เบียร์ คาราบาว หมัดเด็ดของ เสถียร เสถียรธรรมะ ที่พร้อมลุยตลาดเบียร์แสนล้าน

ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ เสถียร เสถียรธรรมะ ผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริงแห่ง “คาราบาวกรุ๊ป” ทำโรงเบียร์ เยอรมันตะวันแดง มักถูกตั้งคำถามว่าทำไมไม่เอาเบียร์มาใส่ขวดขาย

เขามักจะตอบว่า ผมยังไม่พร้อม เพราะต้องการโฟกัสในเรื่องเครื่องดื่มคาราบาวแดงให้แข็งแรงก่อน ไม่อยากเอามาเสี่ยงกับธุรกิจเบียร์ที่มีผู้ผลิต 2 รายใหญ่ครองตลาดอยู่อย่างแข็งแรงหลายทศวรรษ

แต่วันนี้ เขาประกาศเปิดตัวเบียร์ใหม่ “เบียร์คาราบาว” และ “เบียร์ตะวันแดง” อย่างเป็นทางการไปแล้วกับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

และมีแผนเปิดตัวกับสื่อมวลชนในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ที่จะถึงนี้ 

เป็นการออกสินค้าใหม่พร้อม ๆ กัน 2 แบรนด์ 5 รสชาติ ที่สะท้อนถึงความพร้อมในการท้าชนคู่แข่ง

แบรนด์แรก เบียร์ คาราบาว เจาะตลาดเบียร์เซกเมนต์อีโคโนมี 2 รสชาติ ได้แก่ Lager Beer และ Dunkel Beer เบียร์ดำสไตล์เยอรมัน

และ “เบียร์ตะวันแดง” เจาะกลุ่มพรีเมียม เปิดตัว 3 รสชาติ ประกอบด้วย Weizen Beer Rose Beer และ IPA Beer

ทั้ง “เบียร์คาราบาว” และ “เบียร์ตะวันแดง” เสถียรใช้บริษัทส่วนตัวนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ บริษัทตะวันแดง 1999 เป็นผู้ผลิต (บ. ตะวันแดง เป็นเจ้าของเครื่องดื่มโซจู “แทยัง” วิสกี้เทนโดะ เหล้าขาว ตะวันแดง ข้าวหอม บรั่นดี กาแลคซี่)

และกลยุทธ์สำคัญในการลงมาทำสงครามในตลาดที่เป็นแมส คือ การใช้เครือข่ายที่แข็งแรงของ บริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด บริษัทจัดจำหน่ายในเครือคาราบาว กรุ๊ป (เจ้าของ คาราบาวแดง วู้ดดี้ ซี ล็อค กาแฟ น้ำดื่ม) ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้กระจายสินค้าถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว

รวมทั้งใช้ร้านค้าปลีกในเครือ คือ ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีอยู่กว่า 1,000 สาขา และร้าน ถูกดี มีมาตรฐาน เครือข่ายร้านโชห่วยที่มีอยู่ประมาณกว่า 5,000 สาขา เป็นช่องทางขายในทุกอำเภอ ทุกตำบลและหมู่บ้าน

ศึกครั้งนี้เสถียรยังให้ความสำคัญในการคัดเลือกเอเยนต์ในระดับอำเภอ เพื่อเข้ามาช่วยกระจายสินค้าให้ทั่วถึงได้เร็วขึ้น และลดการสต๊อกสินค้าลง เพื่อรักษารสชาติที่ดีของเบียร์

เสถียรเคยกล่าวว่า “เบียร์ถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของตลาดเครื่องดื่มของไทย ประมาณ 2 แสนล้าน ดังนั้น จึงไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้หากคุณต้องการเติบโต”

ในขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่มีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

การมีประสบการณ์เรื่องเบียร์มากว่า 20 ปี มีช่องทางจัดจำหน่ายของตัวเองที่เข้มแข็ง มีเงินที่พร้อมที่ลงทุนกว่า 4 พันล้านบาท เพื่อติดตั้งอุปกรณ์การผลิตเบียร์อย่างเดียวกับที่เยอรมัน

รวมทั้งนโยบายไฟเขียวเปิดสถานบริการถึง 04.00 น. หรือตี 4 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ดีเดย์ 15 ธันวาคม 2566 รองรับช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567

ทั้งหมดทำให้เขามั่นใจว่า ภายใน 2-3 ปี เบียร์ คาราบาว ของ คาราบาว กรุ๊ปจะเป็นที่รู้จักในฐานะบริษัทเบียร์รายใหญ่อันดับ 3 ของประเทศไทย

โดยตั้งเป้าไว้ว่าขอส่วนแบ่งแค่ 20% ซึ่งหมายถึงเม็ดเงินของยอดขายเบียร์ก็จะทะลุ 4 หมื่นล้านบาทต่อปี

งานนี้ไม่มีคำว่า “กลัว” เพราะทุกธุรกิจที่ผ่านมาของเสถียรพร้อมพุ่งชน “ยักษ์ใหญ่” ตระกูลดังของประเทศทั้งนั้น

เริ่มจากคาราบาวแดงบุกตลาดในวันที่มีเอ็ม-150 ของค่าย “โอสถสภา” และ “กระทิงแดง” ของตระกูล “อยู่วิทยา” เป็นเจ้าตลาดอย่างแข็งแกร่ง

ธุรกิจ “ค้าปลีกทั้ง CJ Express และ “ถูกดี มีมาตรฐาน” ก็มีเป้าหมายที่จะแข่งกับยักษ์ใหญ่ในตลาดของ 3 เจ้าสัว คือ “บิ๊กซี” ของเจริญ สิริวัฒนภักดี “โลตัส” ของธนินท์ เจียรวนนท์ และ “ท็อปส์” ของกลุ่มจิราธิวัฒน์

วันนี้ตลาดเบียร์ เขาก็พร้อมที่จะชิงส่วนแบ่งจาก “เบียร์สิงห์” ของกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ และ “เบียร์ช้าง” จากกลุ่มไทยเบฟ

สงครามน้ำเมาครั้งใหม่ได้เริ่มต้นอีกครั้งแล้ว   

ต้องจับตาดูว่า เบียร์จะเป็นฮีโร่โปรดักต์ตัวใหม่ในการปั่นเงินสร้างรายได้ให้คาราบาวกรุ๊ปได้หรือไม่ อีกไม่นานเกินรอ คงได้รู้กัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer