สร้างแรงบันดาลใจกับ ‘บัว วรรณประภา’ เจ้าของผลงาน Paper Art ที่ไปคว้ารางวัลในเวที Cannes Lions

หากใครติดตาม Marketeer หรือ Cannes Lions ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา เชื่อว่าจะต้องเคยผ่านตากับผลงาน Artquarium ที่ตัดกระดาษให้เป็นสัตว์น้ำต่าง ๆ เพื่อโชว์ความคงทนของกระดาษ

แม้เจ้าของไอเดียของงานชิ้นนี้จะเป็นเอเยนซี่อย่าง Ogilvy ก็จริง แต่ฝีมือการตัดกระดาษสุดละเมียดละไมในงานโฆษณากลับเป็น บัว วรรณประภา ตุงคะสมิต ซึ่งแม้ผลงานชิ้นดังกล่าวจะใช้เวลาในการสร้างสรรค์นานนับเดือน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับ 2 รางวัลอย่าง Bronze Lion และ Gold Lion ที่ได้รับจากงาน Cannes Lions เวทีอันดับ 1 ของคนในวงการโฆษณา

ซึ่งบางคนก็มองว่ารางวัลเป็นแค่เครื่องการันตีผลงานและอาชีพ แต่ ‘เงิน’ ต่างหากที่เป็นสิ่งที่ใช้ในการดำรงชีพ แล้วคุณบัวมีวิธีในการทำทั้งสองสิ่ง คือสิ่งที่รักและทำให้มันสามารถเลี้ยงตัวเองได้ยังไง ? หาคำตอบได้จากการพูดคุยระหว่าง Marketeer กับคุณบัว ในด้านล่างนี้กันเลย

จุดเริ่มต้นของการทำ Paper Art

ด้วยความเป็นคนวาดรูปไม่เก่ง แต่มีใจรักศิลปะ ทางออกของเธอเลยเป็นการทำงานแนว Collage ซึ่งเป็นวิธีที่เอากระดาษมาตัดแปะจนเกิดเป็นชิ้นงานที่ไม่ต้องวาดรูปเป็นแต่ก็สามารถทำได้

จากนั้นเธอก็ Search ดูผลงานของคนอื่นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ แล้วลองทำตาม ก็เลยรู้สึกว่าวัสดุที่ใช้ทำมันหาง่าย ทำไปทำมาเริ่มติดลม เริ่มเจอ Style เป็นของตัวเอง พอมาดูอีกทีงานที่ทำไว้ก็เริ่มเยอะแล้ว ประกอบกับช่วงนั้นการทำ Blog กำลังฮิตอยู่พอดี เธอก็เลยรวบรวมผลงานที่มีอยู่ทั้งหมดมาใส่ไว้ แล้วเขียนแคนโต้สั้น ๆ ใต้รูป เพื่อสร้างให้มันดูมี Story ขึ้นมา

จากงาน Collage ก็พัฒนาสู่งาน Paper Cut และก็เริ่มมีคนรู้จัก จนถึงเวลานี้ก็เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว ที่คุณบัวได้สร้างสรรค์งานศิลปะ โดยมีกระดาษเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอด

ศิลปินไม่ไส้แห้ง ถ้ารู้จักหาช่องทาง ในการขายที่หลากหลาย

หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่าศิลปินไส้แห้ง แต่คุณบัวกลับมองว่า ‘มันขึ้นอยู่กับว่าเราหาทาง หรือเราเจอช่องทางมากน้อยแค่ไหนมากกว่า’ เพราะอย่างตัวเธอเอง นอกจากจะเป็นลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาให้ช่วยทำงานให้แล้ว คุณบัวก็ยังคอยหาช่องทางใหม่ ๆ ให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการส่งผลงานประกวดตามโครงการต่าง ๆ

ส่วนในอนาคตคุณบัวเริ่มอยากจะเปิด Workshop สอนวิธีการสร้างสรรค์งานให้คนที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ นำผลงานไปเสนอขายตาม Gallery ที่ศิลปินคนอื่นก็มักจะทำกัน หรือเอาผลงานของตัวเองไปเข้าตามเอเยนซี่ศิลปะ ที่ก็อารมณ์คล้าย ๆ กับโมเดลลิ่งของนางแบบ-นายแบบนั่นเอง

งานอดิเรก ที่ไม่ได้ทำแบบเล่น ๆ

ครั้งหนึ่งที่เคยเป็นพนักงานประจำ ที่นิตยสารฉบับหนึ่งแล้วถูกปิดตัวไป คุณบัวเลยเริ่มจะพัฒนาให้การทำ Paper Art ตรงนี้กลายมาเป็นงานและรายได้หลักมากขึ้น

ด้วยการฝึกสกิลของตัวเองให้แข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อน ลับคมฝีมือของตัวเองอยู่สม่ำเสมอตลอดเวลา เพราะเธอบอกว่า “งาน Paper Art แบบนี้ใคร ๆ ก็สามารถฝึกทำด้วยตัวเองได้ และยิ่งกับในยุคนี้ที่เด็กใหม่ ๆ มีฝีมือขึ้นทุกวัน เรายิ่งต้องพัฒนาตัวเองทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพขึ้นไปอีก”

ซึ่งจนถึงปัจจุบัน เธอก็ยังทำ Paper Art ควบคู่กับงานประจำอยู่

แรก ๆ ที่ทำ ที่บ้านก็สงสัยว่ามันจะไปทางไหนต่อ

อาจเป็นเพราะว่าคนที่บ้านของคุณบัวยังไม่เห็นภาพ เหมือนกับที่ผู้ใหญ่หลาย ๆ คนไม่รู้ว่าศิลปะมันจะสร้างเงินได้ยังไง แต่พอเริ่มเห็นรายได้ที่ Turn กลับมา และรางวัลต่าง ๆ ที่ได้รับ ครอบครัวของคุณบัวก็เริ่มมีความเข้าใจและ Support มากขึ้น

ที่มาของงาน Artquarium ที่ไปคว้างรางวัลจากเวที Cannes Lions ประเทศฝรั่งเศสมา

เดิมทีคุณบัวเคยไปช่วยงานที่จะส่งไป Cannes Lions ของ Ogilvy แต่เป็นเพียงแค่พาร์ทเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะโปรเจ็คนั้น Ogilvy ได้วางตัวศิลปินหลักเอาไว้อยู่แล้ว

พอมาถึงงานนี้ ที่คนใน Ogilvy ได้มาเห็นแนวการทำงานของเธอ ซึ่งตรงกับคอนเซปต์หลักของชิ้นงานโฆษณาที่จะทำคือเป็นแบบกระดาษขาว ๆ มี Details เยอะ ๆ ทั้งคู่ก็เลยได้ Join กัน และคว้า 2 รางวัลกลับมาที่ไทย คือ Bronze Lion และ Gold Lion นั่นเอง

รู้ว่าชอบอะไรก็ให้รีบลงมือทำ อย่างน้อยแค่วันละ 10 นาที ดีกว่านั่งอยู่เฉย ๆ

เมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรถึงคนรุ่นใหม่ ที่อยากจะลองทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแบบคุณบัวบ้าง คำพูดที่เธอตอบกลับเรามา ไม่ใช่แค่สิ่งเพ้อฝัน แต่สามารถเอาไป Adapt ใช้ได้จริงกับในยุคที่ใคร ๆ ต่างก็มีข้อจำกัดในชีวิตเต็มไปหมดว่า

ถ้ารู้ว่าชอบอะไร มีเวลาทำมันก็อยากให้ทำมันเลย ก่อนอื่นเราต้องดูว่าเราชอบอะไร ต่อมาคือมีเวลาให้มันไหม ถ้าไม่มีอย่างน้อยแบ่งเวลามาวันละแค่ 10 นาทีก็ได้ ดีกว่าไม่ได้ทำมันเลย

ซึ่งถ้าเจอสิ่งที่ชอบแล้ว ก็อยากให้จริงจังกับมัน ทำอย่างตั้งใจ อดทนกับมัน เพราะว่าบางอย่างทำแล้วอาจจะไม่ได้ดีตั้งแต่แรก หรือบางอย่างตอนแรกดีตอนหลังอาจจะไม่ได้ดีก็ได้ อย่ารอให้ไม่มีงานประจำ แล้วค่อยมาหางานเสริม เพราะเมื่อถึงวันนั้นจริง ๆ มันอาจจะสายเกินไป ”

ขอบคุณภาพ : Facebook – Collage Canto


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer