวเองออกมาบ้างในชื่อ Bart A.I. และ ERNIE bot ตามลำดับ

จนกล่าวได้เลยว่า ChatGPT ทำให้วงการ AI คึกคักสุดในรอบหลายปี เพราะทำให้เข้าถึงได้ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ที่สุด Microsoft คงฮุบ OpenAI เข้ามาเป็นบริษัทลูกใต้ชายคา Microsoft ให้คุ้มค่ากับเงินนับ 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 34,000 ล้านบาท) ที่ลงทุนไป

Sam Altman ยังเคยมีข่าวทางการเมือง ด้วยการถูกจับตามองว่าอาจลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2017 และเป็นคนต่อต้าน Donald Trump สมัยเป็นประธานาธิบดีอย่างเปิดเผย
มาปีนี้ ท่ามกลางความคึกคักในแวดวง AI ทั้งความสามารถชวนทึ่งต่าง ๆ และการแข่งขันกันของบริษัทกลุ่มยักษ์เทค Sam Altman ก็เดินสายเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ และหน่วยงานระหว่างประเทศใหญ่ ๆ มาระดมสมองเพื่อวางกรอบการพัฒนา AI ในทางเหมาะสม
เพื่อให้เทคโนโลยีนี้ปลอดภัยและทำประโยชน์ได้สูงสุด เป็นไปตามความตั้งใจที่ว่าอยากนอนหลับได้อย่างเต็มตา เพราะอิทธิพลของตนนั้นเป็นไปในทางที่ดี และยังทำให้โลกหันมาสนใจ-ใส่ใจ AI มากขึ้น

ความสำเร็จและเส้นทางชีวิตของ Sam Altman ยังทำให้เขาเป็น LGBTQ คนสำคัญในวงการเทคโนโลยีคนล่าสุด ต่อจาก Alan Turing นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษที่คิดค้นสร้างเครื่องจักร Turing เพื่อถอดรหัสลับจากกองทัพเยอรมันแกนนำฝ่ายอักษะ จนช่วยให้ฝ่ายพันธมิตรชนะสงครามโลก ซึ่งกล่าวได้ว่านี่คือ AI เครื่องแรก ๆ ของโลก

และ Tim Cook ซีอีโอ Apple ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ต่อยอดความสำเร็จหลังพ้นยุค Steve Jobs ผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างนาฬิกา Apple Watch และหูฟัง Airpods/cnn, wikipedia, theguardian
–
