ในอดีตมนุษย์เราเล่าเรื่องกันในรูปแบบของ Oral Telling คือพูดกันแบบปาก-ต่อ-ปาก พูดกันไปเรื่อย ๆ จนไม่สามารถรู้ได้ว่าต้นทางของ Message นั้นมาจากไหน

พอเทคโนโลยีเริ่มเข้ามา จาก Oral Telling ก็กลายเป็น Broadcast Telling ที่กระจาย Message จุดหนึ่งไปยังอีกหลาย ๆ จุดอย่างกว้างขวาง อย่างเช่นการเล่าเรื่องผ่าน Media ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทีวี วิทยุ หรือแม้กระทั้งสื่อออนไลน์

แต่ก็ด้วยเทคโนโลยีอีกนั่นแหละ ที่ทำให้มนุษย์อย่างเรากำลังจะก้าวเข้าสู่การเล่าเรื่องในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Immersive Telling จากเดิมที่เคยได้แค่ฟังหรือดู แต่ Immersive Telling จะทำให้ผู้รับสารได้สัมผัสกับประสบการณ์ของเรื่องเล่านั้นอย่างสมจริง

จากที่พูดมาการเล่าเรื่องแบบ Immersive Telling อาจจะฟังดูเป็นอะไรที่ยากไปสักหน่อย แต่ที่จริงแล้ว Immersive Telling กำลังเริ่มเขยิบเข้ามาในชีวิตของเราใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ

ยังไงนะหรอ?

ก็ VR, AR นั่นแหละ คือการเล่าเรื่องแบบ Immersive Telling

 

ที่บอกว่ามันเริ่มจะเขยิบเข้ามาในชีวิตของเรามากขึ้น นั่นเป็นเพราะ VR สามารถเข้าถึงทั้งในแง่ของการพัฒนาชีวิต และในแง่ของ Commercial ที่ทำให้แบรนด์สื่อสารกับผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คงจะหนีไม่พ้น Google Cardboard ด้วยราคาจำหน่ายที่ถูกเพียง 2 ดอลล่าร์ ทำให้ Google Cardboard ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนให้กับเด็ก ๆ ตามโรงเรียนต่าง ๆ เปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน

ส่วนในทาง Commercial แบรนด์ยังได้นำ Google Cardboard มาเป็นตัวช่วยท่ีทำให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อที่ง่ายขึ้น อย่างเช่น Mcdonald’s ที่ได้ดีไซน์กล่อง Happy Meal ให้สามารถปรับเป็น Cardboard เพื่อเอามาเล่นเกมได้ จนกลายเป็นที่ถูกอกถูกใจ Target หลักซึ่งเป็นเหล่าเด็ก ๆ อย่างมากเลยทีเดียว

สำหรับเทคโนโลยีอย่าง AR นอกจากเกม Pokemon Go แล้ว IKEA ก็ยังเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เอา AR มาปรับเข้ากับ Commercial ได้อย่างน่าสนใจ

กับการทำ Catalogue ที่มาในรูปแบบ Augmented Reality ไม่ใช่แค่แสดงให้เห็นว่าเมื่อเอาเฟอร์นิเจอร์มาวางในบ้านจะเป็นยังไง แต่สเกลของเฟอร์นิเจอร์ใน AR ยังมีขนาดเท่ากับของจริงอีกด้วย

หากจะบอกว่าเราได้ก้าวเข้าสู่ยุคการเล่าเรื่องแบบ Immersive Telling อย่างเต็มตัวคงจะไม่ใช่ เพราะถึงอย่างไรเราก็อยู่ในสังคมที่มีการเล่าเรื่องแบบ Oral Telling และ Broadcast Telling กันอยู่

แต่อาจจะหมายถึงว่าการเล่าเรื่องแบบ Immersive Telling จะทำให้เราได้รับประสบการณ์ได้รับอรรถรส แบบที่การเล่าเรื่องอีก 2 แบบในข้างต้นไม่สามารถมอบให้ได้มากกว่า

ซึ่งคุณจะเล่าเรื่องแบบ Immersive Telling ให้โดนใจคนดูได้ขนาดไหน มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถผสมมสานความครีเอทีฟ สื่อ และเทคโนโลยีได้ลงตัวมากเท่าไหร่นั่นแหละ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน