I’m a Barbie girl, in the Barbie world คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้บาร์บี้ได้กลายเป็นกระแสทั่วโลก ผ่านการปลุกกระแสเธอด้วยภาพยนตร์บาร์บี้ใช้คนแสดงที่สอดแทรกด้วยเรื่องราวเสียดสีสังคมได้อย่างสนุกสนาน

ที่เข้ามาสร้างรายได้ให้กับ Mattel เจ้าของบาร์บี้ได้อย่างมหาศาล

และยังเปิดโลกบาร์บี้ในกลุ่มนักสะสมให้กลับมีสีสันอีกครั้ง จากการตามหาบาร์บี้รุ่นในอดีต จนราคาบาร์บี้รุ่นเก่าๆ อัปสูงขึ้นจากความต้องการของนักสะสมทั่วโลก

ความเก่าแต่ไม่แก่ของตุ๊กตาบาร์บี้มีอายุ 64 ปีในปีนี้

เธอเกิดจากแม่ลูกสอง รูธ แฮนด์เลอร์ นักธุรกิจสาวที่มองเห็นว่าของเล่นในอเมริกาส่วนใหญ่จะเป็นของเล่นสำหรับเด็กชาย ทำให้ลูกสาวของเธอต้องเล่นตุ๊กตากระดาษเป็นของเล่นชิ้นโปรดแทน

จนเมื่อเธอเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์และพบกับตุ๊กตา Bild Lilli ตุ๊กตาสัญชาติเยอรมันที่มีรูปร่างหน้าตาเซ็กซี่ จากความต้องการของ Louis Marx and Company ผู้ผลิต Bild Lilli ตั้งใจผลิตเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่

แม้เธอมองว่า Bild Lilli มีหน้าตาและรูปร่างไม่เหมาะเป็นของเล่นเด็กผู้หญิง แต่เธอได้ซื้อ Bild Lilli กลับไป 3 ตัว ให้ลูกเธอเล่น 1 ตัว และอีก 2 ตัวที่เหลือนำมาเป็นต้นแบบเพื่อพัฒนาตุ๊กตาในแบบฉบับของเธอเพื่อให้เป็นของเล่นสำหรับเด็กผู้หญิงอเมริกัน

และตั้งชื่อว่า บาร์บี้ ชื่อที่มาจากบาร์บารา มิลลิเซนต์ โรเบิร์ตส์ ชื่อลูกสาวของเธอ

บาร์บี้เปิดตัวครั้งแรกในงาน American Toy Fair ในวันที่ 9 มีนาคม 2502 ในลุคตุ๊กตาสาวผมยาวใส่ชุดว่ายน้ำลายขาวดำ และได้รับการตอบรับอย่างดีในกลุ่มเด็กผู้หญิงอเมริกัน

ส่วนเหตุผลที่เปิดตัวในชุดว่ายน้ำเพราะต้องการให้เด็กหญิงที่ครอบครองบาร์บี้ซื้อชุดและเครื่องประดับเพิ่มเพื่อแต่งตัวให้เธอ

จากบาร์บี้ตัวแรกที่ประสบความสำเร็จนับตั้งแต่เปิดตัว รูธ แฮนด์เลอร์ ยังต่อยอดความสำเร็จของบาร์บี้ด้วยการผูกเรื่องราวของบาร์บี้จากตุ๊กตาเพียงตัวเดียวสู่สังคมบาร์บี้ เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าบาร์บี้เป็นตุ๊กตาที่มีตัวตน ชีวิตจิตใจ

ผ่านการเปิดตัว เคน แฟนหนุ่มของบาร์บี้ในปี 1961 ก่อนที่จะค่อย ๆ เพิ่มตัวละครอื่น ๆ ที่เป็นเพื่อนและครอบครัวของบาร์บี้เข้ามาเพื่อเติมเต็มภาพและเรื่องราวของบาร์บี้ให้สมบูรณ์ขึ้น

และยังทำให้บาร์บี้มีรายได้เพิ่มเติมจากตุ๊กตาตัวอื่น ๆ ที่เข้ามาผูกเรื่องราว นอกเหนือจากเสื้อผ้า เครื่องประดับที่สวมใส่สำหรับแต่งตัวเพื่อแต่งแต้มจินตนาการของผู้เล่นอีกทางหนึ่ง

นอกเหนือจากกลยุทธ์ผู้เล่าเรื่องราวผ่านสังคมบาร์บี้แล้ว

สิ่งที่ทำให้บาร์บี้โลดแล่นอยู่บนโลกตุ๊กตาอย่างต่อเนื่องมาถึง 64 ปี ยังมาจากกลยุทธ์วางตัวตนของบาร์บี้เป็นตุ๊กตาที่ยอมรับความหลากหลาย จากการเล่าเรื่องราวบาร์บี้ผ่านอาชีพต่าง ๆ มากกว่า 200 อาชีพ และดีไซน์บาร์บี้ให้มีรูปลักษณ์ที่ไม่ยึดติดเพียงหน้าตาและรูปร่างพิมพ์นิยมของหญิงสาวอเมริกันผิวขาว

แต่บาร์บี้ยังสร้างตัวของเธอผ่านบาร์บี้ผิวสี บาร์บี้ที่มีหุ่นอวบ บาร์บี้หัวโล้น และอื่น ๆ เพื่อสื่อถึงความหลากหลายของผู้คนในสังคมยิ่งขึ้น และทำให้บาร์บี้เข้าถึงผู้คนได้ทั่วโลกผ่านความหลากหลายเหล่านี้

มีการสื่อสารเล่าเรื่องราวของบาร์บี้ผ่านแอนิเมชันเพื่อตอกย้ำตัวตนบาร์บี้และลิงก์ให้เด็กหญิงที่ดูแอนิเมชันบาร์บี้ต้องการเล่นและเป็นเจ้าของบาร์บี้มากขึ้น รวมถึงเกม และอื่น ๆ ที่เพิ่มตามมา

พร้อมกับ Collab บาร์บี้กับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อให้บาร์บี้เข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้บริโภคทุกวันไม่เพียงเฉพาะเด็กหญิงที่เล่นบาร์บี้เท่านั้น

การตลาดที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องของบาร์บี้ ทำให้แบรนด์บาร์บี้ยังครองใจเด็กหญิง และผู้หญิงทั่วโลกได้เป็นอย่างดี จนสามารถสร้างรายได้ให้กับ Mattel อย่างต่อเนื่อง แม้บางปีแบรนด์บาร์บี้จะมีรายได้ที่ลดลงก็ตาม

จากข้อมูลของ Statista พบว่า แบรนด์บาร์บี้สามารถทำรายได้หลักพันล้านดอลลาร์ในเกือบทุก ๆ ปี และเป็นแบรนด์ที่สร้างรายได้อันดับหนึ่งให้กับ Mattel อย่างต่อเนื่องเสมอมา

ปี 2012 รายได้ 1,275.3 ล้านดอลลาร์ (44,116.4 ล้านบาท)

ปี 2013 รายได้ 1,202.8 ล้านดอลลาร์ (41,608.5 ล้านบาท)

ปี 2014 รายได้ 1,009.5 ล้านดอลลาร์ (34,921.6 ล้านบาท)

ปี 2015 รายได้ 905.9 ล้านดอลลาร์ (31,337.8 ล้านบาท)

ปี 2016 รายได้ 971.8 ล้านดอลลาร์ (33,617.5 ล้านบาท)

ปี 2017 รายได้ 954.9 ล้านดอลลาร์ (33,032.9 ล้านบาท)

ปี 2018 รายได้ 1,088.9 ล้านดอลลาร์ (37,668.3 ล้านบาท)

ปี 2019 รายได้ 1,159.8 ล้านดอลลาร์ (40,121.0 ล้านบาท)

ปี 2020 รายได้ 1,350.1 ล้านดอลลาร์ (46,704.0 ล้านบาท)

ปี 2021 รายได้ 1,679.3 ล้านดอลลาร์ (58,092.0 ล้านบาท)

ปี 2022 รายได้ 1,490.6 ล้านดอลลาร์ (51,564.3 ล้านบาท)

 

และในปีนี้กระแสจากภาพยนตร์บาร์บี้จะสร้างพลังและรายได้ให้กับ Mattel เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ♦