เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินได้รู้จัก WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) มาบ้างแล้ว คนที่เดินทางผ่านไปมาย่าน ปุณณวิถี-อุดมสุข ก็คงกำลังรอคอยให้โครงการต้นแบบมิกซ์ยูสคอมมิวนิตี้ ที่ได้รับรางวัลระดับเอเชียนี้สร้างเสร็จ เพราะไม่ใช่แค่ในส่วนของเรียลเอสเตทหรือคอนโดฯ อยู่อาศัยเท่านั้น ที่นี่จะกลายเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์แห่งใหม่บนถนนสุขุมวิทที่คนกรุงเทพฯ สามารถเข้ามาวิ่งออกกำลังกาย ช็อปปิ้ง ทำกิจกรรมร่วมกัน พักผ่อนในพื้นที่สีเขียว ที่โครงการได้จัดไว้ให้ถึง 30% ของพื้นที่ 43 ไร่แห่งนี้

 

The Great Good Place ตอบ 3 โจทย์แห่งความสุข

เพราะมนุษย์ทุกคนต้องการ “พื้นที่แห่งความสุข” เสมอ ไม่ใช่แค่ทุ่งหญ้าเขียว ๆ ที่เราจะเอาตัวไปแทรกในบางโอกาสไม่ใช่ชายหาดโล่ง ๆ ที่เอาเท้าไปเหยียบทรายได้บางครั้ง แต่เป็น “The Great Good Place” พื้นที่ที่ดีที่สุด ที่เติมพลังและขับเคลื่อนแรงบันดาลใจให้เรา

และคงจะดีถ้ามีพื้นที่แห่งหนึ่ง ที่รวมปัจจัยแห่งความสุขไว้ด้วยกันเพื่อที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนที่แวดล้อมนั้น “ดีขึ้น”

นี่จึงเป็นความตั้งใจของผู้บริหารแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) ในการพัฒนาพื้นที่ริมถนนสุขุมวิทกว่า 43 ไร่ ที่จะส่งมอบมาตรฐานความสุขของชีวิต ด้วยแนวคิด “The Great Good Place” อันเป็นคอนเซ็ปต์ของโครงการ WHIZDOM 101

“บ้านคือ First Place ที่ทำงานคือ Second Place และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจคือ Third Place ทั้งสามข้อคือปัจจัยแห่งความสุขของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย The Great Good Place For Living ,The Great Good Place For Working และ The Great Place For Socializing” ซึ่งถ้าเราสร้างสรรค์ให้เกิดความสมดุลได้ ก็จะกลายเป็นพื้นที่แห่งความสุข” สุทธา เรืองชัยไพบูลย์ ผู้อำนวยการบริหาร แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) อธิบาย

 

WHIZDOM 101 เป็นโมเดลในการใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ซึ่งประกอบด้วยที่พักอาศัย ที่ทำงาน และแหล่งไลฟ์สไตล์อยู่ในพื้นที่เดียวกัน นึกถึงคนในซิลิคอนวัลเล่ย์ มีทั้งโซนพักอาศัย ออฟฟิศที่ทำงาน ซึ่งแตกต่างจากออฟฟิศที่อยู่ใน CBD อาคารสูงแออัด นึกภาพบริษัทอย่างเฟสบุ๊กหรือกูเกิล จะนั่งอยู่ตรงไหนก็สามารถทำงานได้อย่างอิสระ ที่สำคัญทำงานเสร็จก็สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าออกกำลังกายได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางกลับบ้าน ทั้งยังมีแหล่งไลฟ์สไตล์ร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งแฮงค์เอาท์อยู่ในพื้นที่เดียวกัน

เพื่อที่จะเข้าใจมากยิ่งขึ้นแนะนำให้คลิกดูวิดีโอนี้

 

พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ริมถนนสุขุมวิท

65% ของที่ดินทั้งหมดของโครงการเป็นพื้นที่เปิดโล่ง และ 30% ของที่ดินทั้งหมดของโครงการ จะเป็นพื้นที่สีเขียวโดยมีพื้นที่แนวราบเป็นสวนขนาด 3 ไร่ สำหรับต้นไม้ใบหญ้าที่เชียวชอุ่มบนชั้น 3 ที่เรียกได้ว่าเป็นปอดแห่งใหม่ของถนนสุขุมวิทก็ว่าได้ โดยไฮไลต์คือพื้นที่เลนจักรยาน และลู่วิ่งแบบ multi-level ที่ยาวกว่า 1.3 กิโลเมตร บนชั้น 4 และชั้น 5 ของอาคาร

“สิ่งที่เราต้องการที่สุดคืออยากให้คนไทย ได้มีพื้นที่ในการสร้างสรรค์งานให้ดีที่สุด ซึ่งสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญมาก ที่ต่างประเทศอย่างซิลิคอนวัลเล่ย์เขาจะออกแบบที่ทำงานให้ทุกคนได้พบปะพูดคุยกันมากที่สุด เพราะเขาเชื่อว่าไอเดียที่จะสร้างนวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นตอนนั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมหน้าคอม แต่เกิดขึ้นตอนที่ผู้คนเดินไปเดินมา เล่นกีฬา เล่นเกม หรือกระทั่งการพบปะ ได้ interact พูดคุยกันในที่ชงกาแฟ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมเราจึงให้ความสำคัญกับการจัดสรรพื้นที่สีเขียว ทั้งในส่วนออฟฟิศและในส่วนกลางไว้เยอะมาก”

สุทธา เรืองชัยไพบูลย์ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)

ในขณะที่กำลังเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ MQDC พยายามที่จะสนับสนุนธุรกิจสตาร์ตอัพ หรือธุรกิจที่ต้องใช้แรงบันดาลใจในการสร้างอินโนเวชัน ด้วยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์คนทำงานด้านครีเอทีฟ ความคิดสร้างสรรค์ ให้ผู้คนทั้งที่อยู่ในโครงการเป็นลูกบ้านหรือคนข้างนอก ก็สามารถเข้ามาใช้งานพื้นที่นี้ได้ ทั้งพื้นที่สีเขียว รวมทั้งโครงข่ายดิจิทัลที่จะเชื่อมพื้นที่ทั้งหมดประสานเป็นแพล็ตฟอร์มเดียวแบบไร้รอยต่อ ด้วยความเร็วไวไฟสูงสุด สร้างอิสรภาพแบบไร้ขีดจำกัด

WHIZDOM 101 ที่นี่มี “ชีวิต” แบบครบ 360 องศา

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Third Place เป็นปัจจัยของชีวิต ซึ่งแต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน บางคนชอบเข้ายิม บางคนชอบช็อปปิ้ง ซึ่ง WHIZDOM 101 จะประกอบด้วยปัจจัยที่ทุกคนต้องการรวมอยู่ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ออกกำลังกาย ร้านอาหาร Café สุดชิค สปา ร้านทำผม และบริการอื่นๆรวมกว่า 200 ร้านค้า

และด้วยพื้นที่ Innovative Lifestyle Complex 40,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยร้านอาหาร-เครื่องดื่มกว่า 10,000 ตารางเมตร พื้นที่ Service (ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ) อีก 10,000 ตารางเมตร และพื้นที่เปิดโล่ง 20,000 ตารางเมตร ที่จะเพิ่มไลฟ์สไตล์ให้คนในกรุงเทพฯ มีตัวเลือกเพิ่มขึ้น

“โครงการนี้มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2561 โดยได้ทำงานร่วมกับที่ปรึกษา ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปของโลก ทั้งในด้านการวางแผนพื้นที่โครงการ การออกแบบสถาปัตยกรรม การออกแบบภูมิทัศน์ และงานที่ใช้ความชำนาญเฉพาะทางอื่นๆ อีกมากมาย ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่ MQDC ร่วมงานได้แก่ เกนสเลอร์ (Gensler) ร็อคเวล กรุ๊ป (Rockwell Group) ซึ่งมั่นใจได้ว่าพื้นที่แห่งนี้จะมีความสวยงาม ทุกคนจะมาพักผ่อนใช้เวลาทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นเช้าหรือเย็น และเสาร์ อาทิตย์ มีกิจกรรมแชร์ริ่งต่างๆ จัดกันที่นี่ ครอบครัวพาลูกหลานมาทานข้าว นักเรียนมาทำการบ้านอ่านหนังสือ วีกเอนด์ใครที่อยากมาชมฟุตบอลพรีเมียร์เมียร์ลีกจอใหญ่ก็มารวมกันที่นี่ ”

 

Lifestyle Complex นี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน Q4 ปี 2018 ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จผู้บริหารคาดว่าจะมีทราฟฟิกคนที่มาใช้พื้นที่ประมาณ 40,000 คนในแต่ละวัน (พนักงานออฟฟิศ 20,000คน)

แน่นอนโครงการนี้นับเป็นความความตั้งใจของผู้บริหารคือ คุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ บอสใหญ่แห่ง บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ไม่ใช่แค่การได้ตัวเลขผลกำไรเท่านั้น แต่ต้องการส่งมอบความสุขให้กับคนในพื้นที่และชุมชนในระแวกนั้น นี่คือความหมายสำคัญที่สุดของ Road to the great good life สู่ “ชีวิต” แบบครบ 360 องศา ในโมเดล WHIZDOM 101

และแนวคิดนี้จะถูกถ่ายทอด ส่งต่อชัดเจนขึ้น โดยจะมีอีเวนท์ “SHARE งานนี้มีแต่ให้” ในวันที่ 20 พ.ค. 2017 นี้ ณ พาร์ค พารากอน ใครที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ คลิก



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer