‘เจ๊โอว’ เปลี่ยนมาม่าธรรมดา ให้กลายเป็นเมนูราคาหลักร้อย-800 ได้ยังไง ?

มาม่า เมนูที่สุดแสนจะธรรมดาที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำกินเองที่บ้านได้ แต่ทำไมหลาย ๆ คนถึงเลือกที่จะออกมาต่อคิวรอนาน ๆ เพื่อกินมาม่าในราคาหลักหลายร้อยที่ร้านเจ๊โอว แถมยังขายแค่เวลา 5 ทุ่มเป็นต้นไปเท่านั้นอีกด้วย ?

ไม่ใช่แค่คุณที่สงสัย เราก็เช่นกัน วันนี้ Marketeer ก็เลยไปหาคำตอบมาให้กับทุกคนผ่านการพูดคุยกับ ‘ลูกสาวเจ๊โอว’ ผู้ที่มีหน้าที่ดูแล Social Media ต่าง ๆ ของทางร้าน ที่จะมาเล่าถึงเคล็ดลับ ที่มีมากกว่าความอร่อย ว่าทำยังไง ถึงทำให้มาม่าที่ซองละไม่กี่บาท กลายเป็นเมนู Signature ของร้านที่ใคร ๆ ก็อยากจะมาลิ้มลองสักครั้งหนึ่ง

จุดเริ่มต้นของร้านเจ๊โอว จากหาบเร่ สู่ร้านข้าวต้มใจกลางเมือง

คุณลี่ ลูกสาวเจ๊โอวบอกกับ Marketeer ว่า ถ้าจะให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านจริง ๆ คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 60 กว่าปีก่อนตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า ที่ในสมัยนั้นหาบข้าวต้มเป็ดมาขาย จนถึงรุ่นของเจ๊โอวซึ่งเป็นหม่าม๊าของคุณลี่ก็เริ่มมีเมนูเยอะขึ้น มีหน้าร้านเป็นจริงเป็นจัง ซึ่งสาขาแรกตั้งอยู่ตรง I’m Park ในปัจจุบัน ร้านที่ 2 ย้ายมาอยู่จุฬาซอย 22 มาจนถึงร้านที่ตั้งอยู่แถวบรรทัดทองในทุกวันนี้

ในช่วงแรกที่ย้ายร้านก็เงียบอยู่เหมือนกัน แต่ยังดีที่มีลูกค้าจากที่เก่ามาต่อคิวรอกินกันอยู่ จนกระทั่งคนแถวนั้นเกิดความสงสัยว่าร้านอะไรทำไมถึงคนเยอะขนาดนี้ นำมาสู่การลองเข้าไปชิมและก็เป็นลูกค้าของเจ๊โอว ที่ส่วนใหญ่เกิดจากการบอกแบบปากต่อปากไปในที่สุด

ทำยังไงให้ของธรรมดาอย่าง ‘มาม่า’ เพิ่มมูลค่าเป็นหลักร้อยได้

ด้วยความที่มีลูกค้าบางส่วนมาดูบอลรอบดึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ครัวปิดไปแล้วเจ๊โอวก็เลยอยากจะหาเมนูบางอย่างที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยามาเสิร์ฟให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้กิน ซึ่งก็คงไม่มีอะไรจะง่ายไปกว่ามาม่าอีกแล้ว

ช่วงแรก ๆ ก็ต้มแบบธรรมดา แต่พอทำไปทำมาก็เริ่มมีการใส่เครื่องมากขึ้น เริ่มแต่งหน้าจัดหม้อให้น่ากินมากกว่าเดิม จนลูกค้าบางคนก็เอาไปถ่ายลงใน Social Media ต่อมาไม่นานคนก็เริ่มรู้จักและก็เริ่มมาสั่งแบบที่ทางร้านยังไม่ได้เตรียมตัวจะขาย การทำแต่ละหม้อก็เลยดีเลย์ไปบ้างเล็กน้อย จนบางครั้งกว่าจะเก็บครัวเสร็จถึง 6โมง 7 โมงเช้าก็มี

และสิ่งที่ทำให้เมนูมาม่าธรรมดา สามารถเพิ่มมูลค่าให้เป็นหม้อละหลายร้อยบาทได้ ไม่ใช่เป็นเพราะกระแสหรือหน้าตาที่ดูน่าทานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงส่วนผสมข้างใน ไม่ว่าจะเป็นกุ้งตัวใหญ่ ๆ กรรเชียงปูแบบเต็ม ๆ คำ ที่ใส่เครื่องแบบไม่ยั้งให้ลูกค้าได้กินกันแบบถึงรสถึงชาติ เพราะถ้าไปกินซีฟู้ดพวกนี้ ปกติก็โลละหลายร้อยแล้ว

ซึ่งคุณลี่บอกว่า “ถ้าเอาจริง ๆ แล้ว ขายมาม่าไม่คุ้มเท่าขายพวกกับข้าวอย่างอื่นหรอก แถมยังต้องมานั่งเก็บล้างดึกกว่าเดิมด้วย แต่เมื่อลูกค้าอยากกิน เราก็ทำให้กิน”

ส่วนที่ขายตั้งแต่ 5 ทุ่มเป็นต้นไป ก็คงต้องย้อนไปที่จุดเริ่มต้นของเมนู ที่ตั้งใจทำมาเพื่อลูกค้ารอบดึกให้ได้นั่งกินกันชิลล์ ๆ นั่นแหละ

คนในบ้านอยากกินอะไร ก็ขายอันนั้น

เมนูต่าง ๆ ในร้านเจ๊โอว ไม่ได้เกิดจากการที่ลูกค้านิยมกินอะไร แต่เกิดจากการที่คนในบ้านอยากจะกินอะไรมากกว่า อย่างถ้าเป็นเมนูพวกข้าวต้ม ผัดผัก หรือจับฉ่าย ก็จะเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ในบ้านชอบกิน ส่วนพวกเมนูยำแซลมอน มาม่า กุ้ง 3 รส ก็จะเป็นเมนูที่ลูก ๆ หลาน ๆ ชอบกิน แล้วเอามาเสนออาม่า(เจ๊โอว) ถ้าผู้ใหญ่เห็นว่ารสชาติและราคามันพอไปได้ ก็จะเอาไปขายแล้วให้ค่าขนมกับลูก ๆ หลาน ๆ

ถือเป็นร้าน ที่สามารถจับกลุ่ม Target ได้หลากหลายวัยทีเดียว

ช่วงเทศกาล ร้านอื่นเร่งทำเงิน แต่เจ๊โอ๊วเลือกที่จะหยุด

อย่างที่รู้กันดีว่าเทศกาลคือช่วงเวลาที่ร้านอาหารจะขายดีกว่าปกติ แต่ร้านเจ๊โอวเลือกที่จะหยุด ด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงเวลาดังกล่าววัตถุดิบอาหารจะแพงกว่าปกติ แต่จะให้ตุนเอาไว้ก่อนวัตถุดิบก็จะไม่สดใหม่ ความอร่อยของอาหารก็จะลดลงไปโดยปริยาย

ซึ่งการหยุดในช่วงเทศกาลที่ร้านก็จะได้หยุดพักผ่อน เพื่อให้ลูกน้องได้กลับบ้านกันอีกด้วย

ทำ Social Media แบบบ้าน ๆ แต่คนติดตามเป็นแสน!

ร้านเจ๊โอวคือ Family Business แบบล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่คอยคุมการทำอาหาร คนเก็บเงิน หรือแม้กระทั่ง Social Media ที่ทำโดยคนในครอบครัว แต่กลับมีคนติดตามเป็นแสน!

โดยให้ลูก ๆ หลาน ๆ นี่แหละเป็นคนทำเพจให้ ส่วนคุณลี่เองก็มีหน้าที่เป็นแอดมินที่คอยตอบคำถามลูกค้า โพสต์ภาพอาหารและบรรยากาศภายในร้าน ที่สำคัญคือแม้จะทำอย่างเรียบง่ายแต่สามารถตอบโจทย์การขายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าเบอร์โทรศัพท์ร้าน แผนที่การเดินทาง และการโต้ตอบลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนที่แอดมินชอบเป็นการส่วนตัวเลยก็คือรูปโปร์ไฟล์ ที่ทำแบบง่าย ๆ คือใช้รูปเจ๊โอว พร้อมกับบอกเวลาเปิด-ปิดของร้าน เห็นแค่แว๊บเดียวก็จำได้ และสามารถตอบคำถามแรก ๆ ที่เกิดขึ้นเวลาคนจะมาร้านอาหารได้เป็นอย่างดี ก็คือร้านนั้นขายอะไร และเปิด-ปิดกี่โมงนั่นเอง

ขายดีแบบนี้ แต่กลับไม่คิดที่จะขยายสาขา

เมื่อเห็นขายดีแบบนี้ หลาย ๆ คนจึงเข้ามาถามทางร้านว่าทำไมไม่คิดจะขยายสาขา ทำไมไม่จ้างคนมาทำ Social Media อย่างจริงจังเพื่อให้เป็นที่รู้จักไปอีก

ไม่ใช่ไม่อยากทำ แต่คุณลี่บอกว่ากำลังคนที่มีอยู่ตอนนี้ก็แทบจะไม่พอแล้ว ถ้าขยายไปอีกก็กลัวที่จะคุมคุณภาพไม่ได้ ขอแค่ทุกวันนี้ที่บ้านอยู่ได้ คนงานอยู่ได้ ก็พอใจแล้ว

ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ชั่วโมงที่ได้พูดคุยกัน สิ่งที่คุณลี่มักจะเน้นย้ำกับเราเสมอก็คือเรื่องของคุณภาพ ทำอาหารห้ามงกเครื่องปรุงต้องใส่ให้เต็มที่ ทำให้เหมือนกับเวลาทำให้คนที่บ้านกิน และสิ่งที่เธอคิดจะทำไม่ใช่การหากำไรที่มากขึ้น แต่คือการจัดระบบของลูกค้าที่มีอยู่ให้ไม่ต้องรอคิวนานจนเกินไปนั่นเอง

บอกเลยถ้าขายไม่ดี พูดแบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะ เจ๋งปะละ!

ขอบคุณภาพ : Facebook : ร้านเจ๊โอว


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer